รู้สึกกาย รู้สึกใจ 17 กรกฎาคม 2022

“…วันนั้นหลวงพ่อเดินไป-เดินมา

จุดเทียนไขไว้ตรงนั้น-ตรงนี้

หลวงพ่อเห็นตัวตะขาบมันแล่นผ่านหน้าไป

หลวงพ่อก็เอาเทียนไขมาส่องดู

เมื่อไม่เห็น หลวงพ่อก็เอาเทียนไขมาตั้งไว้ที่เดิม

เดินกลับไป-กลับมาอีก

พอระยะตี ๕ นี่แหละ เกิดรู้จักศีลขึ้นมา

**ศีล ๕-ศีล ๘-ศีล ๒๒๗ ที่เราถือกันมานั้น

เป็นศีลสมมติ เป็นศีลสังคม

มันมีมาแล้ว เรื่องเหล่านี้มีมาก่อน

ศีลที่พระพุทธเจ้าสอนจริง ๆ นั้น

ก็คือตัวปกติ ปกติกาย-ปกติวาจา-ปกติใจ

เมื่อกายเป็นปกติ-วาจาเป็นปกติ-ใจเป็นปกติ

อะไรปรากฏขึ้นมา ต้องรู้-ต้องเห็น-ต้องเข้าใจ

‘ศีล’ จึงเป็นเครื่องกำจัดกิเลสอย่างหยาบ

‘สมาธิ’ เป็นเครื่องกำจัดกิเลสอย่างกลาง

‘ปัญญา’ เป็นเครื่องกำจัดกิเลสอย่างละเอียด**

หลวงพ่อก็เลยรู้อย่างนี้

โอ! **ศีลที่เป็นเรื่องของการปกติกาย-ปกติวาจา-ปกติใจนี้

เมื่อกายเป็นปกติแล้ว มันอยากทำอะไร-เรารู้

เมื่อวาจาปกติแล้ว มันอยากพูดอะไร-เรารู้

เมื่อใจปกติแล้ว มันอยากคิดอะไร-เรารู้

ความรู้-ความเห็น-ความเข้าใจนี่เอง

ท่านจึงว่า‘รู้แจ้ง-เห็นจริง’

รู้แล้วก็ต่างไปจากเก่า ล่วงจากภาวะเดิม

ไม่ทำเหมือนแต่ก่อน**

อดีตที่ผิดมาแล้ว แก้ไขไม่ได้

อนาคตที่ยังไม่มาถึง ก็ทำอะไรไม่ได้

**แก้ไขได้เฉพาะปัจจุบันเท่านั้น

คิดเดี๋ยวนี้-แก้เดี๋ยวนี้

มันอยากพูดเดี๋ยวนี้-มันอยากทำเดี๋ยวนี้ แก้เดี๋ยวนี้

เมื่อแก้ปัจจุบันได้แล้ว อดีต-อนาคตไม่สำคัญ**

มันสำคัญเหมือนกัน แต่ไม่สำคัญเท่าปัจจุบัน

หลวงพ่อเลยรู้ว่า

ศีลมันเป็นเครื่องกำจัดกิเลสอย่างหยาบ

คือ**ต้องกำจัดโทสะ-โมหะ-โลภะ

หรือกิเลส-ตัณหา-อุปาทาน

กำจัดสิ่งชั่ว ๆ นี้ออกไปได้แล้ว ศีลจึงปรากฏ**

อันนี้แหละกิเลสอย่างหยาบที่สุด

หลวงพ่อจึงว่า‘เรื่องโทสะ-โมหะ-โลภะ

เรื่องกิเลส-ตัณหา-อุปาทาน

มันเป็นหญ้าปากคอก’

ถ้าเรากำจัดหญ้าปากคอกนี้ไม่ได้

แม้มีเงินมาก ๆ ก็ตาม

ย่อมไม่มีโอกาส ไม่มีเวลาที่จะรู้ธรรมะ

คำสอนของพระพุทธเจ้าจริง ๆ

เมื่อรู้จักศีลว่าเป็นอย่างนั้น-อย่างนี้แล้ว

หลวงพ่อก็มารู้จัก‘ศีลขันธ์-สมาธิขันธ์-ปัญญาขันธ์’

‘ขันธ’ แปลว่ารองรับ

แปลว่าทำลายสิ่งที่ชั่วร้ายออกไปให้หมด

หลวงพ่อเข้าใจอย่างนี้

เมื่อเข้าใจอย่างนี้ดีแล้ว

ก็เลยมารู้จักอธิศีลสิกขา-อธิจิตสิกขา-อธิปัญญาสิกขา

นั่นเป็นคำพูดของคนอื่น ไม่ใช่คำพูดของตนเอง

เมื่อเข้าใจเรื่องนี้แล้ว ก็เลยเข้าใจว่า

สมถกรรมฐาน(กับ)วิปัสสนากรรมฐาน มันแยกกันที่ตรงนี้

เพราะแต่ก่อนก็เคยทำความสงบแบบนั้นมา

ต้องนั่งอยู่เฉย ๆ นั่นเป็นความสงบแบบไม่รู้

**ความสงบแบบหลวงพ่อพูดให้ฟังนี้ไม่ต้องนั่งสงบ

ทำไร่ก็ได้-ทำนาก็ได้ ซื้อ-ขายก็เป็น กินข้าวก็ได้

ทำอะไรก็เป็นหมด เป็นครู-เป็นนักเรียนก็ได้

เป็นทหาร-ตำรวจ เป็นรัฐมนตรีก็ได้

เพราะความสงบแบบนี้

ทำอะไรอยู่ มันก็ไม่เดือดร้อน**”

หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

————————————————————————————————

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

※ อย่าหลงตน-อย่าลืมตัว ※

※ ※

※ อย่าหลงกาย-อย่าลืมใจ ※

※ ※

※ อย่าหลงชีวิต ※

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

รู้สึกตัว…รู้สึกกาย รู้สึกใจ

_/|\_ _/|\_ _/|\_

ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ


Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *