“…คำว่า‘กระทำทางจิต’นี่
จิตพาทำ หรือว่ารูป(กาย)พาทำ ?
(จะ)ทำอะไรก็ตาม
เราก็เห็นแล้ว(ว่า)จิตใจเขาจะพาทำ ทำดี-ทำชั่ว
ทีนี้ก็**ตัว‘สติ-ปัญญา’ที่คอยคุมกาย-วาจา-ใจ
แน่ะ! เมื่อสติ-สมาธิ-ปัญญาควบคุมกาย-วาจา-ใจแล้ว
ก็เป็นคนไม่ลืมตัวแล้วล่ะ**
*ในขณะที่เราลืมตัว-เราทำไปอย่างนั้นแหละ อันนั้นลืมตัวนะ
บางทีทำไปโดยไม่มีสติ-ปัญญา ทำไปตามกิเลส*-แน่ะ!
*กิเลสมันชอบอยู่กับสติ-ปัญญา(แบบ)นี้ มันก็มีนะครับ
นี่…ให้รู้จักไว้
กิเลสมันชอบอย่างไร?
ชอบไปตามใจมัน มันอยากทำอะไร-มันก็ทำไป
อันนี้แหละ เขาเรียกว่า‘กิเลส’
กิเลสนั้น จึงว่า‘มันทุกข์’*
เมื่อมีคนตำหนิแล้วปุ๊บ-ยึดถือเข้าเลย เจ้าตัวกิเลสนี่ !
แล้วทีนี้ ‘สติ-ปัญญา’ล่ะ ?
**สติ-ปัญญามันก็ไม่สนใจสิ เพราะว่ารู้จักสมมติมาแล้วนี่
เรารู้จักวิธีทำทุกแง่-ทุกมุมแล้ว แน่ะ! มันก็เลยไม่ติด-ไม่ทุกข์
ท่านจึงว่า
‘เมื่อรู้จักธรรมะอันนี้แล้ว ก็เอาไปใช้กับการกับงานได้ทุกอย่าง’**
แต่ทว่า *ให้ระวังเพียงว่า
ความรู้ที่รู้มานี้ จะเอาไปทำผิดแบบหรือทำถูกแบบ ?
ถ้าทำผิดเสียแล้ว ไม่มีโอกาส-ไม่มีเวลา*
จะเปรียบก็เหมือนกับเม็ดข้าวนั่นแหละ
ถ้าเอาไปเพาะ-ไปปลูก ใส่ลงไปในเตาไฟเสียแล้ว
ไม่มีโอกาสจะงอกง่ายเสียแล้ว
บางทีก็จะไหม้ไปในไฟเสียด้วยซ้ำอันนี้
*การปฏิบัติธรรมนี้ก็เหมือนกัน
บางคนทำไปตั้งนาน ๆ แล้วก็ตายเปล่าเสียก็มี*
(แต่)ถ้าเอาเม็ดข้าวไปเพาะ-ไปปลูกในที่ชุ่มเย็นแล้ว
จะไม่นานเลย จะแตกดอก-ออกผลออกมาเลยจริง ๆ
**คนเราก็เหมือนกัน ถ้าตั้งใจฝึกหัดดัดนิสัยดี ๆ
แล้วอยู่กับผู้ที่ฉลาด ผู้ที่รู้จริง ๆ น่ะ
ก็จะได้ประโยชน์จริง ๆ มันเป็นอย่างนั้น
เอาไปใช้กับชีวิตได้จริง ๆ
ฉะนั้น คนเราต้องรู้จักรักการ-รักงาน
รักคำพูด รักหน้าที่ของเรา
ทำงานใด ๆ จึงจะไม่เมื่อย-ไม่เหนื่อย**
*คนใดที่ไม่รักการ-รักงาน ทำงานแล้วก็เหนื่อย-ก็เมื่อย
ทำนิดหน่อย ก็ว่าตนทำมาก
มันเป็นอย่างนี้*…”
หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ
————————————————————————————————
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
※ อย่าหลงตน-อย่าลืมตัว ※
※ ※
※ อย่าหลงกาย-อย่าลืมใจ ※
※ ※
※ อย่าหลงชีวิต ※
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
รู้สึกตัว…รู้สึกกาย รู้สึกใจ
_/|\_ _/|\_ _/|\_


ใส่ความเห็น