รู้สึกกาย รู้สึกใจ 8 สิงหาคม 2021

“…ต่อไปก็จะได้เล่าเรื่องอารมณ์การปฏิบัติธรรมะต่อไป

ฉะนั้น การปฏิบัติธรรมะเบื้องแรก-จำเป็นต้องเฮ็ดจังหวะ

เก็บมือเข้า-เอามือออก เดินจงกรม

ให้รู้จักรูป-นาม เบื้องแรก

*รูป-นาม…มันติดกันอยู่เสมอไป ให้รู้จักรูป-นาม*

แล้วก็ต้องรู้จักรูปทำ-นามทำ รูปโรค-นามโรค

เมื่อรู้จักรูปทำ-นามทำ รู้จักรูปโรค-นามโรคแล้ว

ให้รู้จักทุกขัง-อนิจจัง-อนัตตา เกิด-ดับ

เมื่อรู้จักทุกขัง-อนิจจัง-อนัตตา เกิด-ดับแล้ว…ให้รู้จักสมมติ

สิ่งที่สมมติขึ้นในโลก ที่เราติดกันอยู่โดยวัตถุทุกวันนี้แหละ

สิ่งที่สมมติทุกอย่าง ให้รู้จักให้ทั่วถึง

เมื่อรู้จักสมมติอย่างทั่วถึงแล้ว

ให้รู้จักหลักพุทธศาสนากับศาสนา

ศาสนาคือหยัง ? พุทธศาสนาคือหยัง ?

และให้รู้จักบาป-บุญ เหล่านี้แหละ

เมื่อรู้จักจุดนี้แล้ว เราต้องแนะกันให้เบิ่งคิด(ให้ดูความคิด)

ชี้เข้าไปหาคิดเลยบัดเดียว มันคิดร้ายก็ช่าง-คิดดีก็ตาม

มันคิดเรื่อย ๆ มันกำลังคิด…เมื่อรู้รูป-นาม ใหม่ ๆ นี่

กำลังคิด-ความคิดอันนี้ฟุ้งขึ้นเลย…รู้นั้น-รู้นี้ คิดบ่หยุด-บ่ถอย

แม้มีความรู้ สามารถถกเถียงคนนั้น-คนนี้ได้

นี้เป็นความรู้ของวิปัสสนู

เป็นปัญญาของวิปัสสนูเกิดขึ้นกับจิตใจของเรา

บ่แม่นตัวจริง

ตัวจริงแท้ ๆ นั้น เพียงแต่ว่าปัญญาของวิปัสสนา

รู้รูป-นาม ทุกขัง-อนัจจัง-อนัตตา

พริบตา-หายใจ-คิดนึก

เหล่านี้เป็นรูป-เป็นนาม

(เหล่านี้)เป็นทุกขัง-เป็นอนิจจัง-เป็นอนัตตา เป็นเกิด-เป็นดับ

(เหล่านี้เป็น)รูปทำ-นามทำ (เป็น)รูปโรค-นามโรค

รู้สมมติอย่างนี้

ฉะนั้นทุกคนจึงเป็นธรรมะ เมื่อด่ากัน-ก็ด่าธรรมะ

เมื่อด่ากัน-ก็ต้องด่าพระพุทธเจ้า เมื่อด่ากัน-ก็ต้องด่าพระสงฆ์

ฉะนั้นผมจึงว่า ‘บ่อยากด่าใครทั้งหมด’

ครั้นผมด่า ผมก็ด่าพระพุทธเจ้าโลด

**ทุกคนนี้สามารถมีพืช หรือมีเชื้ออยู่

ถ้าหากทำจริง ๆ แล้ว สามารถที่จะประสบเอาแท้ ๆ

ความสุขที่พระพุทธเจ้าสอนไว้นั้น เรียกว่า‘สัจจะ’**

‘สัจจะของพวกเรา’กับ’สัจจะของพระพุทธเจ้า’นั้น-ต่างกัน

สัจจะของพวกเรานี้ ครั้นซิไปบ้านโคกฟันโปงมื้อนี้

ครั้นบ่ไป ย่านเสียสัตย์-จำเป็นต้องไป ‘อันนี้สัจจะของสมมติ’

สัจจะของพวกเรา ครั้นบ่ไป-ซิเสียศีล

สัจจะของไทเฮาต้องเป็นอย่างนั้น

มื้อนี้ซิไปบ้านหัวทุ่ง ครั้นบ่ไปบ้านหัวทุ่ง…ซิเสียสัตย์-เสียศีล

สัจจะของพวกเราต้องเป็นอย่างนั้น

ความจริง สัจจะของพระพุทธเจ้าบ่ได้เป็นอย่างนั้น

พระพุทธเจ้านี่ *‘เมื่อเราบ่บรรลุมรรคผลนิพพานเมื่อใด

เราจะไม่ท้อถอยต่อการกระทำ หรือต่อการปฏิบัติของเรา

ถึงจะตายก็ตาม-ช่างมัน’ พระพุทธเจ้ามีสัจจะอย่างนี้*

ฉะนั้น สัจจะของพวกเรานี่กับสัจจะของพระพุทธเจ้า-จึงต่างกัน

ผลการกระทำของพวกเราก็เช่นเดียวกัน

พระ-เณร และแม่ขาว แม่ออก-พ่อออก ที่อยู่ร่วมกันนี่

การปฏิบัติธรรมะก็บ่เหมือนกัน ผมสังเกตเบิ่งอยู่

บางคนก็เอา บ้างก็พอไป-พอมา

บางคนก็รู้สึกว่าเหนื่อยหลาย เฮ็ดหลายบ่ได้-เมื่อย

เป็นโรคอันนั้น-เป็นโรคอันนี้ ก็ว่าเป็นอย่างนั้น

ต่อไปนี้นะ เมื่อเอาจิตดูจิตเข้าไปนี่

เราไปประสบเอากับปรมัตถ์ บัดนี่จิตใจเราจะสบายขึ้นมา

ถ้าหากเรามีอารมณ์อยู่นั้น ให้จับอารมณ์นั้นไว้โลด

ครั้นเมื่อไปทิ้งอารมณ์นั้น-ติดวิปลาสตื่ม อันนี้บทหนึ่ง

วิปลาสมีอยู่ ๒ บท

บ่อนจิตใจที่เปลี่ยนจากความเป็นปุถุชน

เข้าไปสู่เขตแดนให้จิตใจเปลี่ยนนี่

นี้ก็มีวิปลาส ผมเข้าใจอย่างซี่

ต่อไปเมื่ออาการเกิดดับ ของเราซิได้ประสบเอาที่ผมว่าตะกี้นี้

‘พระพุทธเจ้าตัดผมครั้งเดียว-ไม่ยาวอีก’ (จุด)นี้ก็ต้องมีวิปลาส

มีวิปลาสอยู่ ๒ อย่าง แต่อย่างหนักนั้นแท้(คือ)ตัวสุดท้าย

อย่างตัวเข้าไปเบื้องแรกนี้-บ่หนักปานใด เรื่องวิปัสสนูนั้น

เมื่อรู้รูป-นาม เป็นอารมณ์ของวิปัสสนู

ฉะนั้น ผมได้ฟังธรรมะครูบาอาจารย์ทุกองค์-ทุกองค์

เคยได้ไปสู่สำนักหลายสำนัก ไปศึกษาตามอาจารย์ต่าง ๆ

(ไปตอน)เมื่อผมเข้าใจธรรมะอันนี้แล้วนะ แต่ผมบวชมาแล้วนี้นะ

ฟังดู-เพราะหูทุกองค์ แม่นทุกองค์-บ่ผิดสักองค์

แล้วแต่นิสัยใครจะสอนไป

ใครมีความรู้อย่างใด ต้องสอนไปอย่างนั้น

ใครถนัดไปอย่างใด ต้องสอนไปอย่างนั้น…”

หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

————————————————————————————————

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

※ อย่าหลงตน-อย่าลืมตัว ※

※ ※

※ อย่าหลงกาย-อย่าลืมใจ ※

※ ※

※ อย่าหลงชีวิต ※

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

รู้สึกตัว…รู้สึกกาย รู้สึกใจ

_/|\_ _/|\_ _/|\_

ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ


Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *