
อัตชีวประวัติประวัติหลวงพ่อพระมหาดิเรก พุทธยานันโท(ศักดิ์สิทธิ์)
(Update 13/12//2560)
1.ชาติกำเนิด
ชื่อเดิม ดิเรก ศักดิ์สิทธิ์
เกิด วันที่ 18 กันยายน พ.ศ.2494 บ้านปากปาน หมู่ที่ 7 ตำบลไทรย้อย
อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่
บิดาชื่อนา ศักดิ์สิทธิ์ มาดาชื่อ สนั่น เจริญโกศล
ชื่อฉายาภิกษุ พระมหาดิเรก พุทธยานันโท
นามปากกา พุทธยานันทภิกขุ Deva Nanda เทวานันทะ พระมาลัย
วัสลาสเวโก หลวงปู่มหาพุทธฯ พระธรรมได้
2.บรรพชาเป็นสามเณร
บรรพชาเป็นสามเณรที่วัดศรีเกษมปากปาน อายุ16 ปี สอบได้นักธรรมตรีขณะอยู่วัดศรีเกษม
ต่อมา พระอุปัชฌาย์คือ พระครูวิศาลสีลวัฒน์ รับตัวไปฝึกฝนที่วัดเด่นชัย อำเภอ เด่นชัย และสอบนักธรรมชั้นโทได้ในปีต่อมา
จากนั้นได้ย้ายไปเรียนนักธรรมและภาษาบาลี (ต่อ) ที่วัดต้นธง อำเภอเมือง จังหวัดแพร่ ในความอุปการะของพระโสภณธวัชชัย และสอบได้บาลีไวยากรณ์ ที่วัดต้นธง อำเภอเมือง จังหวัดแพร่
พ.ศ. 2512 ย้ายมาเรียนต่อที่กรุงเทพฯ สังกัดอยู่วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร สอบได้นักธรรมเอก
พ.ศ. 2513 สอบได้เปรียญธรรมประโยค 1-2
พ.ศ. 2514. อุปสมบทเป็นพระภิกษุ และเข้าเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยสงฆ์
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วัดมหาธาตุฯ สาขาวิชาครุศาสตร์ สอบได้เปรียญธรรมประโยค 3
พ.ศ. 2515 สอบได้เปรียญธรรมประโยค 4 และได้รับมอบหมายจากพระพุทธวรญาณ เจ้าอาวาสวัดประยุรวงศาวาสฯ ให้เป็นหัวหน้าดูแลพระนวกะ เมื่อออกพรรษาแล้วได้นำพระนวกะไปกราบคารวะหลวงพ่อพุทธทาสภิกขุ แห่งสวนโมกขพลาราม จังหวัดสุราษฎร์ธานี เริ่มต้นฝึกกรรมฐานแบบอานาปานสติกับหลวงพ่อพุทธทาส
พ.ศ. 2516 สอบได้เปรียญธรรมประโยค 5 และได้รับแต่งตั้งให้เป็นครูสอนนักธรรมบาลี เป็นผู้รับผิดชอบฝ่ายวิชาการ การสอนพุทธศาสนาวันอาทิตย์ของวัดประยุรวงศาวาสฯ
พ.ศ. 2517 สอบได้เปรียญธรรมประโยค 6 และได้รับแต่งตั้งให้เป็นกรรมการตรวจข้อสอบบาลีสนามหลวง ได้ทำหน้าที่นี้เป็นเวลาหลายปี
พ.ศ. 2519 พบกัลยาณมิตรคือ อาจารย์โกวิท เอนกชัย ( เขมานันทะ) ผู้ก่อตั้งอาศรมนวชีวัน บ้านดง จังหวัดนครนายก ( ซึ่งเป็นผู้แนะนำให้รู้จักกับหลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ ) ขณะนั้นยังเป็นพระนักศึกษา และปฏิบัติกรรมฐานตามแบบยุบหนอพองหนอ ตามหลักสูตรของมหาจุฬาฯ สอนโดย พระธรรมธีราชมหามุนี
3.การแสวงหาทางวิปัสสนาแบบเคลื่อนไหว
ต่อมารู้สึกสับสนในเรื่องกรรมฐาน ซึ่งมีหลายรูปแบบ อีกทั้งทำงานหนักทางด้านการศึกษา การสอน การร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ของวัดประยุรวงศาวาสฯ และมหาจุฬาฯ จึงรู้สึกเครียดและทุกข์ใจมาก
พ.ศ. 2520 ติดตามอาจารย์โกวิท จนพบหลวงพ่อเทียน ที่วัดสวนแก้ว จังหวัดนนทบุรี เกิดศรัทธาในวิธีการปฏิบัติกรรมฐานแบบเคลื่อนไหวตั้งแต่นั้นมา และปฏิบัติอยู่จนถึงปัจจุบันนี้ เนื่องจากได้เห็นทางดับทุกข์ เห็นสภาวธรรม เห็นแสงสว่าง เห็นมรรคผลนิพพาน ซึ่งกระทำได้ในชาตินี้แบบที่ไม่ต้องกลับมาเวียนว่ายตายเกิดอีก
พ.ศ. 2522 สำเร็จการศึกษาปริญญาตรี ครุศาสตร์บัณฑิต จากมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย จึงได้มีโอกาสศึกษาและปฏิบัติแบบเคลื่อนไหวอย่างเต็มรูปแบบกับหลวงพ่อเทียน ที่วัดสนามใน
พ.ศ.2523-2524 ไปปฏิบัติหน้าที่เป็นครูศีลธรรม สอนนักเรียนประถมศึกษาถึงมัธยมศึกที่โรงเรียนมัธยมสามบ่อ อ.ระโนด จ.สงขลา ตามพันธกรณีของมหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยและไปปฏิบัติภาวนาอยู่ที่ป่าช้าบ้านสามบ่อ ได้ไปพบกับอาจารย์โกวิท เขมานันทะ ที่อาศรมนวชีวัน จังหวัดสงขลา
4.การศึกษาต่อ
พ.ศ.2525-2526 เดินทางไปศึกษาต่อมหาวิทยาลัย บาลี สันสกฤต ระดับปริญญาโท ที่ “ Balee- SansKris University of Paranatthathama Buddhist insititute Kelaniy SRILANKA”
พอขึ้นชั้นปีที่ 2 เกิดสงครามภายในประเทศ ระหว่างรัฐบาลศรีลังกากับกองกำลังพยัคฆ์ทมิฬอีแลม ตอนเหนือของศรีลังกาได้มีการฆ่าพระสงฆ์จำนวนมาก จึงยุติการเรียนต่อปริญญาโท เดินทางกลับประเทศไทย ศึกษากรรมฐานแบบเคลื่อนไหวต่อไป
5.การเดินทางสู่ชีวิตพระวิปัสสนา แบบเคลื่อนไหวโดยตรง
พ.ศ. 2527 จำพรรษาวัดท่ามะไฟหวาน อ.แก้งค้อ จ.ชัยภูมิ ตามคำชักชวนของหลวงพ่อคำ เขียน สุวัณโณ ได้ทำหน้าที่รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดท่ามะไฟหวานเป็นเวลา 1 ปี
พ.ศ. 2528 ได้ขอเข้าไปจำพรรษา อยู่ที่วัดป่าสุคะโตกับหลวงพ่อคำเขียน สุวัณโณ เพื่อเข้าปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานกับท่านระหว่างพรรษา และได้ช่วยงานเผยแผ่ร่วมกับหลวงพ่อบุญธรรม อตฺตมธัมโม (ได้ทำต่อมาอีกหลายปี)
พ.ศ. 2529 จากวัดป่าสุคะโต เดินทางมาจำพรรษากับหลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ ที่วัดสนามใน ตำบลวัดชะลอ อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี ได้เข้าเก็บอารมณ์เข้ม กับหลวงพ่อเทียนหนึ่งเดือน ต่อมาได้ช่วยหลวงพ่อเทียนทำงานเผยแผ่การเจริญสติแบบเคลื่อนไหว หลวงพ่อเทียนได้เมตตาถ่ายทอดวิธีสอน เทคนิคเจริญสติแบบเคลื่อนไหว แบบต่างๆทั้งในรูปแบบและนอกรูปแบบ ในเวลาต่อมา
6.เริ่มออกเผยแผ่ธรรมครั้งแรก
พ.ศ. 2530 ทำงานเผยแผ่ร่วมกับหลวงพ่อคำเขียน สุวัณโณ และหลวงพ่อบุญธรรม อุตฺตมธัมโม เป็นเวลา 10 ปี
พ.ศ. 2531 ปีที่หลวงพ่อเทียนมรณภาพ รับนิมนต์ตั้งสำนักปฏิบัติกรรมฐาน ที่วัดป่าชัยมงคล ตำบลหนองผักหลอด อำเภอบ้านแท่น จังหวัดชัยภูมิ ได้จำพรรษาและสร้างสำนักปฏิบัติธรรมการเจริญสติแบบเคลื่อนไหวเป็นแห่งแรก
7.เริ่มสร้างวัดแพร่แสงเทียน
พ.ศ. 2534 รับนิมนต์จากผู้ปฏิบัติธรรมชาวจังหวัดแพร่ นำโดย คุณพิกุล มโนเจริญ ตั้งสำนักปฏิบัติธรรมอาศรมแพร่แสงเทียน อำเภอร้องกวาง จังหวัดแพร่ (ปัจจุบันชื่อ วัดแพร่แสงเทียน) โดยมีครอบครัวคุณหมอผจญผาทอง และลูกชายคือคุณวุฒิไกร ผาทอง ได้ร่วมกันบริจาคที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ปัจจุบันท่านมอบหมายให้พระอาจารย์กระสินธุ์ อนุภทฺโท เป็นเจ้าอาวาส
พ.ศ. 2537 นำพระลูกศิษย์ ญาติโยม ไปฝึกปฏิบัติกรรมฐานที่ศูนย์ปฏิบัติพุทธมณฑป เนินฆ้อ อำเภอแกลง จังหวัดระยอง ต่อมากลุ่มผู้ปฏิบัติธรรมชาวระยอง ชาวกรุงเทพฯ และจาก ที่อื่น ๆ นิมนต์ให้จัดอบรมภาวนาเป็นประจำทุกเดือน (ปัจจุบันได้ยกเลิกไปแล้ว)
8.การเผยแผ่ในต่างประเทศ
พ.ศ. 2539 รับนิมนต์จากผู้ใฝ่ธรรมชาวลาสเวกัส ประเทศสหรัฐอเมริกา ไปสร้างสำนักปฏิบัติธรรมการเจริญสติแบบเคลื่อนไหว รับหน้าที่เป็นเจ้าอาวาสวัดป่าพุทธยานันทาราม ลาสเวกัส และดำรงตำแหน่งเป็นประธานกรรมการอำนวยการ Buddhayanandaram Inc. หรือวัดพุทธยานันทาราม เมืองลาสเวกัส มลรัฐเนวาด้า USA ซึ่งเป็นวัดที่ได้รับอนุญาตให้เป็นองค์กรการกุศล ( Non-Profit Organization ) ที่ไม่แสวงหาผลกำไร จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายของรัฐเนวาด้า สหรัฐอเมริกา วัดนี้จึงจัดการปฏิบัติกรรมฐานแบบเคลื่อนไหวตามแนวทางการปฏิบัติของหลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ เป็นวัดแรกในประเทศสหรัฐอเมริกา ท่านได้มอบหมายและแต่งตั้ง พระอาจารย์ดา สมฺมาคโต และพระมหาบัวทอง พุทธโฆษโก เป็นพระวิปัสสนาจารย์ ซึ่งเป็นศิษย์รุ่นอาวุโสของหลวงพ่อเทียนทั้งสองรูป และได้ผ่านการอบรมเป็นพระธรรมทูตสายต่างประเทศ มาเป็นรองเจ้าอาวาส และทำการแทนเจ้าอาวาส ในระหว่างที่ไม่ได้อยู่นครลาสเวกัส
พ.ศ. 2541 ผ่านการอบรมเป็นพระธรรมทูตสายต่างประเทศ และเดินทางไปยังประเทศสหรัฐอเมริกา โดยได้บรรยายธรรมและอบรมการปฏิบัติธรรมวิปัสสนาแบบเคลื่อนไหวให้แก่ชาวไทย ชาวลาว และชาวอเมริกันในลาสเวกัส และรับนิมนต์ไปเผยแผ่แนวทางการเจริญสติแบบเคลื่อนไหวในมลรัฐต่าง ๆ ของสหรัฐอเมริกา
พ.ศ. 2543 รับนิมนต์ให้ไปเข้าจำพรรษา เพื่อบรรยายธรรมและอบรมการปฏิบัติภาวนาตามแนวคำสอนของหลวงพ่อเทียน ณ วัดจวงเหยียน เมืองคาเมล มลรัฐนิวยอร์ก ซึ่งเป็นวัดของฝ่ายมหายาน ผู้เข้าอบรมเป็นชาวไต้หวัน ชาวจีน และชาวอเมริกัน รวมทั้งรัฐใกล้เคียง พร้อมทั้งได้รับนิมนต์ให้เป็นผู้ดูแลวัดลาวพุทธาราม รัฐเวอร์จิเนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นวัดของชุมชนลาวที่ยังขาดเจ้าอาวาส จึงได้มอบหมายให้ลูกศิษย์ชาวลาว หลวงปู่คำจันทร์ พรหมฺวณโน ผู้ได้อุปสมบทจากวัดวชิรธรรมปทีป รัฐนิวยอร์ก ปฏิบัติกรรมฐานแบบเคลื่อนไหวตามแนวทางของหลวงพ่อเทียน ประจำอยู่ที่วัดป่าพุทธยานันทาราม ลาสเวกัส ไปทำหน้าที่ดูแลอบรมกรรมฐาน เป็นที่พึ่งทางใจแก่พี่น้องชาวลาว และเชื้อสายอื่น ๆ
9..สร้างวัดถ้ำแสงเทียน
พ.ศ. 2546 ตั้ง “วัดป่าบ้านหนองใหญ่” เป็นสำนักปฏิบัติกรรมฐานแบบเคลื่อนไหว ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น วัดถ้ำแสงเทียน บ้านหนองใหญ่ ตำบลบ้านเจียง อำเภอภักดีชุมพล จังหวัดชัยภูมิ แล้วมอบหมายให้พระอาจารย์สมพงษ์ อินทโชโต เป็นเจ้าอาวาสดูแลจนถึงปัจจุบัน
10.สร้างวัดป่าพุทยานันทารามลาสเวกัส
พ.ศ.2540ได้นำการเจริญสติแบบเคลื่อนไหวตามแนวทางของหลวงพ่อเทียนไปเผยแผ่ทั้งในประเทศและต่างประเทศ และได้จัดตั้งวัดป่าพุทธยานันทาราม ตั้งแต่ปี 2540 จวบจนถึงปัจจุบัน
ตั้งอยู่เลขที่ 5320 KELL LAND,LAS VEGAS USA
ซึ่งเป็นวัดแรกในสายงานหลวงพ่อเทียน ที่สร้างในต่างประเทศอย่างถูกต้องตามกฎหมายของอเมริกา
ต่อมาท่านได้ก่อตั้งศูนย์ปฏิบัติธรรมอีกหลายแห่งในรัฐต่างๆของประเทศอเมริกา และประเทศอื่นๆในยุโรปและเอเชีย เช่นประเทศแคนาดา ฝรั่งเศส อินโดนีเซีย เป็นต้น รวมระยะเวลาเผยแผ่ในต่างประเทศจนถึงทุกวันนี้เป็นเวลา 20 ปี
ในกาลต่อมาหลวงพ่อมหาดิเรก พุทธยานันโท จึงได้นิมนต์พระภิกษุสงฆ์ในไทยจำนวนหลายรูป ในสายงานหลวงพ่อเทียน เริ่มต้นตั้งแต่พระอาจารย์ดา สมฺมาคโต พระมหาบัวทอง พุทธโฆสโก เป็นต้น ออกไปช่วยเผยแผ่ โดยเริ่มตั้งแต่ปี 2540 จนถึงปัจจุบัน
พ.ศ. 2548 ขณะท่านจำพรรษา ณ วัดป่าพุทธยานันทารามลาสเวกัส ได้รับแต่งตั้งจากสมัชชาสงฆ์ไทย สหรัฐอเมริกา ให้เป็นรองประธานจัดทำหนังสือสวดมนต์แปลเป็นภาษาอังกฤษฉบับแรกของวัดไทยในอเมริกา และหนังสือสวดมนต์แปลถวายวัดต่าง ๆ
ปัจจุบันนี้ ท่านก็ยังเดินทางไปมาระหว่างประเทศไทยกับต่างประเทศ
คือ ทำหน้าที่เผยแผ่ที่เมืองไทย 6 เดือน
และในต่างประเทศอีก 6 เดือนของทุกปี
ปีนี้หลวงพ่อท่านมีอายุย่างเข้า ๖๖ ปีแล้ว ท่านจึงมีปณิธานที่จะกลับมาพัฒนาและเผยแผ่การเจริญสติแบบเคลื่อนไหวตามแนวหลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ ให้แก่ผู้มีศรัทธาและความเพียรในรูปแบบนี้อย่างจริงจัง โดยใช้ระยะเวลาอยู่ที่เมืองไทยให้นานขึ้นกว่าเดิม
ปัจจุบัน เมื่อกลับไทย ท่านจะจัดอบรมอยู่หลายแห่ง
