“…เรื่องที่ควรศึกษา ๒ ประการ
๑. เราควรศึกษาการเกิดของคน
ถ้าเป็นคน ก็ต้องมีพ่อ-มีแม่
ถ้าเป็นวัว-เป็นควาย เป็นสัตว์เลื้อยคลาน
หรือสัตว์ประเภทใด ก็ต้องเกิดมาจากสัตว์ประเภทนั้น
เกิดมาสูง-ต่ำ ดำ-ขาวอย่างไร…ก็ต้องเป็นอย่างนั้น
เกิดมาในตระกูลใด ก็ต้องเป็นคนในตระกูลนั้น
ทุกคนคงจะเคยได้ยินประวัติของพระพุทธเจ้ามาแล้ว
พระองค์เป็นคนอินเดีย เกิดในตระกูลกษัตริย์
แต่ชาติกำเนิด ก็ไม่ทำให้เจ้าชายสิทธัตถะเกิดเป็นพระพุทธเจ้าขึ้นมาได้
กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ
**ความดี-ความชั่วของคน ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเชื้อชาติหรือตระกูล
แต่ขึ้นอยู่กับการกระทำ จึงไม่มีใครทำให้ใครได้
จะทำแทน หรือปฏิบัติแทนใครก็ไม่ได้
เพียงแต่มีวิธีแนะนำเท่านั้นว่า
‘ทำอย่างนี้มันผิด ทำอย่างนี้ถูก
ทำอย่างนั้น-มันไม่รู้ ทำอย่างนี้-มันรู้
ทำอย่างนี้-มันเข้าใจ ทำอย่างนั้น-มันไม่เข้าใจ’**
ท่านสอนไว้อย่างนี้
๒. **เราควรศึกษาว่า เราจะฉลาดจริง-เห็นจริงตามความเป็นจริงได้อย่างไร ?**
เจ้าชายสิทธัตถะเกิดเป็นพระพุทธเจ้าขึ้นมาได้
เพราะการศึกษาประการที่ ๒ นี่เอง
ไม่ใช่เพราะชาติกำเนิดของพระองค์
**เมื่อพระองค์ตรัสรู้แล้ว
จึงนำมาสอนให้คนอื่นรู้ตาม-เห็นตาม
ผู้ใดต้องการรู้ตาม-เห็นตาม จึงจำเป็นต้องมาศึกษา
และปฏิบัติตามคำสอนของพระองค์*
พระองค์ตรัสว่า‘สัตว์ทั้งหลายเป็นตถาคต
หรือสัตว์ทั้งหลายเหมือนเราตถาคต’**
พระองค์ไม่ได้หมายถึงสัตว์เดรัจฉาน แต่หมายถึงสัตว์มนุษย์
‘เหมือนกัน’ คือคล้ายคลึงกัน…ให้เข้าใจอย่างนี้
ท่านยังกล่าวต่อไปว่า
**‘สภาพหรือสภาวะดั้งเดิมนั้นเหมือนกันหมด
ไม่ว่าผู้หญิงหรือผู้ชาย ทำให้รู้ได้-เห็นได้เหมือนกัน’**
แล้วท่านยังสอนไว้อีกว่า
**‘อย่าเห็นกงจักรเป็นดอกบัว
ให้เห็นผิดเป็นผิด เห็นถูกเป็นถูก
เห็นทุกข์เป็นทุกข์ เห็นสุขเป็นสุขจริง ๆ’**
ท่านว่า **‘ทำให้เห็นอย่างนั้น-จะต้องทำอย่างไร ?
ต้องเจริญสติ-เจริญสมาธิ-เจริญปัญญาอย่างเราตถาคตนี้
ต้องรู้อย่างเรา-เห็นอย่างเรา-เข้าใจอย่างเรา-สว่างอย่างเรา
แต่ถ้าหากทำแล้วไม่รู้อย่างเรา-ไม่เห็นอย่างเรา
ไม่เข้าใจอย่างเรา-ไม่สว่างอย่างเราตถาคตนี้
นั่นมันยังไม่ใช่ มันยังไม่ถูก’**
วิชชา แปลว่าอะไร ?
มันไม่ใช่ภาษาที่เราพูดกัน
**‘วิชชา’ คือความรู้แจ้ง-รู้จริง รู้แล้วไม่เปลี่ยนแปลง
ส่วน‘อวิชชา’นั้น แปลว่าความไม่รู้แจ้ง-ไม่รู้จริง เปลี่ยนแปลงไปได้**
พูดตามภาษาบ้านเราว่า**‘ให้รู้ตนเอง-ศึกษาตนเองให้ตื่นตัว’
ถ้ารู้ตัวเองว่าเป็นอย่างไร ความไม่รู้-มันก็ไม่มี
ถ้าความไม่รู้มีอยู่ ความรู้ก็ไม่มีในที่นั้น-ไม่มีจริง ๆ
ถ้าเราฝึกหัดตัวเราเองให้รู้ตัวเอง-ตื่นตัว-เข้าใจตัว
ความไม่รู้-ความไม่ตื่น-ความไม่เข้าใจ-ความไม่เห็น ก็จะไม่มี
ต้องรู้ตาม-เห็นตาม-เข้าใจตามได้จริง ๆ**
**พระพุทธเจ้าท่านสอนให้เจริญสติปัฏฐาน ๔**…”
หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ
————————————————————————————————
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
※ อย่าหลงตน-อย่าลืมตัว ※
※ ※
※ อย่าหลงกาย-อย่าลืมใจ ※
※ ※
※ อย่าหลงชีวิต ※
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
รู้สึกตัว…รู้สึกกาย รู้สึกใจ
_/|\_ _/|\_ _/|\_


ใส่ความเห็น