“…เราก็คงเคยได้ยิน-ได้ฟังมาแล้วทุกคน ที่ท่านว่า
‘สัตว์ทั้งหลายคล้ายเราตถาคต
สัตว์ทั้งหลายเหมือนเราตถาคต
สัตว์ทั้งหลายเป็นตถาคต’
คำว่า‘เป็นตถาคต’ ก็คือเป็นพระพุทธเจ้า
ไม่ใช่สัตว์เดรัจฉานเป็น
แต่หมายถึงสัตว์มนุษย์นี้เอง เป็นพระพุทธเจ้าได้
จึงว่า*‘ให้เราเลือกคัดจัดเอาให้มันเป็น’*
พระองค์ยังตรัสต่อไปอีกว่า
‘เราผู้เป็นตถาคตไปถึงแล้วแห่งนั้น
แล้วจึงนำมาสอนพวกเธอทั้งหลาย
ให้พวกเราทั้งหลายจงประพฤติตามอย่างเราตถาคตนี้
ก็จะรู้-จะเห็น-จะเป็น-จะมีอย่างเราตถาคตนี้’
ท่านว่าอย่างนี้
แต่เดี๋ยวนี้พวกเราไม่ทำอย่างนี้
ถ้าพูดว่าทำสมาธิ ก็ต้องไปนั่งนิ่ง ๆ ให้มันสงบ
การทำอย่างนั้น-ให้มันสงบอย่างนั้น นั่นก็ดีแล้ว
แต่มันไม่เกิดปัญญา
ผมก็เคยทำวิธีพุท-โธมาบ้าง สัมมา-อรหังมาบ้าง
นับ ๑-๒-๓ มาบ้าง หรืออานาปานสติก็เคยทำมาบ้าง
แต่ไม่เกิดปัญญา
*การกระทำทุกสิ่งทุกอย่าง-ทุกวิธี (ทำมาแล้ว)
แต่ว่ายังไม่เกิดปัญญา ก็แสดงว่ายังไม่ถูกต้อง*
**‘คนจะล่วงทุกข์ไปได้ด้วยปัญญา’
พระพุทธเจ้าท่านสอนอย่างนั้น
ไม่ใช่ว่า คนจะล่วงทุกข์ได้เพราะไปนั่งสงบ**
*ความสงบนั้นมันเป็นผลพลอยได้ เพราะเกิดปัญญา
เมื่อเกิดปัญญา
รู้แจ้ง-เห็นจริงตามความเป็นจริงแล้ว มันก็สงบ*
มันเป็นอย่างนั้น
ดังนั้น ที่หลวงพ่อนำมาพูดวันนี้อย่างนี้
ก็เพราะหลวงพ่อทำมาอย่างนี้
เมื่อทำอย่างนี้-หลวงพ่อก็เลยรู้ตัวเอง รู้จริง ๆ
รู้แล้วก็เลยไม่พลาด
รู้อย่างนี้ ไม่เหมือนอย่างที่รู้มาจากเรียนตำรา
ตอนแรกสุดที่เคย*รู้มากับตำรับ-ตำรานั้น
มันไว้ใจไม่ได้ ยังรับรองตัวเองไม่ได้
แต่อันนี้รับรองได้ รับรองคำพูดได้*
และรับรองว่าจะพูดอย่างนี้
ตอนเป็นโยมอยู่ ก็เคยพูดอย่างนี้มาในระยะ ๒ ปีกว่า
ก่อนที่(จะ)มาบวชเป็นหลวงตานี่
*การที่รู้อย่างนี้ เพราะการทำจังหวะเป็นเหตุ
ผลของมันคือเกิดปัญญาให้เรารู้ รู้จริง ๆ*
ดังนั้น วันนี้เป็นวันริเริ่มทับมิ่งขวัญ
ซึ่งพวกเราได้จัดขึ้นให้เป็นรุ่นแรกที่สุด ในปี ๒๕๓๐
จึงได้นำธรรมะมาเล่าให้พวกเราได้ฟังว่า
‘เราต้องศึกษาแบบนี้’
ทุกคนจะพูดกัน ก็ต้องพูดจริง
นี่หลวงพ่อพูดด้วยความจริงใจ”
หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ
————————————————————————————————
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
※ อย่าหลงตน-อย่าลืมตัว ※
※ ※
※ อย่าหลงกาย-อย่าลืมใจ ※
※ ※
※ อย่าหลงชีวิต ※
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
รู้สึกตัว…รู้สึกกาย รู้สึกใจ
_/|\_ _/|\_ _/|\_


ใส่ความเห็น