11.ส่งเสริมสนับสนุนสร้างวัดป่าโคกดินแดง
หลวงพ่อท่านจะดูอุปนิสัยของศิษย์แต่ละรูป ที่อาศัยอยู่กับท่านว่าเป็นอย่างไร แล้วท่านก็จะส่งเสริมตามนั้น
พระอาจารย์ดวงศิลป์ ปิยสีโล ซึ่ง มีโอกาสได้รับใช้ใกล้ชิดหลวงพ่อรูปหนึ่ง มีอุปนิสัยรักเด็ก โดยแต่ละปีจะมีเด็กเดินทางมาจากภาคอีสาน มาบรรพชา สามเณรภาคฤดูร้อนด้วยทุกปีที่วัดแพร่แสงเทียน
ด้วยความเมตตาของท่านที่มองเห็นจุดเด่นที่มีในศิษย์ของท่านรูปนี้ ปีพ.ศ. 2547 ท่านจึงจึงได้ส่งเสริมให้พระอาจารย์ดวงศิลป์ ปิยสีโล ไปทำงานตามอุดมการณ์ของตนเองที่ป่าช้าถิ่นบ้านเกิดของตนเอง และหลวงพ่อได้เดินทางเยี่ยม เพื่อให้กำลังใจแก่ศิษย์ตลอด ซึ่งต่อมาคือวัดป่าโคกดินแดง อำเภอนาเชือก จังหวัดมหาสารคาม
12. สร้างสำนักสงฆ์วัดพระธาตุแสงเทียน
เพื่อพัฒนาบ้านเกิด
พ.ศ. 2554 ท่านได้รับนิมนต์จากชาวบ้านปากปานให้กลับบ้านปากปานหมู่ 7 ต.ไทรย้อย อ.เด่นชัย จ.แพร่ เพื่อ
1. พัฒนาบ้านเกิดเมืองนอน
เนื่องจากคุณแม่สนั่นซึ่งเป็นโยมแม่ของท่านซึ่งแก่ชรามาก สังขารเริ่มเสื่อมโทรมแล้ว ไม่สะดวกที่จะเดินทางติดตามท่านไปปฏิบัติธรรมตามวัดต่างๆได้เหมือนเดิม ท่านจึงดำริสร้างวัดแห่งนี้เพื่อเป็นสถานปฏิบัติธรรมของโยมแม่ในยามแก่ชรา รวมทั้ง ญาติพี่น้องและชาวบ้าน ได้ใช้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม
ท่านจึงได้มาบูรณะสำนักสงฆ์เล็กๆบนภูเขาร่วมกับชาวบ้านปากปานหมู่7 ต.ไทรย้อย อ.เด่นชัย จ.แพร่ และกลุ่มศิษย์พุทธยานันทภิกขุทั้งในประเทศและต่างประเทศ
เริ่มพัฒนาจากกุฏิหญ้าคา มาเป็นมหาสติภาวนาวิหาร สร้างพระธาตุแสงเทียน สร้างพิพิธภัณฑ์สติสถาน(หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ) สร้างกุฏิรับรอง และ กุฏิเก็บอารมณ์เข้ม สำหรับพระภิกษุ สามเณร และอุบาสก อุบาสิกาผู้มาปฏิบัติธรรม
2. สร้างถนนคอนกรีตจากหมู่บ้านขึ้นมาจนถึงมหาสติภาวนาวิหาร บนภูเขาเพื่ออำนวยความสะดวกในการมาปฏิบัติธรรมของพระภิกษุ สามเณร และอุบาสก อุบาสิกา โดยกำหนดให้ใช้การจ้างแรงงานจากชาวบ้านปากปาน เพื่อเพิ่มรายได้ให้ชาวบ้าน
14.ก่อตั้งมูลนิธิพุทธยานันทภิกขุ
โดยมีวัตถุประสงค์ดังนี้
1 . เพื่อสนับสนุนการศึกษา ของพระภิกษุ สามเณร และเยาวชนทั้งทางโลกและทางธรรม
2 . เพื่อส่งเสริมการปฏิบัติธรรมด้วยการเจริญสติแบบเคลื่อนไหว ตามวิธีการของหลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ แก่คฤหัสถ์และบรรพชิตที่อยู่ภายใต้การดูแลหรือการสนับสนุนของวัดพระธาตุแสงเทียน
3. เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการเผยแผ่สื่อและสิ่งพิมพ์การเจริญสติแบบเคลื่อนไหวตามวิธีการของ หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโ ภ โดยการจัดพิมพ์หนังสือ ผลิตสื่ออิเล็กทรอนิกส์ สื่อสิ่งพิมพ์และวิธีการเผยแผ่ในรูปแบบอื่น
