รู้สึกกาย รู้สึกใจ 10 ตุลาคม 2021

“…พอดีตัวนั้นหยุดงานปั๊บ

หลวงพ่อเคยเฮ็ดให้เบิ่ง เอานิ้วมากดฝ่ามือที่มันแดง

ยก(นิ้ว)ออก (ฝ่ามือ)มันขาว

อย่างว่า ‘จิตใจบ่ต้องไปชำระมัน

**ความสะอาด-สว่าง-สงบ

มันมีอยู่แล้ว(ที่)จิตใจเรา ตัวชีวิตจิตใจเราจริง ๆ

ที่มันบ่สะอาด-ที่มันบ่สว่าง-ที่มันบ่สงบ

บ่แม่นชีวิตจิตใจของเรา

เราหลงคว้าเอานั่นมาซื่อ ๆ นี่นะ’**

หลวงพ่อเคยลองเบิ่ง

เอาเชือกไนลอนมัดข้างหนึ่งผูกเสานั้น-ข้างหนึ่งผูกเสานี้

แล้วเอามีดไปตัดตรงกลาง ตัดหรือเอาไฟไปจุด

เมื่อตัดตรงกลางแล้ว ดึงใส่กัน-บ่ถึงกันแล้ว

มันหด บ่ถึงกัน

เชือกส้นนั้นมาต่ออย่างนี้ บ่ถึงส้นนี้แล้ว-บ่ถึง

บัดนี้ครันเอาไปมัดทางพู้น มันบ่ถึงตรงกลาง

*มันหยุด มันแสดงชีวิตที่หยุด*

อย่างที่ว่า‘เห็นรูป อย่าไปคิดว่าดี-ว่าชั่ว’ อันนั้นก็แม่นอยู่

‘หูฟังเสียง อย่าไปคิดว่าเสียงดี-เสียงชั่ว’ อันนั้นก็แม่นอยู่

อันนั้นมันเป็นตำรา-อันนั้นนะ

คำว่า‘หยุด’ *หยุดเป็นธรรมชาติของมัน*

*อันนี้ศึกษาธรรมะ เข้าไปหาตัวกฎของธรรมชาติ

มันเป็นกฎของธรรมชาติ เป็นกฎตายตัวอย่างนั้น*

*ดังนั้นการปฏิบัติธรรมะ จึงว่า‘(ให้)รู้จริง ๆ-เข้าใจจริง ๆ’

เมื่อเราบ่รู้จริง(แล้ว)ไปสอนผู้อื่น มันผิด*

เมื่อผิดแล้ว มันถูกบ่ ?

มันก็บ่ถูกแล้ว มันผิดแล้ว

ครันมันถูกแล้ว-มันซิผิดบ่ มันบ่ผิดแล้ว-ก็มันถูกแล้ว

ที่หลวงพ่อเปรียบให้ฟัง คือ

เราไปกรุงเทพ ฯ ไปหา(พระ)

(แต่)เราบ่รู้จักว่าเพิ่นอยู่กุฏิใด

รูปร่างสัณฐานเพิ่นอย่างใด เรา(ก็)บ่รู้จัก

ตำหนิรูปพรรณ เรา(ก็)บ่รู้จัก

(แล้ว)มันซิไปรู้(ได้)อย่างใด (หากเรา)เอาคนที่บ่รู้จักพาไป

เราต้องไปก่อน *ซิไปสอนผู้อื่น-(เรา)ต้องไปก่อน

ไปเห็นรูปร่าง ลักษณะสัณฐาน

รู้จักบ้านเรือนตั้งอยู่นั้น-อยู่นี่

หน้าตาเพิ่นเป็นอย่างนั้น-อย่างนี้*

(ครั้งต่อไป)เราไปเห็นบนถนน-หนทาง ก็จำได้

ขี่รถมาเห็น ก็จำได้

หรือย่างออกมาตามถนน-หนทาง ก็จำได้

อันนี้คือกัน *การที่จะสอนธรรมะ-เป็นความลึกซึ้งที่สุด*

คำสอนของพระพุทธเจ้าเป็นสิ่งที่ละเอียดที่สุด

เหมือนกับน้ำมันที่ละเอียดที่สุด กลั่นกรองเอาแต่เนื้อล้วน ๆ

ดังนั้น เรามาศึกษาเอาทั้งเปลือก-ทั้งแก่น-ทั้งมอก(กระพี้)

ทุกสิ่ง-ทุกอย่างผสมผสานกัน

ดังนั้น *เรื่องการเจริญวิปัสสนานี้

จึงเป็นเรื่องที่สำคัญ ควรศึกษาให้รู้-ให้เข้าใจ

เมื่อศึกษา ได้รู้-ได้เข้าใจแล้ว…มันซิไม่ผิด*

ฉะนั้นเรื่องคำว่า‘จตุตถฌาน’ แปลว่า รวบรวม

‘ปัญจมฌาน’ แปลว่ามันสูญ

บ่แม่นสูญ(ที่แปลว่า)บ่มีเด๊ *มันมีอยู่-มันซิเป็นเอง

ความเป็นเองนี่แหละ

เพิ่นว่า‘เป็นกฎของธรรมชาติชนิดหนึ่ง’ เป็นอย่างนั้น

(ความเป็นชนิดนี้ เป็น)ความเป็น

ชนิดที่มีอยู่ในคนทุกคน ไม่ยกเว้น*

จะเป็นคนชาติใดก็ตาม ถือศาสนาใดก็ตาม นุ่งผ้าสีอะไรก็ตาม

มีใน(คน)ทุกคน

คำสอนของพระพุทธเจ้า จึงว่า‘สอนคน’

‘ตัวคนจึงเป็นตัวศาสนา

วัดวาอารามก็แม่น(ศาสนา)อยู่-เป็นศาสนาสมมติ’

เพิ่นสอนอย่างนั้น

ดังนั้น *มีเปลือก-มีกระพี้-มีแก่น

เราต้องศึกษา-ต้องค้นคว้า-ต้องปฏิบัติให้รู้จริง ๆ

ถ้าเอาเปลือกไปเป็นแก่น ก็บ่ได้

หรือจะเอามอก(กระพี้)ไปเป็นแก่นใจกลาง ก็บ่ได้-มันบ่ได้*

ฉะนั้นจึงว่า ‘เราอย่าเข้าไปอยู่ในมุ้ง’

อันเราเข้าไปอยู่ในมุ้งแล้ว มันซิบ่เห็นมุ้ง

ถ้าเราเข้าไปในถ้ำแล้ว (เรา)ซิบ่เห็นถ้ำ

**เรามาคอยเบิ่งความคิดนี่

มันคิดมาวูบหนึ่ง เราเห็น-เรารู้-เราเข้าใจ**…”

หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

————————————————————————————————

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

※ อย่าหลงตน-อย่าลืมตัว ※

※ ※

※ อย่าหลงกาย-อย่าลืมใจ ※

※ ※

※ อย่าหลงชีวิต ※

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

รู้สึกตัว…รู้สึกกาย รู้สึกใจ

_/|\_ _/|\_ _/|\_

ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ


Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *