“…พระพุทธเจ้าทรงสอนว่า‘ทุกข์ต้องกำหนดรู้
สมุทัยต้องละ-มรรคต้องเจริญ-นิโรธต้องทำให้แจ้ง’
มันเป็นคำพูด
แต่ตัวที่หลวงพ่อพูด มันก็เป็นสมมติ-แต่ว่าโดยปรมัตถ์
เรียกว่า‘สมมติบัญญัติ-ปรมัตถบัญญัติ-อรรถบัญญัติ-อริยบัญญัติ’
คนมาที่นี่**ไม่ใช่มีแต่หลวงพ่อ ทุกคนจะเห็นจิตใจเรา
คิด…วัน ๆ หนึ่ง-จะมีกี่ครั้ง ?
บางคนไม่รู้-ไม่เห็นเลย มันจะคิด-ก็คิด
เหมือนกับหนูตัวโต-แมวตัวเล็ก
แมวมันจับหนู หนูก็พาแมวไปเรื่อย ๆ เลย-ไม่มีวันหยุด
นี่ มันเป็นอย่างนี้
บัดนี้เราต้องฝึกความรู้สึก(ตัว)ให้มาก ๆ
ภาษาบ้านหลวงพ่อเรียกว่า‘ให้รู้เนื้อ-รู้ตัว รู้กาย-รู้ใจ รู้เนื้อ-รู้ตัว’**
*ถ้าหลงกาย-ลืมใจ หลงเนื้อ-หลงตัวแล้ว…ก็เรียกว่า‘คนหลง’
ถึงจะมีชีวิตอยู่ ก็ไม่มีประโยชน์อะไรเลย*
เพราะเป็นคนหลงตน-ลืมตัวแล้ว
หลงกาย-ลืมใจแล้ว จะมีประโยชน์อะไร ?
ทำการ-ทำงาน ก็มีแต่ความผิดพลาด
มีแต่ความเดือดร้อนแล้ว ก็ไม่สมกับที่เราเกิดมาเป็นคนเสียด้วย
คำว่าคนนี้ ไม่ใช่สัตว์เดรัจฉาน
คำว่าคนนี้คือสัตว์มนุษย์ สัตว์มนุษย์นี่แหละเป็นผู้มีจิตใจสูง
**เมื่อเรามาเห็นจิต-เห็นใจ
เมื่อเราคิดปุ๊บ-เราไม่ต้องเข้าไปในความคิด เราเป็นมนุษย์ได้เลย
เราไม่ได้ถลำติดไปกับความคิดที่มันวุ่นวาย-สับสน
เราหักห้ามได้แล้ว เราเป็นมนุษย์ได้แล้ว
เรียกว่า‘มนุษย์เป็นผู้มีจิตใจสูง หักห้ามจิตใจได้’
มันคิดขึ้นมา เราเห็น-ดับมันเสีย
นี่มันความคิดสังขารปรุงแต่งแล้ว เราก็รู้
ขณะที่รู้-เรียกว่า‘วิญญาณรู้’ คือตัวสัญญานี่แหละ
รู้บ่อยเข้า-บ่อยเข้า ตามันจับปั๊บ-รู้เลย…มันจะได้ทันที
มันคิดขึ้นมาปุ๊บ-เราก็จะเห็นทันที เพราะว่าสัญญามันเห็นเอง
ตัวสัญญารู้มากเข้า-มากเข้า ก็เป็น‘ญาณ
ญาณ’แปลว่าเข้าไปรู้ ไม่ใช่มุดหัวเข้าไปรู้
พวกเราไม่เข้าใจ ‘ญาณ’แปลว่ารู้แจ้ง
เมื่อญาณเข้าไปรู้บ่อยเข้า-บ่อยเข้า ก็เกิดเป็นญาณปัญญา
เรียกว่า‘วิปัสสนาญาณ’** วิปวิปัสสนา-มันเป็นชื่อเฉย**‘ปัญญา’แปลว่ารอบรู้
คือปัญญากับตัวญาณ-ตัวสัญญา มันจะมาพร้อมกัน
เมื่อมันมาพร้อมกัน ก็มีทั้งสติ-มีทั้งปัญญา-มีทั้งสมาธิ
พร้อมกันทั้งหมด** ไม่ต้องมีอะไรมาก…”
หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ
————————————————————————————————
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
※ อย่าหลงตน-อย่าลืมตัว ※
※ ※
※ อย่าหลงกาย-อย่าลืมใจ ※
※ ※
※ อย่าหลงชีวิต ※
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
รู้สึกตัว…รู้สึกกาย รู้สึกใจ
_/|\_ _/|\_ _/|\_


ใส่ความเห็น