“…เมื่อผมมาพิจารณาด้วยตัวเอง เห็นว่า
‘พระสูตร’ คือร่างกายเรานี้เอง คือรูปมันเป็นตัว-เป็นตน
‘พระวินัย’ คือคำพูดของเรานี้เอง ถ้าพูดผิด-มันผิด
‘พระอภิธรรม’ คือใจนั้นเอง
สั่งให้ปากพูดอย่างนั้น สั่งให้กายทำอย่างนั้น
ทั้ง ๓ ปิฎกรวมกันได้ ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์
**ถ้าใจไม่สั่งแล้ว กาย(ก็)ทำไม่ได้
ถ้าใจไม่สั่งแล้ว (ก็)มีคำพูดไม่ได้
จึงว่า‘ใจเป็นสิ่งสำคัญ’ จึงว่า‘รักษาที่ใจ’**
*ความจริงแล้ว ใจไม่ต้องรักษา
เพียงแต่ให้เราออกหน้าใจคิดได้’*
ออกหน้าใจคิดได้ หมายถึงอะไร ?
คือ*เราต้องรู้ว่าใจคิด เราต้องรู้-ต้องเห็น-ต้องเป็น-ต้องมี
ถ้าเราเพียงแต่รู้ว่าใจคิด มันก็เลยเลยเข้าไปในความคิด
เมื่อมันเข้าไปในความคิด
สภาวะนั้น ท่านเรียกว่า‘ทุกข์’*
ท่านสอนว่า‘ทุกข์-ต้องกำหนดรู้ สมุทัย-ต้องละ
มรรค-ต้องเจริญ นิโรธ-ต้องทำให้แจ้ง’
วิธีการก็คือ
*‘ทุกข์ ต้องกำหนดรู้’
คือ พอดีมันคิดปุ๊บ เราก็มาทำความรู้สึกตัว*
คือพระสูตร ได้แก่ มากำมือ-หรือเหยียดมือ
หรือยกมือไป-ยกมือมา หรือแม้แต่ยกมือไหว้อะไรก็ตาม
นี่คือพระสูตร นี่คือทุกข์ที่ต้องกำหนดรู้
*‘สมุทัย ต้องละ’
แต่ตัวคิดนั้นเป็นตัวสมุทัย ตัวคิด(จะ)ละตรง ๆ ไม่ได้
วิธีการก็คือ ต้องถอนออกจากตัวนั้น
มาอยู่กับความรู้สึกอันนี้ มันก็ละตัวนั้นได้*
*‘มรรค ต้องเจริญ’
มรรค ก็ต้องทำบ่อย ๆ-ดูบ่อย ๆ
ทำบ่อย ๆ มันก็เจริญขึ้น-เจริญขึ้น*
สิ่งที่มันเป็นอย่างนี้
มันจะเปลี่ยนแปลงไปเป็นอย่างอื่นไม่ได้
*นิโรธ ทำให้แจ้ง
เมื่อสิ่งนี้ได้ทำจนถึงที่สุดของมันแล้ว
มันจะแสดงตัวมันเอง
ไม่ต้องไปถามใครที่ไหน*
จะมีในตำราก็ได้ ไม่มีในตำราก็ได้
เพราะ**มันมีอยู่แล้วในคนทุกคน
มีพร้อมอยู่แล้วที่จะให้เราพบได้-เห็นได้**
จึงว่า ‘คำสอนของพระพุทธเจ้า
ไม่จำกัดเรื่องเชื้อชาติ-เรื่องตระกูล เรื่องวรรณะ
*ใครปฏิบัติ(ก็)รู้ทั้งนั้น ไม่จำกัดกาล’*
คำสอนของพระพุทธเจ้าจึงเป็นสากล
ไม่เป็นของผู้ใดโดยเฉพาะ จะสงวนสิทธิ์ก็ไม่ได้…”
หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ
————————————————————————————————
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
※ อย่าหลงตน-อย่าลืมตัว ※
※ ※
※ อย่าหลงกาย-อย่าลืมใจ ※
※ ※
※ อย่าหลงชีวิต ※
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
รู้สึกตัว…รู้สึกกาย รู้สึกใจ
_/|\_ _/|\_ _/|\_


ใส่ความเห็น