รู้สึกกาย รู้สึกใจ 19 มิถุนายน 2021

“…จำกันให้ดี ๆ นะ ทุก ๆ คนที่ฟังอยู่ที่นี้

เมื่อเราหักห้ามใจตนเองได้ มีสติตื่นตัวเด่นชัดอยู่นี่

เรียกว่าเป็นมนุษย์

บัดนี้ ก่อนจะพูด-จะทำ-จะคิด…หัดให้มันสุขุมขึ้น

มีความละอายแก่ใจ หิรินี่แหละแปลว่าความละอายแก่ใจ

ไม่ใช่ไปละอายแก่คนอื่นนะ ละอายแก่ใจเรานี่แหละ

ครั้นละอายคนอื่นนั่น-มันเต็มทีแล้ว มันฟุ้งออกไปนอกตัวแล้ว

มันไม่ละอายใจของเราเอง

แต่เมื่อเรามีหิริ-มีโอตตัปปะ ความเกรงกลัวต่อบาป

บาปมันอยู่ที่ไหน ?

บาปก็คือจิตใจมันคิดผิดแล้ว มันก็ทำผิด-พูดผิด

นี่เราไม่ค่อยมีหิริโอตตัปปะ เราไม่ค่อยเกรงกลัวบาปที่ตรงนี้กัน

ชีวิตเราก็เลยตกนรกหมกไหม้ ร้อนอก-ร้อนใจกันอยู่เรื่อย

นรกนี่ มันอยู่ที่ว่าเราไม่เห็น-ไม่รู้จักนรก

เราก็พูดเรื่องนรกไม่เป็น เราก็เลยไม่กลัวนรกที่มันเผาลนชีวิต-ที่เป็นอยู่

เราไปกลัวนรกใต้ดินโน้น นั่นมันนิทานหลอกเด็ก

นี่เพราะเราไม่เข้าใจจริง ๆ

ที่พูดให้ฟังนี่-พูดจากใจจริงนะ

เพราะพรุ่งนี้ หลวงพ่อจะเดินทางกลับแล้ว

พูดให้ฟังจริง ๆ ฟังแล้วจะโกรธ-ก็จำเป็นแล้ว

โกรธก็ได้ ใครจะโกรธ-ก็โกรธไป

คนใดโกรธขึ้นมา เจ้ายมบาลก็จดใส่หนังหมาไปแล้ว-ระวังไว้นะ

จะโกรธก็ตามใจ หลวงพ่อก็นิ่งเสีย-เป็นพระพรหมถืออุเบกขาเสีย

อย่างพระพรหมนี่ก็เหมือนกัน เราเชื่อตาม ๆ กันมาว่าพรหมมี ๔ หน้า

โอ-เชื่อกันมาจริง ๆ เชื่อกันชนิดหัวชนฝากันเลยชาวพุทธนี่

ลองคิดดูทีซิ ถ้าพรหมมี ๔ หน้าจริง ๆ แล้ว-จะไปนอนได้อย่างไร ?

มันนอนไม่ได้ จะนอนยังไง-นอนหน้านี้มันก็ทับหน้านั้น

เอ้า-พอหันหน้านั้นมานอนด้านนี้ มันก็ทับอีกแล้ว-มันนอนไม่ได้

พระพรหมนี่ ที่จริงคือใจเรานั่นเองมีเมตตา-กรุณา-มุทิตา-อุเบกขาต่างหาก

เป็นบุคคลผู้มีจิตใจเปี่ยมด้วยเมตตา-กรุณา สงสาร-เห็นใจซึ่งกันและกัน

เป็นคุณธรรมอันประเสริฐ

ลักษณะพรหมนี่ก็มีอยู่แล้วในเราทุกคน ให้เราเห็น-ให้เราเข้าใจกันอย่างนี้

*ผู้ใดเห็นจิตเห็นใจตนเองสะอาด-สว่าง-สงบอยู่เรื่อย

อย่างนี้ก็เป็นพระอริยบุคคลแล้ว

ดังนั้น ที่ท่านทั้งหลายนั่งฟังหลวงพ่อพูดอยู่ขณะนี้

จิตใจตื่นอยู่-ไม่หวั่นไหว ลักษณะนี้แหละเรียกว่าเป็นสมบัติของมนุษย์

เป็นภพ-เป็นภาวะที่สะอาด

ดังนั้น คนโบราณท่านจึงสอนว่า ‘สวรรค์อยู่ในอก-นรกอยู่ในใจ

พระนิพพานก็อยู่ที่ใจเรานี่เอง เราจะมัวไปหาเอานิพพานที่ไหนกันอีก ?*

เราจะไปเอานิพพานที่อยู่บนฟ้า-เมืองสวรรค์นั่นหรือ ?

โน่นเห็นไหม เขายิงจรวดขึ้นไปกันทุกวัน-มันไม่ไปชนบ้านเทวดาลงมาหรือ ?

ถ้าเมืองสวรรค์อยู่บนฟ้า นิพพานเมืองแก้วอะไรนั่น

เครื่องบิน-จรวด มันต้องชนตกลงมาตายนานแล้ว-มันพังลงมานานแล้ว

นี่เราไม่รู้-ไม่ศึกษา ฟังอะไรแล้ว-ไม่ใช้ความฉลาดให้เป็นประโยชน์

พวกคนมีกิเลสต่างหาก ที่อยากไปเกิดบนสวรรค์

เพราะเขาว่าเมืองสวรรค์อยู่สุขสบาย

ผู้ชายคนเดียวมีเมียได้ ๕๐๐ คน เขาเรียกว่านางฟ้า

นั่นคนมันฟังแล้ว-ก็เลยอยากไปเกิดบนสวรรค์ เพ้อเจ้อกันไปอย่างนั้น

คนโง่ ๆ อยากไปเกิดบนสวรรค์

ถ้าเทวดาองค์เดียวมีเมียเป็นนางฟ้าได้ ๕๐๐ คน

อย่างนี้เมืองสวรรค์ต้องเป็นเมืองนรกแน่ ๆ จริงไหม ?

เราลองดูอย่าง อ.หาดใหญ่เรานี่

ถ้าผู้ชายคนเดียวมีเมีย ๒ คน- ๓ คน ทุกข์ไหม ?

เดี๋ยวเดียวก็เมียทะเลาะกัน เอาเงินให้คนนั้นน้อย-คนนี้มาก

ทุกข์แล้ว ทะเลากัน-ตีกันไม่หยุด

และถ้าเมืองสวรรค์จริง ๆ นั้น เทวดามีเมียตั้ง ๕๐๐ คน

ผู้หญิงจะไปที่ไหน ผู้ชายเป็นผู้ควบคุมอยู่-ก็เลยตายเลย

ไม่มีเวลาได้หลับ-ได้นอนพักผ่อน เดี๋ยวก็เมียคนนั้นมาหา

ฉันจะไปที่นั่นนะ-ฉันจะไปที่นี่นะ คอยต้อนรับกันจนไม่ได้หลับ-ไม่ได้นอน

ไม่มีโอกาสพักผ่อน-เดี๋ยวก็ตายเลย นั่นเมืองสวรรค์เป็นเมืองนรกแน่ ๆ

ดังนั้นให้เราอยู่ที่ อ.หาดใหญ่นี่แหละ หัดใช้สติปัญญา

อย่าปล่อยจิต-ปล่อยใจ อย่าให้โกรธเป็นฟืน-เป็นไฟ อย่าให้โลภ-อย่าให้หลง

*ให้มีสติรู้ตัว-เราทำให้จิตใจเราตื่นตัว สะอาด-สว่าง-สงบ

ระงับจากเครื่องเศร้าหมองต่าง ๆ อยู่กันที่ตรงนี้แหละ*

หน้าตายิ้มแย้มแจ่มใสอยู่นี่แหละ ใช้ชีวิตทำงาน-ทำการไป

อยู่ได้อย่างนี้ ชีวิตเราก็มีความสุขแล้ว-ได้ขึ้นสวรรค์ทั้งเป็นแล้ว

นี่-มันเป็นอย่างนี้

ดังนั้นที่พูดคืนนี้-ก็พูดความจริง เอากันแต่ความเป็นจริง

ถ้าหากไม่ฟังแล้ว-ก็จำเป็น

ไม่ใช่ว่าจะบังคับคนโน้น-คนนี้ นี่พูดให้ฟังเฉย ๆ…”

หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

————————————————————————————————

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

※ อย่าหลงตน-อย่าลืมตัว ※

※ ※

※ อย่าหลงกาย-อย่าลืมใจ ※

※ ※

※ อย่าหลงชีวิต ※

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

รู้สึกตัว…รู้สึกกาย รู้สึกใจ

_/|\_ _/|\_ _/|\_

ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ


Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *