“…คำสอนของพระพุทธเจ้านิดเดียวเท่านั้นเอง
เราเคยได้ยิน-ได้ฟังกันมาแล้วว่า
‘ใบไม้ในมือกับใบไม้ในป่า’
ใบไม้ในกำมือมีเพียงนิดเดียว ที่จะไปรักษาคนไข้หาย
ใบไม้ในป่านั้นมีมาก จะเอารักษาคนไข้ไม่หาย
เราเป็นหมอ-เป็นพยาบาลก็ตาม ล้วนแต่เรียนมามาก
มีความรู้สูง ๆ ทั้งนั้น หลวงพ่อไม่เคยเรียนหนังสือ
แต่ก็จำเป็นต้องเอาคำพูดของคนที่ไม่รู้หนังสือนี่แหละ มาพูดให้ฟัง
ดังนั้น ประโยชน์จะเกิดขึ้นที่เรา-เพราะเรารู้ดีนั่นเอง
แต่เมื่อเป็นคนอวดดี มันจะขายหน้า
ไปสอนคนอื่น(ว่า)‘อย่าโกรธนะ’ แต่เรามันโกรธขึ้นมาทันที
มันขายหน้าเราแล้ว
แต่เราก็ไปห้ามคนอื่น(อยู่)ได้
แต่เมื่อเราโกรธขึ้นมา เราไม่รู้
นี้แหละ เป็นการอับอายขายหน้ามาก
ขายหน้ามากกว่าทุกสิ่ง-ทุกอย่าง
แม้ผ้าหลุดกลางถนน ก็ยังไม่อับอายขายหน้าเท่ากับเราโกรธขึ้นมา
ภาษาบ้านหลวงพ่อพูดว่าอย่างนี้(ว่า)
‘เราย่างไปตามถนน ผ้ามันหลุดจากเอวไป-เปลือยตัวไป
ก็เรียกว่าไม่มีผ้า ก็ยังไม่อับอายขายหน้า
เท่าเราโกรธขึ้นมาแต่ละครั้ง’
พ่อ-แม่ ครูบาอาจารย์ของเรานั้น
โกรธขึ้นมาครั้งเดียวนี่-อายมาก
แต่*คนไม่รู้เรื่อง-ไม่รู้ความโกรธนั้น ก็เลยไม่มียางอาย*
พวกคุณคงจะได้ยิน-ได้ฟังบ่อย ๆ
แต่ที่บ้านหลวงพ่อพูดอย่างนี้
เมื่อเราใจไม่ดี มันอารมณ์ไม่ดี
‘ฉันอารมณ์ไม่ดีนะ-อย่าเข้ามาใกล้นะ อย่ามาพูดเยาะเย้ยนะ’
**เราก็รู้จักว่าอารมณ์ไม่ดี เราจะยึดถือทำไม ?
เราก็วางซิ แล้วก็แล้วกันไป
อันนี้เราวางไม่ได้ เราไปยึด-ไปถือโดยอุปาทาน
อุปาทานยึดมั่น-ถือมั่น เพราะเรามีอุปาทานนี้เอง
ถ้าเราไม่มีอุปาทาน เราก็ไม่มีการยึด
สังขารจะไม่ปรุงไปรูปนั้น จะปรุงไปด้วยสติปัญญา
สัญญามันคุมไปเรื่อย ๆ ไปเรื่อย ๆ
เพราะอยู่ด้วยสติ-อยู่ด้วยสมาธิ-อยู่ด้วยปัญญา**
บ้านหลวงพ่อว่า ‘อย่ามาใกล้กูนะ-กูใจฮ้าย
เดี๋ยวกูเหลียวเบิ่งคน-เบิ่งมึงเท่ากำปั้นนี้นะ’
คนทั้งคน เบิ่ง-เบิ่งเท่ากำปั้น
หลวงพ่อเคยได้ยิน แค่มันโกรธขึ้นมาก็พอแล้ว
เห็นคนเท่าฝ่ามือเมื่อไร-มันบ่เห็นชัด
บางคนเขาบอก ‘เบิ่งคนก็บ่เห็น ไอ้หมา’
ไม่ใช่คนที่ถูกเบิ่งเป็นหมานะ ฟังให้ดี
ตัวเรานั้นเองเป็นหมา
ที่จริงไม่ใช่ตัวเราเป็นหมานะ ใจเราเป็นหมาแล้ว
จึงดูคนเป็นหมา เข้าใจอย่างนี้-การเจริญวิปัสสนา
ตัวคนไม่ได้เป็น แข้ง-ขาไม่ได้เป็น
ใจเป็นหมา เพราะเราดูคนเป็นหมา
ตัวคนนั้นเขาจะรู้ ทำไมดูฉันเป็นหมา
ก็ตัวเธอซิเป็นหมา ฉันเป็นคน
คนที่มีปัญญา ต้องมองเห็นสภาพของคนที่โกรธนั้นเป็นหมา
คนที่ต้องรับนั้น เขาจะไม่ยึดเอาเลย
เพราะเขาไม่ต้องมีสัญญาไปจำอย่างนั้น
**สัญญาเขาจะคอยดูแต่ใจเขา ระมัดระวังไม่ให้อุปาทานเกิดขึ้น**
ดังนั้น*คนเรา ถ้าหากหลงตน-ลืมตัวแล้ว
จะไม่มีค่า-(ไม่)มีราคาเลย*
ตรงกันข้าม ถ้าคนที่ไม่หลงตน-ลืมตัว
อยู่ที่ไหน ๆ ก็จะเป็นเทวดาได้ทั้งนั้น…”
หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ
————————————————————————————————
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
※ อย่าหลงตน-อย่าลืมตัว ※
※ ※
※ อย่าหลงกาย-อย่าลืมใจ ※
※ ※
※ อย่าหลงชีวิต ※
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
รู้สึกตัว…รู้สึกกาย รู้สึกใจ
_/|\_ _/|\_ _/|\_


ใส่ความเห็น