
“เรื่องนี้เช่นกัน…จักผ่านไป”
จากแหวนโบราณ สู่การรู้สึกตัวในปัจจุบันขณะ
มีภาษิตโบราณบทหนึ่ง
สั้นมาก
แต่พอได้ยินเมื่อไร ใจจะชะงักลงเล็กน้อย
> This too shall pass
เรื่องนี้เช่นกัน…จักผ่านไป
เรื่องเล่าว่า
กษัตริย์โซโลมอนเคยขอให้ช่างทำแหวน
และสลักถ้อยคำที่จะ
“ทำให้พระองค์มีความสุขในยามเศร้า
และทำให้พระองค์ไม่หลงในยามสุข”
สุดท้าย ช่างสลักคำนี้ลงไป
ไม่ใช่คำให้กำลังใจ
ไม่ใช่คำปลอบโยน
แต่เป็นการชี้ตรงไปที่ความจริงของชีวิต
สุข…ก็ผ่าน
ทุกข์…ก็ผ่าน
—
แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าเรื่องแหวน
คือ สิ่งที่เกิดขึ้นในใจเรา
ตอนที่ได้ยินประโยคนี้
หลายคนฟังแล้ว “คิดต่อ”
คิดว่าต้องอดทน
คิดว่าต้องรอให้มันหาย
คิดว่าต้องทำอย่างนั้นอย่างนี้
แต่ในแนวทางของหลวงพ่อเทียน
ธรรมะไม่ได้ให้เรา คิดมากขึ้น
แต่พาเรา ออกจากความคิด
—
ถ้าเราหยุดคิดสักนิด
แล้วกลับมาดูตรง ๆ
ขณะนี้
ใจเรากำลังสุข หรือกำลังทุกข์
รู้สึกตัวไหม
สุขนั้น…อยู่ที่ไหนในกาย
ทุกข์นั้น…เป็นความตึง เป็นความแน่น เป็นความหนักตรงไหน
ไม่ต้องบอกว่ามันดีหรือไม่ดี
ไม่ต้องบอกว่ามันควรผ่านหรือไม่ควรผ่าน
แค่ รู้ว่ามันกำลังเป็นอยู่
—
การเจริญสติแบบเคลื่อนไหว
ไม่ใช่การทำให้สุขหาย
ไม่ใช่การไล่ทุกข์ออกไป
แต่คือการ
> รู้ทันสุข
รู้ทันทุกข์
โดยไม่หลงเข้าไปเป็นมัน
เมื่อรู้ทัน
สิ่งนั้นจะ “ผ่าน” ด้วยตัวของมันเอง
ไม่ใช่เพราะเราอยากให้ผ่าน
แต่เพราะมันไม่มีตัวตนให้ยึดอยู่แล้ว
—
ประโยค
> “เรื่องนี้เช่นกัน…จักผ่านไป”
จึงไม่ใช่คำปลอบใจในยามยาก
และไม่ใช่คำเตือนเฉพาะยามสุข
แต่มันคือคำชวนให้
กลับมารู้สึกตัวตรงนี้ เดี๋ยวนี้
ขณะที่สุขก็รู้
ขณะที่ทุกข์ก็รู้
ไม่ต้องรอให้ผ่าน
เพราะทันทีที่รู้
เราไม่ได้จมอยู่ในมันแล้ว
—
สุขผ่านมา
ทุกข์ผ่านมา
แต่ ความรู้สึกตัว…ไม่เคยผ่านไปไหน
—

ใส่ความเห็น