“…เวลาเราไปทำกรรมฐาน
ไปเห็นสี-เห็นแสง เห็นผี-เห็นเทวดา
อันนี้เป็นการเข้าใจผิด
พระพุทธเจ้าท่านสอนเอาไว้ว่า
ผู้ใดไม่เห็นธรรม ผู้นั้นไม่เห็นเรา
แม้จะจับชายจีวรเราอยู่ จับนิ้วมือเราอยู่
ก็ไม่ได้ชื่อว่าเห็นธรรม ไม่ได้ชื่อว่าเห็นเรา’
นี้เป็นหลักที่**ต้องเข้าใจให้ถูกต้อง จะได้ไม่ปฏิบัติผิด
และจะได้รับผลเป็นการเห็นธรรมแท้จริง**
คนในสมัยนี้ บางคนไปปฏิบัติกรรมฐาน
ก็นึกว่าเห็นดวงแก้ว คือการเห็นธรรม
ไปนั่งภาวนาอะไรก็ตาม ให้เห็นดวงแก้วลอยมา
ที่หมู่บ้านหลวงพ่อ มีอยู่คนหนึ่งเป็นครู
เขาไปทำวิปัสสนาที่อ้อมน้อย
ไปนั่งแล้วเห็นดวงแก้วลอยมาในหน้าอก เขาว่าอย่างนั้น
นี้แสดงว่า ยังไม่เข้าใจว่าทำวิปัสสนานั้นทำอย่างไร-เพื่ออะไร
อีกคนหนึ่งเป็นคนมีการศึกษาสูง
และเป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจแห่งหนึ่ง
เขาไปทำกรรมฐานที่วัดหนึ่ง โดยทำมาแล้ว ๑๑ ปี
หลวงพ่อถามเขาว่า ‘คุณทำมาแล้วได้อะไรบ้าง-ทำอย่างไร ?’
เขาบอกว่า ‘นั่งขัดสมาธิหลับตาภาวนา พุท-โธ พุท-โธ
แล้วมีดวงแก้วลอยมา’
หลวงพ่อถามว่า ‘คุณเห็นดวงแก้วทุกครั้งไหม ?’
เขาว่า‘บางครั้งเห็น-บางครั้งไม่เห็น’ เขาเรียกว่า‘เป็นนิมิต’
หลวงพ่อบอกว่า ‘นิมิตอะไรกัน-นั่นมันเป็นมายา
*ทำวิปัสสนาอะไร-ถึงไม่เห็นจิตใจตัวเอง* แต่ไปเห็นดวงแก้ว ?’
แล้วหลวงพ่อจึงบอกให้เขาลองทำดู
เขามีกระเป๋า ๑ ใบ-แว่นตา ๑ อันไปด้วย วางอยู่
พอเขานั่งขัดสมาธิและหลับตาลง
หลวงพ่อจึงเลื่อนเอากระเป๋ากับแว่นตาของเขาไปทางอื่นเสีย
เสร็จแล้วก็บอกให้เขาลืมตา
หลวงพ่อถามเขาว่า ‘กระเป๋าคุณหายไปไหน ?’
เขาตอบว่า ‘ไม่ทราบ’
‘แล้วแว่นตาคุณหายไปไหน ?’ เขาก็ตอบว่า‘ไม่ทราบ’อีก
หลวงพ่อจึงถามว่า ‘ถ้าเช่นนั้น-การทำอย่างนี้มีคุณหรือมีโทษ ?’
เขาตอบว่า ‘มีโทษ-คือของหาย’
คุณคนนั้นทำงาน เงินเดือนสมัยนั้นได้เดือนละหมื่นกว่าบาท
ดูเหมือนจบปริญญา
คนจบปริญญา ทางโลกเขาเรียกว่า‘ผู้มีปัญญา’นะ
แต่ก็ยังไม่เข้าใจ
ไปเจริญกรรมฐานแบบนั้น ได้ประโยชน์อะไร ?
**วิธีปฏิบัติแบบลืมตาที่หลวงพ่อสอนนี้
ไปไหน-มาไหน ก็ทำได้
ใครผ่านไป-มา…ก็เห็น จิตใจมันนึกคิด…ก็รู้-ก็เห็น**
หลวงพ่อเข้าใจเช่นนี้
เรื่องนิมิตก็เหมือนกัน
‘นิมิต’ แปลว่าเครื่องหมาย-เครื่องสัญญา หรือสิ่งที่สัญญาเรารู้
หมายอย่างไร ?
ก็หมาย**ให้เรามีสติ รู้สึกจับอยู่กับสิ่งเหล่านั้น
อย่างพลิกมือขึ้น-รู้สึกตัว นั่นแหละนิมิต
มันคิดมา…ก็เห็น-ก็รู้ อันนั้นเรียกว่า‘นิมิต’**
*ส่วนการที่คนไปนั่งสมาธิ
ต้องการเห็นดวงแก้ว-เห็นพระพุทธรูป แต่ไม่เห็นจิตใจตัวเอง
จิตใจคิดแวบไป-ไม่เห็นเลย นั่งอยู่ที่นี่-คิดลอยไปถึงไหน ๆ
อย่างนั้นไม่มีประโยชน์ มันเป็นมายา*…”
หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ
————————————————————————————————
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
※ อย่าหลงตน-อย่าลืมตัว ※
※ ※
※ อย่าหลงกาย-อย่าลืมใจ ※
※ ※
※ อย่าหลงชีวิต ※
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
รู้สึกตัว…รู้สึกกาย รู้สึกใจ
_/|\_ _/|\_ _/|\_


ใส่ความเห็น