“…วิธีการฝึกใจ หลวงพ่อจะพูดให้ฟัง
**จิตใจเราเป็นปกติชนิดหนึ่ง ชนิดหนึ่งมันคิดว้าวุ่น**
คำว่าว้าวุ่น-คือคิดไม่หยุด เข้าใจไหม ?
คิดว้าวุ่น มันคิดสับสนวุ่นวาย
อันนั้นเรียกว่าคิดว้าวุ่น-วุ่นวาย คือไม่รู้จักจบ-ไม่รู้จักสิ้น
คิดหวังว่าจะเอาท่านั้นดี-เอาท่านี้ดี
เรียกว่าความคิดปราศจากปัญญา
ความคิดแบบนั้น-คือความคิดที่เป็นโมหะ มันให้โทษ
ท่านว่าอย่างนั้น
ดังนั้น **เราต้องทำโดยปราศจากโมหะ
ทำด้วยสติ-ด้วยปัญญา ด้วยการเห็นแจ้ง
เห็นอะไร ? ก็เห็นจิตใจเรานึกคิด
ไม่ใช่ตาเห็น ใจมันเห็น-ใจมันรู้-ใจมันเข้าใจ**
เรากำลังจะยกมือขึ้นไปอย่างนี้ ควรทำหรือไม่ควรทำ
**เรามาศึกษาธรรมะ ก็ต้องศึกษาลงที่ตัวเรา
ตัวเรานี่แหละเป็นธรรมะ
ทำดี-มันดี ทำชั่ว-มันชั่ว…เรียกว่าธรรมะ
การทำ-การพูด มันมาจากใจทั้งนั้น
ใจสั่งให้ทำอย่างนั้น ใจสั่งให้พูดอย่างนี้
เรียกว่ามาจากใจ**
แต่เรื่องทุกสิ่ง-ทุกอย่างที่เราเคยเรียนกันมานั้น
เราไม่เคยได้พูดเรื่องใจ
เรียกว่าเรียนกันมามาก ก็ยังไปทำผิด
คนเรียนมามาก ทำผิดก็มีเป็นจำนวนมาก
ตรงกันข้าม คนที่ไม่ได้เรียนมามาก ไม่ทำผิดก็มี
เพราะเขาศึกษาทางใจ
**ใจนี้สำคัญ
ถ้าหากเราไม่รู้จักวิธีจะพบมันได้ มันก็ทำให้เราเป็นโทษ
ทำผิด ติดคุก-ติดตะราง ทำทุจริต-ผิดกฎหมายบ้านเมือง
บัดนี้เมื่อเรารู้จักตัวกลไกของจิตใจจริง ๆ แล้ว
มันก็ไม่ได้ทำผิดอะไร เพราะรู้เท่าทันเหตุการณ์ของจิตใจ**
คนโบราณท่านจึงกล่าวไว้ว่า ‘จิตใจคนเหมือนกับลิง’
จิตใจคนนี้วอกแวก กลับกลอกได้ไว-ดุจมีลานไขในตน
เรา-ท่านควรบังคับกล ให้จิตยล-หมุนมาแต่ทางดี
ถ้าปล่อยให้จิตหมุนไปในทางข้างกี
ธรรมที่มีก็จักหนีหน่ายหายสูญ
ถ้าปล่อยอธรรมเข้าครอบงำ ความระยำสมบูรณ์
ก็คอยปลิ้นปลอกหลอกตน
**อธรรม คือความไม่รู้สึกตัว
ในการทำ-การพูด-การคิดนั่นเอง
เมื่ออธรรมเข้าครอบงำ ความระยำก็สมบูรณ์
ก็คอยปลิ้นปลอกหลอกตน มันหลอกเรา
เดี๋ยวก็คิดว่าจะทำอันนั้น เดี๋ยวก็คิดว่าจะทำอันนี้
ทำอย่างนั้นไม่ดี-ทำอย่างนี้ไม่ดี ทำอย่างนั้นดี-ทำอย่างนี้ดี
หนักเข้า มันหลอกเราเท่านั้นเอง**…”
หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ
————————————————————————————————
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
※ อย่าหลงตน-อย่าลืมตัว ※
※ ※
※ อย่าหลงกาย-อย่าลืมใจ ※
※ ※
※ อย่าหลงชีวิต ※
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
รู้สึกตัว…รู้สึกกาย รู้สึกใจ
_/|\_ _/|\_ _/|\_


ใส่ความเห็น