รู้สึกกาย รู้สึกใจ 19 พฤษภาคม 2022

“…อันการทำการ-ทำงาน มีเงิน-มีทอง มีรถ-มีเกวียนนั้น

ทำไปด้วยความขยันขันแข็ง รู้จักเก็บน้อย-ผสมให้มาก

ถือว่าเป็นการทำการ-ทำงานตามหน้าที่ มีไปตามหน้าที่

‘ถ้าเก็บบาทหนึ่งไม่เป็น

เก็บ ๑๐ บาท-ซาวบาท(๒๐ บาท) ก็เก็บไม่เป็น

ถ้าเก็บบาทหนึ่งเป็น มี ๑๐-มี ๑๐๐ ก็เก็บเป็น’

ท่านสอนอย่างนั้น

สอนให้คนทุกคนทำการ-ทำงานตามหน้าที่

พ่อ-แม่ทำการ-ทำงานตามหน้าที่

ลูกทำการ-ทำงานตามหน้าที่

จะยกตัวอย่างไปไกลก็ว่า

ครูต้องทำงาน-ทำการตามหน้าที่ของครู

นักเรียนก็ทำงาน-ทำการตามหน้าที่ของนักเรียน

ตำรวจทำงาน-ทำการตามหน้าที่ของตำรวจ

ทหารทำงาน-ทำการตามหน้าที่ของทหาร

ข้าราชการและทุกคนก็เหมือนกัน

เมื่อทำงาน-ทำการตามหน้าที่ของตน ๆ แล้ว

อันนี้แหละท่านว่า

‘บ้านเมืองสงบเย็น อยู่โดยปราศจากความทุกข์’

เรายินดีการงานของเรานี้ อย่าไปยินดีการงานของผู้อื่น

ท่านว่า**‘ทำงานเพื่องาน ไม่ใช่ทำงานเพื่อเอา

ทำงานตามหน้าที่’**

เรื่องนี้คนเราไม่เข้าใจไปอย่างนั้น

ทำงานอันใดก็มีแต่อยากได้-อยากเอา

ถ้าเป็นอย่างนี้ มันก็เป็นการทำงานเพื่อกิเลสล่ะสิ

กิเลสนั้นมันอยากได้-อยากเอา มันบังคับนะนั่น

มีความทุกข์แล้ว เพราะถูกกิเลสบังคับ

ทีนี้เมื่อเราตั้งโครงการไว้แล้วว่า เราจะทำอันนี้

พอมันไม่ได้-มันไม่สมหวัง มันก็เป็นทุกข์

นี้เพราะไม่ได้ทำงานตามหน้าที่ ไม่รู้จักว่าทำงานเพื่องาน

ฉะนั้นเราอย่าไปคิดอย่างนั้น ให้เราทำไปตามหน้าที่

สมมติว่าเรามาอยู่ที่นี้

เรามาเจริญวิปัสสนา เราต้องเจริญ

รู้-ไม่รู้…ไม่รู้จักล่ะ ท่านบอกแล้วก็ต้องฟัง

ท่านบอกว่าเดินจงกรม ก็ต้องเดินจงกรม

เดินจงกรมเพื่อสร้างสติ

**ให้ทำความรู้สึกน้อย ๆ นี้ ให้มีขึ้นมา

มันเคลื่อน-มันไหว

พลิกมือขึ้น-คว่ำมือลง ยกมือไป-เอามือมา

เดินหน้า-ถอยหลัง เอียงซ้าย-เอียงขวา ก้ม-เงย

กะพริบตา อ้าปาก กลืนน้ำลายผ่านลงไปในลำคอ

หายใจเข้า-หายใจออกนี้ รู้สึกตัว

อันนี้ท่านเรียกว่า‘มีสติ’

ฝึกสติอันนี้นี่ ให้มันเห็น-ให้มันรู้-ให้มันเข้าใจ

ทำความคุ้นเคยกับอันนี้นี่**

บัดนี้**จิตใจมันนึก-มันคิดขึ้นมา ให้เรามีสติคอยจ้องมันอยู่

เหมือนแมวกับหนูนี้แหละ

มันนึก-มันคิดขึ้นมา เห็น-รู้-เข้าใจ

ความคิด-ความนึกนั้น มันจะหยุดทันที

เมื่อมันหยุดแล้ว มันก็ไม่ถูกปรุงไป**

ท่านเรียกว่า‘ปฏิจจสมุปบาทเป็นวิสังขาร’

‘ปฏิจจสมุปบาท’นั้น ท่านว่า

‘อวิชชาเป็นปัจจัยให้เกิดสังขาร

สังขารเป็นปัจจัยให้เกิดวิญญาณ

วิญญาณเป็นปัจจัยให้เกิดนามรูป

นามรูปเป็นปัจจัยให้เกิดสฬายตนะ

สฬายตนะเป็นปัจจัยให้เกิดผัสสะ

ผัสสะเป็นปัจจัยให้เกิดเวทนา

ไปเรื่อยตามเรื่องของมัน

จนเป็นโสกะ-ปริเทวะ-ทุกข์-โทมนัส-อุปายาส’

อันนี้มันเป็นอย่างนั้น

บัดนี้**เรามาเห็นมันนึก-มันคิด

เราเห็น-เรารู้-เราเข้าใจ มันหยุด

มันก็เลยไม่มีอวิชชา

ที่อวิชชาไม่มี ก็เพราะเราเห็น-เรารู้นี่

มันก็เลยเป็น‘วิชชา’**…”

หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

————————————————————————————————

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

※ อย่าหลงตน-อย่าลืมตัว ※

※ ※

※ อย่าหลงกาย-อย่าลืมใจ ※

※ ※

※ อย่าหลงชีวิต ※

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

รู้สึกตัว…รู้สึกกาย รู้สึกใจ

_/|\_ _/|\_ _/|\_

ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ


Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *