“…คำว่า‘สัญญา’
เราพูดได้ว่า‘สัญญาขันธ์-เวทนาขันธ์-สังขารขันธ์-วิญญาณขันธ์’
ขันธ์ ถ้าจะพูดตามภาษาบ้านหลวงพ่อ-ก็เรียกว่า‘ขัน’
‘ขัน’แปลว่าที่รองรับ
จะตักน้ำก็ได้-จะเอาไปทำอะไรก็ได้ เพราะขันอันนี้
ถ้ารูปขันธ์ ก็ต้องรูปอันนี้ด้วย
รูปขันธ์-เวทนาขันธ์-สัญญาขันธ์-สังขารขันธ์-วิญญาณขันธ์ เรียกว่า‘ขันธ์ ๕’
**‘ขันธ์ ๔’ ก็เรียกว่าเวทนาขันธ์-สัญญาขันธ์-สังขารขันธ์-วิญญาณขันธ์
ขันธ์ ๔ ก็หมายถึงนามรูป-ไม่ใช่รูปนาม
(รูป)อันนี้เป็นรูป-เป็นนาม ไม่ใช่นามรูป
ตัวความคิดปรากฏขึ้นมาเป็นรูปความคิด
สิ่งที่รู้ความคิด เรียกว่า‘นามรูป’
รูปอันนั้นแหละ
จะเป็นเทวดาก็เช่นเดียวกัน จะเป็นพระอริยบุคคลก็เช่นเดียวกัน
เป็นมนุษย์ก็เช่นเดียวกัน-เหมือนกัน
ที่สุด ทำให้เราเป็นอริยบุคคลก็ได้
ไม่ใช่แข้งขา-หน้าตา-มือเท้าเป็น ใจมันเป็น
ในทางตรงกันข้าม เป็นสัตว์เดรัจฉานก็ได้-เป็นเปรตก็ได้
เป็นสัตว์นรกก็ได้-เป็นอสุรกายก็ได้
ไม่ใช่แข้งขา-หน้าตา-มือเท้าเป็น แต่ใจมันเป็น
คือตัวเวทนาขันธ์-สัญญาขันธ์-สังขารขันธ์-วิญญาณขันธ์
ต้องประกอบให้ขันธ์เหล่านี้มีศีล
ถ้าขันธ์เหล่านี้ไม่มีศีล
จะไปสมาทานเอาศีล ๕ ศีล ๘-ศีล ๑๐
หรือศีล ๒๒๗ ศีลก็ยังไม่สมบูรณ์
เพราะยังทำทุจริต ผิดกฎหมายบ้านเมือง
และจิตใจยังคิดอิจฉาริษยา เบียดเบียนคนนั้น-คนนี้
คิดวิตกกังวลต่าง ๆ นานา จะมีศีลได้ไหม ?
ตอบว่า มีไม่ได้**
เพราะในตำราท่านบอกว่า ‘ศีลเป็นเครื่องกำจัดกิเลสอย่างหยาบ’
*คนใดยังกำจัดกิเลสอย่างหยาบไม่ได้ แม้จะรักษาศีล-ก็ยังไม่สมบูรณ์
เป็นได้เพียงสมมติศีลเท่านั้นเอง*
ดังนั้น**ศีลจริง ๆ คือ ให้รู้จักรูปขันธ์
ทำ-พูด-คิด เห็น-รู้-เข้าใจ…เพราะรูปขันธ์มีศีล
เวทนาเสวยอารมณ์ เราก็รู้จักว่าเวทนาขันธ์
เสวยความทุกข์หรือความไม่ทุกข์ เราจะรู้
สัญญาขันธ์-จะรู้ เพราะตัวสัญญาตัวนี้จะประกอบด้วยการรู้
สัญญาแปลว่ารู้ รู้บ่อย ๆ เข้า
ท่านว่า‘สังขาร’ สังขารก็ปรุงไปในทางที่ถูกต้อง
วิญญาณก็เป็นตัวรู้แจ้ง**
ไม่ใช่วิญญาณที่ตายแล้ว ล่องลอยไปเกิดที่นั้น-ที่นี้
ไปตกนรกหรือไปขึ้นสวรรค์ วิญญาณอันนั้นเอาไว้ก่อน
**เราต้องมาศึกษาให้รู้จักปัจจุบัน**
เพราะพระพุทธศาสนา คำสอนของพระพุทธเจ้านั้น
จะเน้นหนักในเรื่องปัจจุบันมาก
เรื่องอดีต-อนาคต จะแก้ปัญหาอะไรไม่คล่องตัว
**เมื่อเราแก้ปัญหาในปัจจุบันขณะนี้
อดีต-อนาคต เราไม่ต้องไปกังวลสงสัย…เพราะเราทำดีแล้ว
การทำดีได้เพราะเรื่องอะไร ?
เพราะใจมันดี เพราะเรามีศีล
จึงเรียกว่าว่าศีลขันธ์-สมาธิขันธ์-ปัญญาขันธ์
ผู้ปฏิบัติต้องรู้เอง-เห็นเอง**
ในตำราบอกว่า‘อธิศีลสิกขา-อธิจิตตสิกขา-อธิปัญญาสิกขา’
‘สิกขา’ แปลว่าทำลายให้หมดไป
หรือจะว่าถลุงให้ละเอียด เจียระไนให้ผ่องใสก็ได้
ตัวอย่างเช่น เขาจะเอาของเข้าโรงงาน
จะเป็นโรงสีข้าว หรือโรงจักรเลื่อยไม้ก็ตาม
เมื่อเอาท่อนไม้เข้าไป เครื่องจักรมันจะผ่า-จะซอยเป็นแผ่นกระดานออกมา
ถ้าเป็นโรงสีสีข้าว เอาข้าวเปลือกเทเข้าไป
เครื่องจักรมันจะบดเป็นข้าวสารออกมา
ถ้าเป็นเม็ดข้าวพันธ์ดี ก็จะถอดตัวออกมาเป็นข้าวที่ ๑
ถ้าเป็นเม็ดพันธุ์ข้าวไม่ดี ก็จะออกมาเป็นข้าวที่ ๒
หักครึ่ง-หักกลางไป บางเมล็ดก็เป็นรำ-เป็นแกลบไป
อันนี้ก็เหมือนกัน
ถ้าหากเราจะเอาแต่เพียงศีลสังคมธรรมดา ก็จะเป็นแกลบ-เป็นรำไป
ถ้าเราได้มาศึกษาจนรู้จักหลักพระพุทธศาสนาจริง ๆ แล้ว
ก็ต้องรู้จักถึงรูปขันธ์มีศีล จะเป็นศีล ๕ หรือศีล ๘ ก็ตาม
เวทนาขันธ์มีศีล สัญญาขันธ์มีศีล สังขารขันธ์มีศีล วิญญาณขันธ์มีศีล
ศีลเหล่านี้เรียกว่า‘ศีลขันธ์’
เพราะรูปขันธ์-เวทนาขันธ์-สัญญาขันธ์-สังขารขันธ์-วิญญาขันธ์
‘ขันธ์’จึงเแปลว่าต่อสู้ จะฝนตกหรือแดดออก-ก็สู้ได้
รูปขันธ์
ถ้าเวทนาขันธ์บกพร่อง สัญญาขันธ์ก็จะแบก-สังขารขันธ์ก็จะแบก
เมื่อคิดขึ้นมา เราเห็น-เรารู้-เราเข้าใจว่าคิดอย่างนี้ไม่ถูกต้อง
เพราะสัญญามันรู้-ทำอย่างนี้มันผิด ทำความเดือดร้อนให้ตนเอง-จะรู้อย่างนี้
บัดนี้วิญญาณก็รู้ วิญญาณกับปัญญาคล้าย ๆ กัน
ถ้าวิญญาณเรามีศีลดี-เราก็ต้องรอบรู้ได้ ถ้าวิญญาณนั้นไม่ดี-เราก็รู้ไม่ได้
มันก็ทำผิด ทำให้เราเดือดร้อน
เมื่อเราเดือดร้อนแล้ว เราก็เอาความเดือดร้อนของเราไปให้เพื่อนของเรา
เมื่อเราไม่เดือดร้อนแล้ว ทีนี้เพื่อนเราเขาเดือดร้อนมา-เราต้องเอาขันตักน้ำเย็น ๆ
สมมตินะ เอาขันตักน้ำเย็น ๆ ให้คนที่เดือดร้อนมาหาเรา
ได้ดื่มน้ำเย็น ๆ เขาก็จะสบายใจ เนื่องมาจากศีลนั้นเอง
ศีลจึงเป็นเครื่องกำจัดกิเลสอย่างหยาบ
สมาธิเป็นเครื่องกำจัดกิเลสอย่างกลาง
ปัญญาเป็นเครื่องกำจัดกิเลสอย่างละเอียด
แต่พูดในตำราได้ พวกคุณเรียนแล้วต้องรู้
แต่เรายังไม่เคยเข้าใจ ว่าอะไรเป็นกิเลสอย่างกลาง
อะไรเป็นกิเลสอย่างละเอียด เราไม่รู้
**เราต้องมาศึกษาให้รู้จักจริง ๆ
ถ้าเราไม่รู้จักจริง ๆ แล้ว
มันก็จะเป็นชาวพุทธได้ก็เพียงสำมะโนครัวเท่านั้น**…”
หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ
————————————————————————————————
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
※ อย่าหลงตน-อย่าลืมตัว ※
※ ※
※ อย่าหลงกาย-อย่าลืมใจ ※
※ ※
※ อย่าหลงชีวิต ※
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
รู้สึกตัว…รู้สึกกาย รู้สึกใจ
_/|\_ _/|\_ _/|\_


ใส่ความเห็น