รู้สึกกาย รู้สึกใจ 15 พฤษภาคม 2022

“…ที่เราเคยศึกษาเล่าเรียนมานั้น

คำว่า‘เจริญสติปัฏฐาน ๔’นี้

เราก็เคยได้ยิน-ได้ฟังกันอยู่ว่า ‘ให้พิจารณาว่า

กายานุปัสสนา-ให้พิจารณากายในกาย

ให้รู้จักกายในกาย ท่านว่าอย่างนั้น

เวทนานุปัสสนา-ให้พิจารณาเวทนาในเวทนา

ให้รู้จักเวทนาในเวทนานั้น

จิตตานุปัสสนา-ให้พิจารณาจิตในจิต…คือจิตในจิตนั้น ว่างั้น

ธรรมานุปัสสนา-ให้พิจารณารู้ธรรม เห็นธรรมในธรรมนั้น’

ท่านสอนให้เรามีสติเข้าไปกำหนดรู้อย่างนั้น

แต่เท่านั้นก็ยังไม่พอ

คนที่ยังไม่มีสติปัญญา ท่านยังสอนย้ำเข้าไปอีกว่า

‘ให้มีสติรู้ในอิริยาบถทั้ง ๔

ยืน-ให้มีสติรู้ในการยืน นั่ง-ให้มีสติรู้ในการนั่ง

นอน-ให้มีสติรู้ในการนอน เดิน-ให้มีสติรู้ในการเดิน’

ขนาดนี้ท่านก็ยังว่าไม่พออยู่อีก เพราะว่าคนมันต่างกัน

ท่านจึงให้มีสติรู้ในอิริยาบถย่อย

คู้-เหยียด เคลื่อนไหว กระพริบตา อ้าปาก

กลืนน้ำลาย หายใจเข้า-หายใจออก

**ให้มีสติเข้าไปรู้สิ่งเหล่านี้**

แต่สิ่งที่พูดมานี้-คนอื่นมองเห็น ท่านว่าเป็นของหยาบ

ท่านจึงสอน**ให้ปฏิบัติธรรมเห็นของหยาบ

แล้วก็เห็นของอย่างกลาง

แล้วก็เห็นของอย่างละเอียด ลึก ๆ เข้าไป

การกำมือ-เหยียดมือ ยกขา-ยกมือ-ยกเท้านี่…มันหยาบ

การกะพริบตา-หายใจนั้น ละเอียดเข้าไปอีกหน่อย

ส่วนจิตใจที่มันนึก-มันคิดนั้น ยิ่งละเอียด

คนอื่นมองไม่เห็นได้ เห็นได้เฉพาะตน

ท่านจึงว่า‘สันทิฏฐิโก’ เป็นภาษาบาลี

อันผู้ประพฤติปฏิบัติจะรู้เอง-เห็นเอง-เข้าใจเอง**

ท่านว่าอย่างนั้น

ดังนั้น การปฏิบัติข้อแรกที่สุดนั้น

ที่ผมชอบพูด เรื่องตัวของผมเอง

ก็เพราะมาคิดถึงเคยได้พูดกับพรรคกับพวก

ที่มาศึกษาเล่าเรียนตาม

**ผมไปปฏิบัติธรรมะ ผมไม่ไปสนใจกับหมู่กับเพื่อน

ผมสนใจแต่ตัวของผม การเคลื่อนไหวโดยวิธีใด-ผมให้รู้**

เมื่อผมรู้ ผมก็เลยรู้เลย

เข้าใจเรื่องรูป-เรื่องนามนี่แหละ รู้จริง ๆ

แต่ก่อนนั้น…ผมรู้รูป-รู้นามนั้น ผมรู้ตามตำรับตำรา

รู้ตามครูบาอาจารย์บอกสอนมาซือ ๆ

ต่อมา**เมื่อผมมาเจริญสติ-เจริญสมาธิ-เจริญปัญญานี่

ผมรู้เอง-เห็นเอง-เข้าใจเอง**

คล้าย ๆ กับว่าการเกิดของคนนั้นมันเกิด ๒ หน

(๑) การเกิดจากท้องแม่นั้นเกิดอย่างหนึ่ง รู้ไม่ได้-จำไม่ได้

พ่อแม่เล่าให้ฟังว่าเกิดวันนั้น-วันนี้ เดือนนั้น-เดือนนี้

พ่อแม่เล่าให้ฟัง ไม่ใช่รู้เอง-เห็นเอง

(๒) **ตอนที่ธรรมะปรากฏขึ้นมาจากจิตใจสำนึกจริง ๆ นั้น

ไม่หลง-ไม่ลืม**

เมื่อผมรู้รูป-รู้นามนี้ รู้ตอนเช้า

รู้รูป-นามแล้ว…ก็รู้รูปทำ-นามทำ รู้รูปโรค-นามโรค

รู้ทุกขัง-อนิจจัง-อนัตตา รู้สมมติ

รู้ศาสนา-รู้พุทธศาสนา รู้บาป-รู้บุญ

นี่รู้ตอนเช้า-รู้จริง ๆ รู้แล้วไม่หลง-ไม่ลืมสักที

ดังนั้นการศึกษาของจริงนั้น จึงว่าศึกษาให้รู้เอง-เห็นเอง

อันนี้การเกิดตอนนี้ ชีวิตของผมมีค่า-มีราคามาก

ตอนที่ผมเกิดจากท้องแม่มานั้น ค่า-ราคามันน้อยที่สุดครับ

**ตอนที่ผมเกิดรู้ธรรม-เห็นธรรม-เข้าใจธรรมนี้

ผมว่า ผมมีค่า-มีราคามากที่สุดครับ**

ดังนั้น **ธรรมะนั้นจึงมีในคนทุกคน-ไม่ยกเว้น

แต่ขอให้ปฏิบัติให้มันถูกเท่านั้นซือ ๆ

ถ้าปฏิบัติถูกต้องแล้ว ต้องรู้หมดทุกคน

คนไทยก็รู้อย่างนั้น ดับทุกข์ได้

คนจีนก็รู้อย่างนั้น ดับทุกข์ได้เหมือนกัน

คนอินเดียก็รู้อย่างนั้น

ให้ว่าทุกชาติ-ทุกภาษา รู้อันเดียวกันหมด

ท่านจึงว่า ‘สภาพ-สภาวะดั้งเดิมนั้นเหมือนกันหมด’

เหมือนกันหมด ไม่ผิดกัน**…”

หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

————————————————————————————————

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

※ อย่าหลงตน-อย่าลืมตัว ※

※ ※

※ อย่าหลงกาย-อย่าลืมใจ ※

※ ※

※ อย่าหลงชีวิต ※

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

รู้สึกตัว…รู้สึกกาย รู้สึกใจ

_/|\_ _/|\_ _/|\_

ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ


Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *