รู้สึกกาย รู้สึกใจ 18 พฤษภาคม 2022

“…พระพุทธเจ้าท่านสอนเอาไว้ว่า

‘ผู้ที่เจริญสตินั้น มีอานิสงส์มาก’ ว่างั้น

ซึ่งเราก็ได้เรียนกันมาแล้ว(ใน)หลักสูตรนักธรรมตรี

ซึ่งก็เป็นธรรมะหมวดต้นเสียอีกด้วยนี่นา

ท่านบอกเอาไว้ว่า ‘ธรรมที่มีอุปการะมาก ๒ อย่าง คือ

๑.) สติ-ความระลึกได้

๒.) สัมปชัญญะ-ความรู้ตัว’

อัน ‘สติ-ความระลึกได้’ นี้

ครูบาอาจารย์(ของ)เราก็มาสอนกันอยู่ว่า

‘สติ (คือ)ความระลึกได้ก่อนการทำ-การพูด-การคิด’

แล้วท่านก็ว่า

‘สัมปชัญญะ (คือ)ความรู้ตัวในการทำ-การพูด-การคิด’

ท่านว่าอย่างนั้น

แต่มันก็ยังเป็นคำพูดเฉย ๆ

ตัวท่านเองอาจจะยังไม่เคยรู้จักด้วยซ้ำไปก็เป็นได้

หรือท่านจะรู้แล้ว เราก็ไม่อาจรู้จัก

เพราะท่านไม่ได้มาพูดให้ฟัง

มันจึงยังเป็นเพียงวิธีอยู่เฉย ๆ

ส่วนวิธีทำนั้น มันเป็นอย่างไร ?

มันต้องรู้จักวิธีทำ-วิธีปฏิบัติเข้าไปอีกชั้นหนึ่ง

ไม่ใช่ว่าจะให้เรียนมาเพื่อเอาไปพูดได้-พูดเป็นเท่านั้นเฉย ๆ นะ

*การพูดได้นั้น มันยังไม่ได้เอามาปฏิบัติ*

**การปฏิบัติ คือ ต้องเอามาปฏิบัติจริง ๆ

ต้องหล่อหลอมลงไป**

สมมติว่า เหล็กแท่ง

เราจะเอามาทั้งดุ้น เพื่อเป็นมีด-เป็นพร้า

มันจะเอาไปฟันอะไรได้หรือ ?

มันยังเป็นดุ้นอยู่-เป็นก้อนเป็นเหล็กแท่งอยู่ มันไม่ได้

มันต้องเอาไปหล่อ-ไปหลอม

เอาไปทำให้มันเป็นมีด-เป็นพร้า เป็นขวาน เป็นจอบ-เป็นเสียม

จึงจะเอาไปใช้ได้ตามหน้าที่ของมัน

ฉะนั้น การที่เรามาปฏิบัติวิปัสสนานี้

เรามาเจริญสติตามแบบอย่างนี้

มันจึงรู้เข้าไปตามหน้าที่ ตามกฎเกณฑ์ของมัน

ถ้าหากเราไม่รู้จักหน้าที่ของมัน

แล้วเราเอาไป ก็ใช้ผิดเลยทันทีล่ะ

*คำสอนของพระพุทธเจ้านั้นมีประโยชน์

แต่ถ้าใช้ไม่เป็นแล้ว

เอาไปเรียน ไปจดจำทรงจำไว้เฉย ๆ

แล้วเอาไปอวดกัน ยกบาลมบาลี-ศัพท์แสง

(ว่า) ‘คุณเรียนน้อย-ผมเรียนมาก’ แน่ะ !

อวดดีกันแบบนี้ มันไม่ถูก-การไปทำอย่างนั้น*

**คำสอนของพระพุทธเจ้านั้นมีมาก

ถึง ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์ ก็ตาม

มีไว้เพื่อเรียนแล้วจำได้ แล้วเอามาแก้ทุกข์นี้เอง**

มีไว้เพื่อเรียน แล้วเอามาเพื่อละ

ไม่ใช่มีไว้ให้เรียนแล้วเอาไปแสวงหาลาภยศ-หาชื่อเสียง ไม่ใช่

**ท่านให้เรียน ท่านให้จำ

แล้วเอามาใช้เป็นเครื่องมือเพื่อแก้ทุกข์ ละทุกข์นี้ให้มันได้

เมื่อแก้ทุกข์ ละทุกข์ได้แล้ว

ทำการงาน ซื้อ-ขาย หาอยู่-หากินนั้น…จะไม่มีทุกข์**

ท่านสอนอย่างนั้น

ไม่ใช่ว่าคนรู้ธรรมะแล้ว จะไม่หาเงินหาทอง-ไม่ทำการทำงาน

อันนั้นไม่ถูก อย่าไปเข้าใจไปอย่างนั้น

คำว่า ‘กิเลส’ นั้น

มันไม่ได้หมายถึงเงิน ไม่ได้หมายถึงรถ

ไม่ได้หมายถึงบ้านเรือน ไม่ได้หมายถึงไร่-ถึงนา

‘กิเลส’ ท่านหมายถึงความโกรธ-ความโลภ-ความหลง

ความอิจฉาริษยา เบียดเบียดผู้อื่น

นี่ล่ะกิเลส…”

หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

————————————————————————————————

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

※ อย่าหลงตน-อย่าลืมตัว ※

※ ※

※ อย่าหลงกาย-อย่าลืมใจ ※

※ ※

※ อย่าหลงชีวิต ※

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

รู้สึกตัว…รู้สึกกาย รู้สึกใจ

_/|\_ _/|\_ _/|\_

ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ


Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *