
ต น
ท่านเขมานันทะ (อาจารย์โกวิท เอนกชัย)
เมื่อตนยังไม่อาจเป็นที่พึ่งแห่งตนได้ การแสวงหาจึงมีตนขึ้น
และตนในขณะเป็นอยู่นั้น
จะกำหนดเส้นทางแห่งการแสวงหา
ให้ยาวยืดหรือหดสั้นก็ด้วยตนนั่นเอง
ความว้าเหว่ ขลาดกลัว ไม่แน่ใจนั่นใช่อะไร
มันคือตนที่ยังพึ่งตนไม่ได้
จึงได้หันไปพึ่งตนในโชคลาง พึ่งตนในของขลัง
และตนเช่นนั้น จึงกักขังการก้าวไปสู่ตนที่เลิศกว่า
การบรรลุถึงตน
ก็คือการบรรลุถึงความรู้มูลเหตุแห่งการแสวงหา
มันแสวงหาเพื่อเพิ่มตนให้บริบูรณ์ตามที่ตนเข้าใจ
การแสวงหาอย่างโง่เขลาจะทำให้ตนยิ่งกระหายและพร่องเสมอ
จนกว่าการสำรวจกำหนดรู้ตนในขณะนั้นๆ
ให้แสวงหาเพื่อละเสียซึ่งตน
นี่เองคือทางแห่งการบรรลุถึงตนที่จะได้อาศัยเป็นที่พึ่ง
ดังนั้นพฤติกรรม บุคลิกภาพทั้งหมดของคน
ก็คือท่าทีที่ออกมาจากการแสวงหาตน
การแสวงหาจะเริ่มสิ้นสุดลง
เมื่อได้ค้นพบตนที่ผลักดันให้แสวงหา
ความสงบจาการแสวงหาจะมีได้เพราะได้พบแล้วว่า
ตนจะหลอกล่อให้พะนอมัน
ก็ต่อเมื่อไม่ตระหนักแล้วเข้าใจมันเท่านั้น
ต่อเมื่อรู้ เมื่อเห็น ตนนั่นก็สงบ และตนใหม่ก็จะเกิดขึ้น
เพื่อให้การตระหนักได้ทำหน้าที่ละเอียดสุขุมลึกซึ้งขึ้น
ดังนั้น การใดเป็นไปเพื่อพะนอตน
สนับสนุนสถานะอันมั่นคงยั่งยืนของตน
ย่อมแตกต่างจากการตระหนักรู้ และละตนชนิดตรงกันข้าม
ฝ่ายแรกจะมุ่งสู่การสร้างปราการอันแข็งแกร่งแก่ตน
ฝ่ายหลังมุ่งสู่การปล่อยวางตน
ฝ่ายหนึ่งต้องเหน็ดเหนื่อยกับการปกป้องตนที่มีหรือเป็นแล้ว
ฝ่ายหนึ่งวางมือจากการปกป้องตนขึ้นทุกที
ฝ่ายหนึ่งต้องได้หัวเราะสลับกับร้องไห้
เมื่อได้ดังตนต้องการ สลับกับไม่ได้ดังตนต้องการ
ในขณะที่อีกฝ่ายหนึ่งไม่มีตน
ที่เร่รับการได้หรือเสียอะไรของตน
ฝ่ายแรกนั้น ทั้งความเกิดและความตาย
เป็นคุณสมบัติของตนที่จะต้องรับ
ฝ่ายหลังทิ้งตนที่เข้าไปรับตาย-เกิด
ไม่รับทั้งความอยู่และความตาย
และการรู้ล้วนๆ นี้ จัดเป็นคนสุดท้ายได้
เพราะมันเป็นที่พึ่งที่ปลอดภัย
จากการรังควานของความไม่รู้ทุกชนิด
(ที่มา : “ตน” ใน ชีวิตคุณมีอยู่เพียงขณะเดียว โดย ท่านเขมานันทะ (อาจารย์โกวิท เอนกชัย),
พิมพ์ครั้งที่ ๕ โดย สำนักพิมพ์ พิมพ์คำ, กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๒, หน้า ๑๑๐-๑๑๑)

ใส่ความเห็น