การเห็นตนเอง
เขมานันทะ
ที่นี่ “เห็นตนเอง” ไม่ได้หมายถึงเฝ้าดูว่าทำ–จะทำ–กำลังทำอะไรในเชิงศีลธรรม–หน้าที่ หรือความรับผิดชอบต่อครอบครัว–สังคม แต่หมายถึง “ดูสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในใจ”
เพราะ “จิต” เป็นหัวหน้าแห่งกิจกรรมทั้งมวล—จึง “เห็นตน” โดยเฝ้าดูการเคลื่อนไหวในจิต ที่ผลักดันให้เราทำ–พูด–คิด—ตามเหตุปัจจัยและความจงใจ สั้น ๆ คือ “สังเกตจากต้นทาง” ที่แรงจูงใจแรกเกิดขึ้น
คำว่า “เห็น” คือ “ประจักษ์อารมณ์ทางใจด้วยความรู้ตัว”—รู้จิตด้วยจิต และวางจากผลข้างเคียง—ปีติ คำพูด ประสบการณ์พิเศษ ภาพหลอน ฯลฯ โซ่ความคิดที่หุ้มใจหลายชั้นจึงหยุด นี่คือ “การแตกทะลุครั้งแรก”—ความไวรู้สูงปรากฏ ลบภาพตน และพา “สัมผัสธรรมชาติรู้”—เป็นขอบฟ้าใหม่ของชีวิต
ภาพตนเป็นภาพลวงจากความคิด—เหมือนตราประทับบนขี้ผึ้ง—โฮโลแกรมที่อัตตาสร้างเป็นสื่อแสวงหาความสมบูรณ์ จึงกระหายไม่รู้จบ ก่อหวัง–กลัว พอใจ–ไม่พอใจ สลับไปมา คว่ำ–หงายอยู่กับตัวเอง
เมื่อความรู้ตัวส่องสว่าง มันทำลายโซ่ความคิด—เหมือนให้ความร้อนจนขี้ผึ้งคืนสภาพเดิม—“ความเป็นเช่นนั้นเอง” หรือดังทองรูปพรรณทั้งปวง—กำไล สร้อย ต่างหู—เมื่อหลอมก็กลับสู่ “แร่ทอง” ประสบการณ์นี้ผู้ปฏิบัติจะเห็นโดยเฉพาะ “สมาธิเคลื่อนไหว”
เริ่มแรก ต้องใส่ใจรู้ “การยก–วางมือ” อย่างช้า สม่ำเสมอ ให้รู้สึกทุกจังหวะ คำว่ามีสติคือ “ให้กายรู้กาย” ทุกช่วงจังหวะ ต้องต่อเนื่อง เบานุ่ม เป็นปกติ หากขาดสติ กลับมาเริ่มใหม่—อย่ากังวล—การ “รู้ว่าขาดสติ” ก็เป็นสติแล้ว—การปฏิบัติกำลังไปได้ดีเมื่อรู้เช่นนั้น—เพียงสังเกตอย่างรู้ตัวในทุกการเคลื่อนไหวและช่วงหยุด—ไม่บีบคั้น ไม่แรง—ปล่อยให้ความสดใหม่ค่อย ๆ รวมตัว นี่คือการเปลี่ยนนิสัยจาก “ไม่รู้ตัว” สู่นิสัย “รู้–เห็นตามจริง”—เริ่มเข้าใกล้ธรรมชาติแท้ และเพาะ “พุทธภาวะ” ที่เราทุกคนมีร่วมกัน
ขั้นสูงคือเห็นตน “เปลี่ยน” จากการถูกความคิดชักใย—กลายเป็น “ผู้ยืนฝั่งแม่น้ำเชี่ยว”—รู้สึกกระแสคิดไหล และ “ไม่ตกลงไป” เห็น “เกิด–ดับ” ของคิดและความลวง จึงเข้าใจว่าทำไมผู้คน (รวมเรา) จึงทุกข์—เพราะ “ไม่รู้–ไม่เห็นความคิด”—ความคิดครอบใจเมื่อไร้ความรู้ตัว คลุมทางและต้นกำเนิดของจิต
เห็นเหล่านี้คือ “เห็นโลก”—เพราะโลกเกิดจากความคิด โลกถูกกำหนดโดย “ใจส่วนมากที่ขาดสติ–ปัญญา” การเห็นกำเนิดของโลกต้องเห็นในตนเอง—เห็นเหตุ เห็นดับ และหนทางสู่ “ที่สุดแห่งโลก” ในตนเอง คำว่า “โลก” ในพุทธ–พ้องกับ “ทุกข์”—ดังนั้น “ที่สุดแห่งโลก” คือ “ที่สุดแห่งทุกข์”—คือ “จบอวิชชา”
ธรรมบรรยายแก่ผู้ปฏิบัติภาวนาแบบหนึ่งวัน—อาทิตย์ 23 สิงหาคม 1998
ผู้เขียน
เขมานันทะ (นามปากกาพุทธของ โกวิท เอนกชัย) นักวิชาการอิสระชาวไทย ผู้สอนพุทธศาสนาเชิงทฤษฎีและปฏิบัติมากว่า 20 ปี ทั้งด้านจริยธรรม สังคม วัฒนธรรม สัญลักษณ์ และศิลปะ สอนในไทย สิงคโปร์ อังกฤษ เยอรมนี สวิตเซอร์แลนด์ ออสเตรเลีย และสหรัฐฯ เขียนหนังสือกว่า 20 เล่ม ทั้งไทย–อังกฤษ ว่าด้วยพุทธ สมาธิ ศิลปะ วัฒนธรรม เป็นกวีและศิลปิน มีนิทรรศการในหลายประเทศ สำเร็จศิลปบัณฑิต ม.ศิลปากร ปี 2508 เคยสอนที่วิทยาลัยเทคนิคกรุงเทพ 2508–2510 ลาสิกขา 2528 หลังพำนักต่างประเทศ 2524–2528 จากแรงกดดันการเมือง เคยศึกษาธรรมภายใต้ท่านพุทธทาสภิกขุ และหลวงพ่อเทียน ผู้บุกเบิก “มหาสติภาวนาแบบเคลื่อนไหว” ปี 2519 ก่อตั้ง “มูลนิธิอริยภา” ปี 2534 คำสอนในสหรัฐฯ ได้ถูกรวบรวมเป็นหนังสือ Know Not a Thing: Insights into Dynamic Meditation จัดพิมพ์โดย White Lotus

ใส่ความเห็น