รู้สึกกาย รู้สึกใจ 10 พฤศจิกายน 2022

“นี่เป็นอีกโอกาสหนึ่ง ที่เรามาประชุมกันเพื่อฟังธรรม

เรื่องธรรมะนี่-พูดกันมากแล้ว ต่างคนต่างคิด-ต่างเห็นกันไป

ซึ่งต่างก็ถือว่าคำสอน-คำเทศน์จากความคิด-ความเห็นเหล่านั้นเป็นธรรมะ

ข้าพเจ้าจะไม่วิพากษ์-วิจารณ์อะไรในที่นี้

และจะหลีกเว้นการสอนธรรมะในส่วนอื่น ๆ อันเป็นความคิดเห็นปลีกย่อย

ซึ่งแต่ละคนอาจรู้-อาจเข้าใจสถานภาพของตน-ของตนได้ดีกว่า

หากเขาเข้าใจเรื่องชีวิต หรือตัวชีวิตแท้ ๆ ของเขาเป็นอย่างดี

อย่างถูกตรง และถ่องแท้แล้ว

ฉะนั้น-**สิ่งที่ข้าพเจ้ามุ่งเน้น ชี้ชวนให้เห็น-ให้ทำความเข้าใจเสมอมา

คือเรื่องชีวิต-หรือการพ้นทุกข์ ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่สุดของพุทธศาสนา

หรือแม้แต่ศาสนาที่ได้ชื่อ-ได้นามอื่น ๆ ก็ตาม

เรื่องชีวิตและเรื่องของการเกิดดับนั้น จำเป็นต้องรู้**

คำว่าอาการเกิดดับนี้ มีอยู่ ๒ อย่างด้วยกัน

คืออาการเกิดดับของรูป-นามอย่างหนึ่ง

และอาการเกิดดับของนามรูป อีกอย่างหนึ่ง

คนที่เจริญสมถกัมมัฏฐาน

หรือเจริญวิปัสสนากัมมัฏฐานที่ยังไม่ถึงที่สุดของทุกข์

มักถือเอาอาการเกิดดับของรูป-นามเป็นเรื่องสนุก

มักชอบเอามาพูดคุยโอ้อวดกัน เอาของต่ำเป็นของสูง

เช่นนี้ เพราะขาดญาณปัญญา-ขาดความเข้าใจที่ถูกตรง

ซึ่ง**เรื่องเหล่านี้จะรู้ได้ ต้องเจริญสติ-เจริญปัญญา

ให้เกิดญาณปัญญารู้แจ้ง-รู้จริง สามารถออกจากทุกข์ได้จริง

เพราะมีอยู่ในตัวแล้ว เป็นแล้ว-เห็นแล้ว-เข้าใจแล้ว

เรื่องทางจิต-ทางใจเป็นเรื่องที่ทำให้คนอื่นรู้-เห็น-เข้าใจได้ยาก

แต่ใช่ว่าเป็นเรื่อง(ที่)รู้ไม่ได้เสียเลย

พระพุทธเจ้าได้สอน-ได้ชี้วิธีปฏิบัติให้แล้ว คือให้เจริญสติ-เจริญปัญญา**

หากว่าถึงประสบการณ์ทางด้านการปฏิบัตินั้น

ข้าพเจ้าเคยทำมาแล้วหลายวิธี แต่ไม่ทำให้เกิดผลสมบูรณ์

ซึ่งอาจนำมาเล่า-บอกกล่าวให้เป็นที่รู้กันบ้างก็ได้

และขอให้ถือเป็นการเตือนจิตสะกิดใจของพวกเราก็ดี

ข้าพเจ้าเคยปฏิบัติโดยวิธีทำพุท-โธ

โดยนั่งสมาธิให้ตัวตรง-แล้วหลับตา โดยได้รับคำสอนว่าไม่ต้องหลับตาสนิท

ให้มองออกไปเห็นเป็นแสงเรือง ๆ แล้วหายใจเข้าว่า‘พุทธ’-หายใจออกว่า‘โธ’

ให้นึกภาวนาอยู่ในใจ ไม่ต้องออกเสียง

บางครั้งก็หลับไป และเป็นความสงบไปในตัว-แต่ไม่ได้รับผลอะไรเท่าที่ควร

วิธีที่ ๒ ก็นั่งสมาธิเช่นเดียวกัน แต่ให้กำหนดภาวนาเป็นตัวเลข

คือเมื่อหายใจเข้าก็ให้ว่า‘๑’ หายใจออกให้ว่า‘๒’

หายใจเข้าให้ว่า‘๓’ หายใจออกให้ว่า‘๔’…เรื่อยไปเช่นนี้จนถึง ๑๐ จึงหยุด

แล้วย้อนกลับลงมาเป็น ๙ เป็น ๘ จนถึง ๑…แล้วนับขึ้นไปถึง ๒๐

แล้วจากนั้นย้อนกลับลงมาถึง ๑ ใหม่ อะไรเช่นนี้

*วิธีนี้ อาจารย์ว่าขลัง-ศักดิ์สิทธิ์

ผลที่ได้รับก็คือความสงบชั่วครู่ยาม และหลับไปโดยไม่รู้สึกตัว

กล่าวคือ ข้าพเจ้าไม่อาจไปถึงที่สุดทุกข์โดยวิธีนี้-เห็นว่ายังไม่สมบูรณ์*

วิธีที่ ๓ เป็นวิธีสัมมา-อรหัง

หายใจเข้าให้ว่า‘สัมมา’ หายใจออกให้ว่า‘อรหัง’

ซึ่งเห็นว่าไม่ต่างไปจากการนับตัวเลขเลย แท้จริงก็คืออันเดียวกันนั่นเอง

วิธีที่ ๔ เป็นวิธีพองยุบ

หายใจเข้าว่า‘พองหนอ’ หายใจออกให้ว่า‘ยุบหนอ’

หรือถ้าหากเดินจงกรมก็ว่า‘ซ้ายย่างหนอ’ ‘ขวาย่างหนอ’

‘ยกส้นหนอ’ ‘ยกหนอ’ ‘ไปหนอ’ ‘ลงหนอ’ ‘ถูกหนอ’ ‘กดหนอ’

ซึ่งแท้จริงก็คือการสร้างปราการปิดกั้นความคิด หรือมโนทัศน์ต่าง ๆ

และสำรวมสติให้มาอยู่กับอิริยาบถต่าง ๆ นั่นเอง

แต่วิธีนี้ก็ยังไม่พ้นที่ต้องมีกลุ่มความคิดหรือมโนทัศน์ ที่นำมาใช้ภาวนานั่นเอง

และเป็นการฝืนธรรมชาติแท้จริงของจิตใจ

และอาจพลาดที่จะมองให้เห็นการเคลื่อนไหว หรือการทำงานของจิตใจ

เป็นแต่เพียงกดมันไว้เท่านั้นเอง

วิธีที่ ๕ เป็นวิธีอานาปานสติ คือการกำหนดรู้ลมหายใจ

หายใจเข้าสั้นก็ให้รู้ หายใจออกยาวให้รู้ หายใจเข้ายาวก็ให้รู้

หายใจออกสั้นก็ให้รู้ ลมหยาบ-ลมละเอียดก็ให้รู้

แต่วิธีนี้ เมื่อทำไปนาน ๆ อาจหลงต้นลม-หรือหลงปลายลม

เพราะมักจะเข้าไปในความสงบตามความเคยชิน

เพราะไม่รู้จักความสงบที่แท้จริง

ความสงบจึงมี ๒ อย่าง คือ

ความสงบแบบสมถกัมมัฏฐานอย่างหนึ่ง

กับความสงบแบบวิปัสสนากัมมัฏฐานอีกอย่างหนึ่ง

*ความสงบแบบสมถกัมมัฏฐานนั้น เป็นความสงบแบบไม่รู้สึกตัว*

ส่วน**ความสงบแบบวิปัสสนากัมมัฏฐานนั้น เป็นความสงบที่รู้สึกตัวอยู่เสมอ**…”

หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

————————————————————————————————

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

※ อย่าหลงตน-อย่าลืมตัว ※

※ ※

※ อย่าหลงกาย-อย่าลืมใจ ※

※ ※

※ อย่าหลงชีวิต ※

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

รู้สึกตัว…รู้สึกกาย รู้สึกใจ

_/|\_ _/|\_ _/|\_

ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ


Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *