รู้สึกกาย รู้สึกใจ 13 สิงหาคม 2021

“…*การปฏิบัติธรรมะ ต้องพยายามลดละมานะ-ลดละทิฏฐิ*

ทิฏฐิแปลว่าความเห็น ถ้าเห็นถูกต้องก็ดี-ถ้าเห็นผิดก็ผิดไปเลย

มานะคือถือเนื้อ-ถือตัว ทิฏฐิแปลว่าความเห็น

สัมมาทิฏฐิแปลว่าเห็นถูกต้อง มิจฉาทิฏฐิแปลว่าเห็นผิด

ท่านว่าอย่างนั้น

ส่วนทิฏฐิคำเดียวนี้ ยังไม่ผิด-ยังไม่ถูก

แต่ให้รู้จัก สิ่งที่ผิดมาแล้ว-ต้องแก้ไข

ถ้าหากเราไม่แก้ไขความชั่วของเราแล้ว ก็อยู่นั่นล่ะ-อยู่ในถ้ำนั่นล่ะ

หลวงพ่อเคยว่า ‘ถ้ำนี้นะ-มันมืดมิดมานานแสนนานแล้ว

ร้อยกัปพันกัลป์แล้ว หมื่นปีแสนปี-มันก็มืดอยู่อย่างนั้นแหละ-ถ้ำ

คนใดอยู่ในถ้ำ ก็อยู่อย่างนั้นละ-ไม่มีแสงสว่างสักที’

บัดนี้เรารู้จักวิธี มีเทียนไขหรือมีไม้ขีดไฟอยู่ในมือ

เราก็ขีดไม้ขีดไฟ-แล้วก็จุดเทียนไขในมือเรานั้น ไฟก็สว่างขึ้นมา

แล้วเราอย่าเพิ่งวิ่งหนี ความมืดมันไม่ได้หนีจากเรานะ

(ความมืด)หนีไฟไปเท่านั้นเอง

เราเอาไฟมาอยู่หน้า-มืดมันมาข้างหลัง เอาไฟมาข้างหลัง-มืดมันมาข้างหน้า

เอาไฟมาข้างซ้าย-มืดมาข้างขวา เอาไฟมาข้างขวา-มืดมาข้างซ้าย

ความมืดมันวนรอบตัวเราอยู่อย่างนี้

อันนี้เปรียบเสมือนกับว่าเราพลิกมือ เรารู้

บางทีมันไม่รู้ เราก็เลยรู้อยู่กับความไม่รู้นั้นนะซี้

บัดนี้เรามีไม้ขีดไฟ-มีเทียนไข จุดขึ้นมาเลยทันที

แล้วออกมาจากถ้ำเลย มาอยู่ที่นอกถ้ำนี่

เมื่อออกมาอยู่นอกถ้ำ แล้วเหลียวกลับเข้าไปในถ้ำ

ก็เห็นถ้ำมันมืด-ถ้ำนั่นน่ะ

แต่พอเรามองออกไปไกล ๆ เราเห็น สว่าง-มันเป็นอย่างนั้น

จึงว่าให้เรารู้จักจริง ๆ นี่นะ

*ธรรมะไม่ใช่ว่าเป็นตู้หนังสือ และก็ไม่ใช่พระไตรปิฎก*

หลวงพ่อเข้าใจอย่างนั้น ไม่ใช่วัดวาอารามอะไรทั้งนั้น

คือตัว*เราทุกคนนั่นแหละเป็นธรรมะ*

ทำดีก็เรียกว่าธรรมะ ทำชั่วก็เรียกว่าอธรรม

พูดดีเขาเรียกว่าพูดธรรมะ พูดชั่วเราเรียกว่าเป็นอกุศล

คิดดีเขาว่าคิดธรรมะ คิดชั่วเขาว่าเป็นอนันตริยกรรม

จึงว่า*บาป-บุญอะไรต่ออะไร ทุกสิ่ง-ทุกอย่างนั้น

ใจโน้นนะมันคิดก่อน*

พอดีรู้จักว่า‘โอ๊ะ! โกรธแล้วคราวนี้-วันนี้’

คราวหน้า-วันหน้าจะทำอย่างใด มันจึงจะไม่โกรธแบบนี้อีก

ต้องรักษา-ต้องพยายาม ท่านจึง*ให้ดูความคิด*

ความโกรธนั่นแหละเป็นบ่อเกิดของความผิดพลาดทั้งหมดเลย

*ที่โกรธก็เพราะไม่รู้

เรียกว่า ความไม่รู้นั้นแหละเป็นความผิดพลาดทั้งหมด

ความไม่รู้ ภาษาธรรมะ-ท่านเรียกว่าโมหะ

ภาษาบ้านหลวงพ่อเรียกว่าหลง-หลงลืม

ถ้าลืมแล้ว มันจะมี(โมหะ)หรือหลง*

เรามาปฏิบัติธรรมะ กำลังพลิกมือขึ้น-คว่ำมือลง

เอียงซ้าย-เอียงขวา ก้ม-เงย…อันนี้เรียกว่าหลง

เดินจงกรม…เดินไป-เดินมา บางทีรู้-บางทีไม่รู้…ท่านก็เรียกว่าหลง

ไม่ใช่หลงเอาของไปวางไว้ที่นั้น-เอาของไปวางไว้ที่นี้

อันนั้นมันหลงออกนอกตัวเรา หลงนี้คือหลงตัวเรา-หลงชีวิตจิตใจเรานี้

ลืม-บัดนี้ ไม่เคยคิดถึงเลยสักที

มันพลิก มันเคลื่อน-มันไหวอะไร…ก็รู้ไปเฉย ๆ

รู้เหมือนกับที่สัตว์เดรัจฉานมันรู้ อยางที่ว่าเมื่อกี้นี้ว่า‘สัตว์เดรัจฉานมันก็วิ่งเป็น’

พอเห็นตัวหนึ่งร้อง วิ่งไปแล้วมันก็แล่นตามกันไปเลย

นั่นมันรู้ แต่มันไม่รู้ว่ามันจะแล่นไปทำไม

เราก็เหมือนกัน

เมื่อมันคิด-เราไม่รู้…เราเคลื่อน-เราไหว เราไม่รู้

หรือว่าเราไปกินข้าว ไปอาบน้ำ เข้าห้องส้วม-ห้องน้ำ

เรารู้-แต่เราหากไม่ได้รู้ รู้-แต่ไม่รู้

*ท่านจึงสอนให้เรากำหนดรู้ ให้รู้จริง ๆ นี่นะ

หลวงพ่อกล้ายืนยันรับรองคำพูดและวิธีอันนี้

เพราะหลวงพ่อทำมาแล้ว มันรู้

หลวงพ่อเคยทำอย่างอื่นมาแล้ว ทำมาตั้งแต่อายุเพิ่ง ๑๑ ปีนู่น

ทำเรื่อยมา…ทำพุท-โธ สัมมา-อะระหัง นับ ๑-๒-๓

พอง-ยุบ อานาปานสติ…หลวงพ่อทำมา ได้แต่ความสงบ

สงบนั้น-สงบจริง ๆ แต่ไม่รู้*

วิธีสงบแบบไม่รู้นี้ หลวงพ่อจะสอนให้-ไม่เกิน ๓ เดือน

ไม่เกิน ๓๐ วันด้วยซ้ำไป หลวงพ่อว่าหลวงพ่อทำได้

นั่งสงบเงียบไปเลยนี่-ไม่ยาก ถ้าเข้าใจแล้วไม่ยาก

*แต่มันหากไม่มีปัญญา มันมาคิดเอา-มันเลยไม่รู้ความคิด

มันก็เลยพาให้ความคิดนั้นมันคิดไป อันนั้นท่านว่าคิดเอาเฉย ๆ

เป็นการคาดคิดด้นเดาเอาเอง

หนังสือกาลามสูตรบอกไว้แล้วว่า

‘อย่าเชื่อถือโดยเขาเล่าลือกันมา

อย่าเชื่อถือโดยเขาพูดตามกันมา

อย่าเชื่อถือโดยเห็นเขาทำตามกันมา

อย่าเชื่อถือโดยเห็นว่ามันมีอยู่ในตำรา

อย่าเชื่อถือโดยที่บุคคลที่พูดนั้นน่าเชื่อถือ’

๑๐ ข้อโน่นแน่ะ-ท่านบอกไว้แล้ว ไม่ให้เชื่อทั้งหมดเลย*

หลวงพ่อจึงไม่เชื่อใครทั้งหมด

เชื่อที่ไหน ?

**เชื่อตรงที่มันรู้นี่ นี่-ศรัทธา**…”

หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

————————————————————————————————

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

※ อย่าหลงตน-อย่าลืมตัว ※

※ ※

※ อย่าหลงกาย-อย่าลืมใจ ※

※ ※

※ อย่าหลงชีวิต ※

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

รู้สึกตัว…รู้สึกกาย รู้สึกใจ

_/|\_ _/|\_ _/|\_

ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ


Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *