“…คำว่า‘อาการเกิดดับ’นี้
ทีแรกเราอาจเข้าใจว่า
พลิกมือขึ้น-คว่ำมือลง เป็นเกิด-เป็นดับ
อันนี้เป็นอาการเกิด-ดับของสมมติ
ไม่ใช่เป็นอาการเกิดดับในปรมัตถ์ชั้นสูง
จึงว่า‘มันมีเปลือก-มีกระพี้-มีแก่น-มีแกน’
มันต้องไปตามลำดับของมัน
ต่อจากนั้น เราก็ไปเข้าใจว่า
กะพริบตา เป็นเกิด-เป็นดับ
เหลียวซ้าย-แลขวา เป็นเกิด-เป็นดับ
จิตใจมันนึก-มันคิด เป็นเกิด-เป็นดับ
มันจะเข้าใจเป็นลำดับมาอย่างนี้
แต่เหล่านี้ก็ยังไม่ใช่เป็นการเข้าใจอาการเกิดดับอันนั้น
ซึ่งเป็นอาการเกิดดับ-อันที่พระพุทธเจ้าตรัสสอนเอาไว้ว่า
**‘คนเกิดมาร้อยวันพันปีก็ตาม
ถ้าหากยังไม่รู้-ไม่เห็นอาการเกิดดับอันนั้น
การเกิดของผู้นั้น หรือชีวิตของผู้นั้นเป็นหมัน
หรือบวชเป็นพระสงฆ์องค์เจ้าก็เช่นกัน
ถึงจะบวชมา ๑๐๐ พรรษา แต่ไม่รู้อาการเกิดดับอันนั้น
การบวชของบุคคลนั้นก็เป็นโมฆะ’**
ดังนั้น **พวกเราที่มาปฏิบัติธรรมนี้ต้องตั้งใจ
เวลามันหมดไป-หมดไป**
วันนี้ก็เป็นครั้งสุดท้ายของพรรษาแล้ว
ก็จะแนะแนววิธีปฏิบัติให้พวกเราเอาไปใช้ได้
เพราะหลังออกพรรษาแล้ว
ก็จะได้แยกย้ายกันไปทำงานการตามหน้าที่ของเรา
*หากเราไม่รู้จริงแล้ว
เมื่อมีคนนั้น-คนนี้พูดขึ้นมาให้เราฟัง เราก็จะงง
ไปเชื่อคนนั้น-คนนี้ เพราะพึ่งตัวเองไม่ได้
เดี๋ยวก็จะไปวิ่งหาตำรา
เปรียบเทียบว่าคนนั้นพูดอย่างนั้นดี คนนี้พูดอย่างนั้นดี
ดีอยู่แต่คนอื่น ส่วนตัวเราไม่มีดี*
‘คนอื่นดี’กับ‘เราดี’…อันไหนจะดี ?
คนอื่นดี ก็คนอื่นดี
เราดี-มันก็ต้องดีกับเรา ซึ่งต้องดีกว่าคนอื่นดีสิ
สมมติ‘เรามีเงิน’ กับ‘คนอื่นมีเงิน’…อันไหนจะดี ?
ถ้าคนอื่นมีเงิน แต่เราไม่มีเงิน
เราต้องการเงิน เราก็ต้องไปยืมเขา
แน่ะ ! ถ้าเรามีเงิน ก็ไม่ต้องไปยืมใครเลย
และจะให้คนอื่น เราก็ให้ได้ทันทีเลย
**ความรู้อันนี้ก็เช่นเดียวกัน มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับตำรับ-ตำรา
มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับการนึกคิด แต่ขึ้นอยู่กับการกระทำ
ให้มันเป็นเอง ให้ตัวมันเองปรากฏขึ้นมาเอง**
อาการเกิดดับอันนี้
ไม่เหมือนกับอาการเกิด-ดับ อย่างที่หลายคนเคยได้ยินมาว่า
‘ตาเห็น เป็นเกิด-เป็นดับ
ใจนึกคิด เป็นอาการเกิด-ดับ’
อันนั้นก็จริง แต่มันไม่ใช่อาการเกิดดับอย่างหลวงพ่อพูดถึงนี้
**อาการเกิดดับตัวนี้ มันเป็นครั้งสุดท้าย
เมื่อคนใดรู้สภาพภาวะอาการเกิดดับอันนี้
มันเหมือนกับที่ผมเคยพูดเปรียบเทียบให้ฟังว่า
‘เราผูกเชือกไนล่อนกับเสา ๒ ต้นไว้ให้ตึง (แล้ว)ตัดตรงกลาง
มันจะกระดอนกลับไปสู่เสาทั้ง ๒ ทันทีเลย
เมื่อดึงมาหากันอีก มันไม่ถึง
เรียกว่า‘มันเกิดแล้วดับไป-ดับสูญไป’
ดับสูญ (ก็)ไม่ใช่ว่าไม่มีอะไรเลย
แต่หมายความว่า สิ่งนั้นจะไม่มี
นี้แหละคืออาการเกิดดับ** …”
หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ
————————————————————————————————
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
※ อย่าหลงตน-อย่าลืมตัว ※
※ ※
※ อย่าหลงกาย-อย่าลืมใจ ※
※ ※
※ อย่าหลงชีวิต ※
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
รู้สึกตัว…รู้สึกกาย รู้สึกใจ
_/|\_ _/|\_ _/|\_


ใส่ความเห็น