“…พอดี(เจ้าชายสิทธัตถะ)บวชไปแล้ว บัดนี่
ก็*ไปศึกษากับอาจารย์กรรมฐานจนได้สมาบัติ ๘
ความสงบอันนั้นก็ยังไม่ได้เป็น(ความ)สงบแบบพระพุทธเจ้า
ความสงบ(แบบ)นี้แหละ เราไม่เข้าใจ
และบางคนว่าเป็นพุทธศาสนา
เป็นคำสอนของพระพุทธเจ้า ต้องทำตาม
อันนั้นทำตามความหลง ทำตามคนไม่รู้
จึงว่า‘รู้อย่างไม่รู้ รู้อย่างผู้รู้’
รู้อย่างไม่รู้ ก็ทำอย่างคนไม่รู้-มันก็ไม่รู้
เหมือนอย่างเจ้าชายสิทธัตถะไม่รู้นั่นเอง*
จึงว่า‘สัตว์ทั้งหลายคือเราตถาคต’
**เมื่อไม่รู้ ก็ต้องเสาะแสวงหา-จนกว่าที่จะพบบุคคลผู้ที่รู้**
บัดนี้เราจะไปหาคนยังไง-คนที่รู้(ให้)มาสอนเรา
อันนี้ก็เอาไปคิด เอาไปพิจารณาเอาไว้
การเข้าหาครูบาอาจารย์ให้แนะนำพร่ำสอน
เราจะเลือกเฟ้นได้ยังไง เพราะเราก็ไม่รู้อยู่แล้วนี่
มันเป็นอย่างนั้น
คนใดพูดเพราะหู เราก็ชอบ
คนใดพูดไม่เพราะหู เราก็ไม่ชอบ
อันไม่ชอบ มันเป็นเรื่องอะไร
*มันไม่ชอบ ก็ทุกข์แล้ว
อันที่เราชอบนั้นเพราะเรื่องอะไร ก็ทุกข์แล้ว
มันทุกข์ทั้งขึ้น-ทั้งล่อง*
ฟังเอาความ เราจะเอาไปใช้กับชีวิตของเราจริง ๆ
**การที่เราเกิดมานี้ มันไม่มีทุกข์-มันไม่มีทุกข์
ครั้นถ้าพูดสั้น ๆ ก็เรียกว่า‘นิพพานมันมีแล้วในคนทุกคน’
คำว่า‘นิพพาน’นี่ หมายถึงความไม่มีทุกข์-ความเย็น**
หลวงพ่อ: อย่างที่เรานั่งอยู่เดี๋ยวนี้นี่
เป็นยังไงคุณพรรณ
คุณพรรณ: เป็นปกติค่ะ
หลวงพ่อ: เอ้อ! ปกติ
คุณตาเป็นยังไง
คุณตา: ปกติ
หลวงพ่อ: เออแน่ะ!
อันปกตินี้ ภาษาบ้านเราเดี๋ยวนี้ก็เรียก *‘ปกติ’
ภาษาธรรมะ เรียก‘อุเบกขา-วางเฉย’
อันนี้มันมีอยู่ในคน แต่เราไม่เคยสนใจ-ไม่ศึกษาที่ตรงนี้
และบุญมันช่วยไม่ได้-อะไรช่วยไม่ได้ ศีลก็ช่วยไม่ได้*
ท่านจึงว่า**‘ให้ศึกษาตัวเอง
ทำความรู้สึกตัว-ตื่นตัว ทำความรู้สึกใจ-ตื่นใจ’
เรียกว่า‘การเจริญสติ’
ภาษาธรรมะเรียกว่า‘ทำให้สติมาก ๆ
เมื่อมีสติมาก ๆ แล้ว
ความที่หลงตัว-ลืมตัว จะค่อยลดไป-ลดไป’**
ท่านว่าอย่างนั้น
บัดนี้ พูดภาษาบ้านเราว่า
**‘ทำความรู้สึกตัวมาก ๆ-ตื่นตัวมาก ๆ
ทำความรู้สึกใจมาก ๆ-ตื่นใจมาก ๆ
ความไม่รู้มันก็หายไป-หายไป’**
เป็นอย่างนั้น…”
หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ
————————————————————————————————
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
※ อย่าหลงตน-อย่าลืมตัว ※
※ ※
※ อย่าหลงกาย-อย่าลืมใจ ※
※ ※
※ อย่าหลงชีวิต ※
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
รู้สึกตัว…รู้สึกกาย รู้สึกใจ
_/|\_ _/|\_ _/|\_


ใส่ความเห็น