“…ที่เราเคยศึกษาเล่าเรียนมานั้น
คำว่า‘เจริญสติปัฏฐาน ๔’นี้
เราก็เคยได้ยิน-ได้ฟังกันอยู่ว่า ‘ให้พิจารณาว่า
กายานุปัสสนา-ให้พิจารณากายในกาย
ให้รู้จักกายในกาย ท่านว่าอย่างนั้น
เวทนานุปัสสนา-ให้พิจารณาเวทนาในเวทนา
ให้รู้จักเวทนาในเวทนานั้น
จิตตานุปัสสนา-ให้พิจารณาจิตในจิต…คือจิตในจิตนั้น ว่างั้น
ธรรมานุปัสสนา-ให้พิจารณารู้ธรรม เห็นธรรมในธรรมนั้น’
ท่านสอนให้เรามีสติเข้าไปกำหนดรู้อย่างนั้น
แต่เท่านั้นก็ยังไม่พอ
คนที่ยังไม่มีสติปัญญา ท่านยังสอนย้ำเข้าไปอีกว่า
‘ให้มีสติรู้ในอิริยาบถทั้ง ๔
ยืน-ให้มีสติรู้ในการยืน นั่ง-ให้มีสติรู้ในการนั่ง
นอน-ให้มีสติรู้ในการนอน เดิน-ให้มีสติรู้ในการเดิน’
ขนาดนี้ท่านก็ยังว่าไม่พออยู่อีก เพราะว่าคนมันต่างกัน
ท่านจึงให้มีสติรู้ในอิริยาบถย่อย
คู้-เหยียด เคลื่อนไหว กระพริบตา อ้าปาก
กลืนน้ำลาย หายใจเข้า-หายใจออก
**ให้มีสติเข้าไปรู้สิ่งเหล่านี้**
แต่สิ่งที่พูดมานี้-คนอื่นมองเห็น ท่านว่าเป็นของหยาบ
ท่านจึงสอน**ให้ปฏิบัติธรรมเห็นของหยาบ
แล้วก็เห็นของอย่างกลาง
แล้วก็เห็นของอย่างละเอียด ลึก ๆ เข้าไป
การกำมือ-เหยียดมือ ยกขา-ยกมือ-ยกเท้านี่…มันหยาบ
การกะพริบตา-หายใจนั้น ละเอียดเข้าไปอีกหน่อย
ส่วนจิตใจที่มันนึก-มันคิดนั้น ยิ่งละเอียด
คนอื่นมองไม่เห็นได้ เห็นได้เฉพาะตน
ท่านจึงว่า‘สันทิฏฐิโก’ เป็นภาษาบาลี
อันผู้ประพฤติปฏิบัติจะรู้เอง-เห็นเอง-เข้าใจเอง**
ท่านว่าอย่างนั้น
ดังนั้น การปฏิบัติข้อแรกที่สุดนั้น
ที่ผมชอบพูด เรื่องตัวของผมเอง
ก็เพราะมาคิดถึงเคยได้พูดกับพรรคกับพวก
ที่มาศึกษาเล่าเรียนตาม
**ผมไปปฏิบัติธรรมะ ผมไม่ไปสนใจกับหมู่กับเพื่อน
ผมสนใจแต่ตัวของผม การเคลื่อนไหวโดยวิธีใด-ผมให้รู้**
เมื่อผมรู้ ผมก็เลยรู้เลย
เข้าใจเรื่องรูป-เรื่องนามนี่แหละ รู้จริง ๆ
แต่ก่อนนั้น…ผมรู้รูป-รู้นามนั้น ผมรู้ตามตำรับตำรา
รู้ตามครูบาอาจารย์บอกสอนมาซือ ๆ
ต่อมา**เมื่อผมมาเจริญสติ-เจริญสมาธิ-เจริญปัญญานี่
ผมรู้เอง-เห็นเอง-เข้าใจเอง**
คล้าย ๆ กับว่าการเกิดของคนนั้นมันเกิด ๒ หน
(๑) การเกิดจากท้องแม่นั้นเกิดอย่างหนึ่ง รู้ไม่ได้-จำไม่ได้
พ่อแม่เล่าให้ฟังว่าเกิดวันนั้น-วันนี้ เดือนนั้น-เดือนนี้
พ่อแม่เล่าให้ฟัง ไม่ใช่รู้เอง-เห็นเอง
(๒) **ตอนที่ธรรมะปรากฏขึ้นมาจากจิตใจสำนึกจริง ๆ นั้น
ไม่หลง-ไม่ลืม**
เมื่อผมรู้รูป-รู้นามนี้ รู้ตอนเช้า
รู้รูป-นามแล้ว…ก็รู้รูปทำ-นามทำ รู้รูปโรค-นามโรค
รู้ทุกขัง-อนิจจัง-อนัตตา รู้สมมติ
รู้ศาสนา-รู้พุทธศาสนา รู้บาป-รู้บุญ
นี่รู้ตอนเช้า-รู้จริง ๆ รู้แล้วไม่หลง-ไม่ลืมสักที
ดังนั้นการศึกษาของจริงนั้น จึงว่าศึกษาให้รู้เอง-เห็นเอง
อันนี้การเกิดตอนนี้ ชีวิตของผมมีค่า-มีราคามาก
ตอนที่ผมเกิดจากท้องแม่มานั้น ค่า-ราคามันน้อยที่สุดครับ
**ตอนที่ผมเกิดรู้ธรรม-เห็นธรรม-เข้าใจธรรมนี้
ผมว่า ผมมีค่า-มีราคามากที่สุดครับ**
ดังนั้น **ธรรมะนั้นจึงมีในคนทุกคน-ไม่ยกเว้น
แต่ขอให้ปฏิบัติให้มันถูกเท่านั้นซือ ๆ
ถ้าปฏิบัติถูกต้องแล้ว ต้องรู้หมดทุกคน
คนไทยก็รู้อย่างนั้น ดับทุกข์ได้
คนจีนก็รู้อย่างนั้น ดับทุกข์ได้เหมือนกัน
คนอินเดียก็รู้อย่างนั้น
ให้ว่าทุกชาติ-ทุกภาษา รู้อันเดียวกันหมด
ท่านจึงว่า ‘สภาพ-สภาวะดั้งเดิมนั้นเหมือนกันหมด’
เหมือนกันหมด ไม่ผิดกัน**…”
หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ
————————————————————————————————
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
※ อย่าหลงตน-อย่าลืมตัว ※
※ ※
※ อย่าหลงกาย-อย่าลืมใจ ※
※ ※
※ อย่าหลงชีวิต ※
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
รู้สึกตัว…รู้สึกกาย รู้สึกใจ
_/|\_ _/|\_ _/|\_


ใส่ความเห็น