4. เพื่อรักษาทรัพย์สินทางปัญญาหรือลิขสิทธิ์จากการพิมพ์หนังสือ การผลิตสื่ออิเล็กทรอนิกส์ และสื่อสิ่งพิมพ์ต่าง ๆ ที่ใช้ในการเผยแผ่
5. เพื่อให้การดูแลสุขภาพของพระภิกษุ สามเณรที่อาพาธ รวมทั้งอุบาสก อุบาสิกาที่เข้ามาปฏิบัติธรรม การเจริญสติแบบเคลื่อนไหวตามวิธีการของหลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ
6. เพื่อบำรุงรักษา บูรณะและซ่อมแซมเสนาสนะของสำนักวัดพระธาตุแสงเทียน
7. ดำเนินการเพื่อร่วมมือกับองค์กรการกุศลอื่น ๆ เพื่อสาธารณประโยชน์
6. ไม่ดำเนินการเกี่ยวข้องกับการเมืองแต่ประการใด
15.ปณิธานการทำงานเผยแผ่พระพุทธศาสนา
หลวงพ่อท่านได้เห็นความสำคัญที่จะต้องอบรมสร้างคนให้เป็นพระ เป็นสาวกขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพื่อเป็นตัวแทนออกเผยแผ่ธรรมะและสอนการปฏิบัติธรรมภาวนาอย่างถูกต้อง ตามแนวทางการสอนของหลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ เพราะสมมติสงฆ์นั้นจะต้องอบรมตนเองให้เข้าใจถึงธรรมของพระพุทธองค์ก่อน จึงจะสมควรไปทำหน้าที่ถ่ายทอดแก่ผู้อื่นได้ ท่านจึงขอยุติการเดินทางไปในที่ต่างๆ และขอปวารณาเป็นกัลยาณมิตรแก่พระผู้บวชใหม่ ผู้ซึ่งกำลังเดินทาง และยังไม่แจ้งในทิศทางที่จะไป ทั้งฆราวาสผู้ใฝ่ธรรมก็ปรารถนาจะพบพระวิปัสสนาจารย์ ที่สามารถแนะนำ และแสดงธรรมสอนการปฏิบัติในแนวทางไปสู่การดับทุกข์ได้ และได้แรงใจใคร่ปฏิบัติ เพราะท่านเป็นอาจารย์ผู้สามารถถ่ายทอดบรรยายธรรมได้อย่างมีเนื้อหาสาระและกระจ่างชัดแจ้ง โดยทำเรื่องน่าเบื่อให้เป็นเรื่องน่าฟัง ทำเรื่องที่เข้าใจยากให้เป็นเรื่องที่เข้าใจง่าย ทำให้เกิดกำลังใจปฏิบัติอย่างจริงจังและจริงใจ ผู้ปฏิบัติคนใดที่ตั้งใจและตั้งมั่นในการเจริญภาวนา ท่านจะเอาใจใส่โดยไม่เห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อย คอยดูแลให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด ทำให้ผู้ปฏิบัติมีกำลังใจฝ่าฟันอุปสรรค แก้ไขข้อขัดข้องต่าง ๆ ได้สำเร็จ อนาคตไม่มีความแน่นอน เมื่อได้พบครูบาอาจารย์ผู้รอบรู้ ผู้นำทางได้ ก็จำเป็นต้องรีบกระทำกิจให้รู้แจ้ง โดยอาศัยท่านนำทาง ท่านมักกล่าวว่า “ผู้ปฏิบัติธรรมคือผู้ไม่ประมาท ที่ใดมีผู้ไม่ประมาท ที่นั่นจะมีแต่ความสงบ สะอาด สว่าง ฉลาด ผ่องใส ว่องไว”
ท่านจะพูดเสมอว่า
“เมื่อไม่มีหลวงพ่ออยู่ พวกคุณทั้งหลายจงสืบสานงานต่อไปและมันจะกลายเป็น อมตธรรม ที่จะส่งทอดให้ชนรุ่นหลังได้นำไปปฏิบัติตาม ผู้มีบุญย่อมได้รับโอกาสเหล่านี้เสมอ.”
ปี พ.ศ.2540-2560 รวม 20 ปี ในการเผยแผ่ธรรมในต่างประเทศ
ปีพ.ศ. 2529 -2560 รวม 31 ปี
ในการเผยแผ่ธรรมในประเทศไทย
ของหลวงพ่อพระมหาดิเรก พุทธยานันโท(พระพุทธยานันทภิกขุ)
ปัจจุบันได้รับหน้าที่เป็นประธานสงฆ์ของวัดแพร่แสงเทียน
วัดถ้ำแสงเทียน และวัดพระธาตุแสงเทียน พร้อมทั้งยังรับดูแลวัดสาขา ที่ปฏิบัติตามแนวหลวงพ่อเทียนอีกหลายแห่งภายในประเทศ เนื่องจากพระลูกศิษย์หลายรูปที่เคยปฏิบัติกับท่านได้ออกไปสร้างวัดป่าในจังหวัดต่างๆ
16.ผลงานด้านการพิมพ์หนังสือเผยแผ่ธรรม
1.ตามเทียนส่องใจ ให้สว่างสุดทางเดิน
2.นาโนแห่งมหาสติ 4334
3.นวัตกรรมการเจริญสติแบบเคลื่อนไหว (Dynamic insight style)
4.วิปัสสนาพามือเคลื่อนไหว
5.ศาสตร์แห่งการตื่นรู้เบิกบาน (The way of Awakening to Bliss)
6. สติมาปัญญาเกิด
7. มอบรักด้วยธรรม
8. ภาวนาให้เป็นสุข พ้นทุกข์ด้วยสติ
9.ปฐมาจารย์เซ็นแห่งประเทศสยาม
10.เคลื่อนไหวไปสู่ความรู้สึกตัวทั่วพร้อม (ภายใน7วัน)
11.เคลื่อนไหวไปสู่ความรู้สึกตัวทั่วพร้อมเล่ม 2 ตอน วันนี้มีแต่ว่าง
12. เคลื่อนไหว (เล่ม 3) แยบคายในหลักปรมัตถ์
13.สติเคล็ดลับมองด้านใน
16.วัดและศูนย์ปฏิบัติธรรมในเครือข่าย
1. วัดถ้ำแสงเทียน บ้านหนองใหญ่ ต.บ้านเจียง อ.ภักดี ชุมพล จ.ชัยภูมิ 36260
2. ศูนย์ปฏิบัติลานธรรม วัดถ้ำแสงเทียน บ้านหนองใหญ่ ต.บ้านเจียง อ.ภักดีชุมพล จ. ชัยภูมิ 36260
3. วัดแพร่แสงเทียน ต.แม่ยางฮ่อ อ.ร้องกวาง จ.แพร่ 54140
4. วัดพระธาตุแสงเทียน บ้านปากปาน หมู่ที่ 7 ต.ไทรย้อย อ.เด่นชัย จ.แพร่ 54110 (ปัจจุบันท่านมาสร้างเสนาสนะ จัดอบรม และจำพรรษาอยู่ที่นี่)
5.วัดหนองผักหลอด(วัดป่าชัยมงคล) บ้านหนองผักหลอด ต.บ้านแท่น อ.บ้านแท่น จ.ชัยภูมิ 36190
6. วัดพระยาชุมพล คลองลี่ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ชัยภูมิ 36000
7. วัดป่าโคกดินแดง ต.หนองเม็ก อ.นาเชือก จ.มหาสารคาม
8. วัดพระธาตุขุนห้วยสวด ต.แวนโค้ง อ.เชียงคำ จ.พะเยา
9.วัดป่าพุทธยานันทาราม ลาสเวกัส Watpa Buddhaya Nandharam 5320 kell Las vegas, Nv 89156, U.S.A. Tel (702) 437 3320
10. วัดป่าพุทธาราม Watpa Bhddharam 8710 Marye Road Parylow VA 22534 U.S.A. Tel (540) 582 3572
17.ศูนย์อบรมตามที่ได้รับนิมนต์อบรมทุกปีจากสถาบันต่างๆ
1.ครุสติสถาน โรงเรียนรุ่งอรุณ แขวงทุ่งครุ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ
2.ยุวพุทธิกสมาคม แห่งประเทศไทย กรุงเทพฯ
3.ศูนย์ฝึกสติสวนพันดาว อ. สันทราย จ.เชียงใหม่
4.ศูนย์ฝึกสติม่อนมิ่งขวัญ (ดอยสะโง้ะ) อ.เชียงแสน จ.เชียงราย
5.หอจดหมายเหตุพุทธทาสภิกขุ สวนรถไฟ จตุจักร กรุงเทพฯ
6.ศูนย์ธรรมสังคีต อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก
18.ละสังขาร
หลวงพ่อท่านละสังขารอย่างสงบ ณ มหาสติภาวนาวิหาร วัดพระธาตุแสงเทียน บ้านปากปาน หมู่ที่ 7 ต.ไทรย้อย อ.เด่นชัย จ.แพร่
ในวันที่ 12 พฤศจิกายน 2560 เวลาประมาณ10.30-17.00 น.(ท่านแยกกับพระปัญญา ติสสฺโร เวลา10.30 หลังจากนั้นท่านก็หายไป ไม่ไปฉันเพล ทุกออกคนตามหา มาพบท่านอีกทีในบ่อเก็บน้ำฝนใต้มหาสติภาวนาวิหารเวลา17.00น. ท่านละสังขารไปแล้ว)
รวมศิริอายุ 66 ปี พรรษา 46
จิระพร เมธาบดี เลขามูลนิธิพุทธยานันทภิกขุ เรียบเรียง
พระครูวินัยธรดวงศิลป์ ปิยสีโล ประธานดำเนินงานพิธีบำเพ็ญกุศลสรีระสังขารกราบขอขมาบูชาคุณหลวงพ่อพระมหาดิเรก พุทธยานันโท – ตรวจทาน
หมายเหตุ
ในการเรียบเรียงอัตชีวประวัติของหลวงพ่อนั้นเนื้อหาประมาณ 90% หลวงพ่อท่านได้เรียบเรียงไว้แล้ว เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2560 ส่วนผู้เรียบเรียง ได้แก้ไขเพิ่มเติมในส่วนของ
1.การสร้างวัดพระธาตุแสงเทียน โดยการสอบถามมัคทายก และจากการฟังหลวงพ่อเทศน์ให้ญาติโยมฟังบ่อยๆว่าสร้างเพื่ออะไร เมื่อไร อย่างไร
2.การก่อตั้งมูลนิธิพุทธยานันทภิกขุ ก็คัดลอกเอามาจากข้อมูลการขออนุญาตจัดตั้งมูลนิธิพุทธยานันทภิกขุ ที่หลวงพ่อท่านได้ให้ผู้เรียบเรียงได้เรียบเรียงให้แล้วท่านและประธานมูลนิธิฯได้ตรวจทานก่อนส่งเรื่องขอจัดตั้งมูลนิธิฯเรียบร้อยแล้ว
3.การละสังขาร ผู้เรียบเรียงได้สอบถามพระและโยมที่อยู่ในที่เกิดเหตุอย่างรอบคอบแล้ว
ส่วน พระอาจารย์ดวงศิลป์ ปิยสีโล ประธานดำเนินการจัดงานบำเพ็ญกุศลสรีระสังขารหลวงพ่อมหาดิเรกพุทธยานันทภิกขุ ปัจจุบันคือ รักษาการเจ้าที่พักสงฆ์วัดพระธาตุแสงเทียน
ได้เรียบเรียงในส่วนที่หลวงพ่อท่านได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสร้างวัดป่าโคกดินแดง และให้เพิ่มเติมประวัติครอบครัว ของหลวงพ่อ(เดิมหลวงพ่อท่านไม่ได้เขียนไว้)
_____________________________________
page: วัดพระธาตุแสงเทียน – Watphrathathseangtean
fb.ชมรมคนเพียร

ใส่ความเห็น