รู้สึกกาย รู้สึกใจ 15 ธันวาคม 2022

“…เมื่อเราศึกษาพุทธศาสนากันจริง ๆ แล้ว

จะเห็นว่าการให้ทาน-รักษาศีล-ทำกรรมฐานนี่ มันอยู่คู่กับโลกมานานแล้ว

มีมาตั้งแต่ก่อนที่พระพุทธเจ้าท่านจะตรัสรู้

ทำไมจึงพูดเช่นนี้ ?

เราลองมาดูท่านอาฬารดาบส-ท่านอุทกดาบส ๒ ปรมาจารย์นี้

ท่านบำเพ็ญเพียรฝึกหัดจิตใจจนได้สมาบัติ ๘

พระพุทธเจ้าของเราสมัยนั้นยังไม่ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า

ยังชื่อว่าเจ้าชายสิทธัตถะกุมาร ท่านไปศึกษาอยู่กับ ๒ ปรมาจารย์

ทำความเพียรได้สมาบัติ ๘ เหมือนกัน เข้าฌาน-ออกฌานได้คล่องแคล่วว่องไว

ทำได้เหมือนอาจารย์ทุกแง่-ทุกมุม บางทีอาจจะดีกว่าอาจารย์ก็ได้

เพราะท่านเป็นคนพูดจริง-ทำจริง แต่ทำแล้วก็ยังไม่สิ้นสงสัย

ยังมีความโกรธ-ความโลภ-ความหลงอยู่ ท่านจึงถามอาจารย์

อาจารย์ก็บอกว่าหมดความรู้ที่จะสอนแล้ว

เมื่อหมดความรู้แล้ว ท่านก็เลยลาอาจารย์ไป

อาจารย์ท่านก็ขอร้องให้อยู่ช่วยกันประกาศธรรมที่ได้ฝึกหัดมา

‘อยู่ที่นี่เถอะ’

เจ้าชายสิทธัตถะกุมารท่านยังไม่พอพระทัย เพราะ*ฌานสมาบัติที่ฝึกได้นั้น

ยังช่วยพระองค์แก้ทุกข์ไม่ได้ ยังไม่ใช่ทางพ้นทุกข์*

นี่-ตรงนี้เห็นไหม *การทำกรรฐาน-ทำสมาบัตินั้นมีมาก่อนแล้ว

แต่ยังไม่ใช่ทางดับทุกข์ได้อย่างแท้จริง* พระองค์ก็เลยลาอาจารย์ไป

ตอนนั้นพระองค์ยังไม่เป็นพระพุทธเจ้า

ยังรับรองคำสอนของตนเองไม่ได้ จึงยังไม่สอนผู้ใด

*จากนั้นมา พระองค์ก็มาทำความเพียร

กลั้นลมหายใจ ไม่กินข้าว-ไม่กินน้ำ ไม่พูด-ไม่คุยกับใคร

ทุกคนที่เคยอ่านพุทธประวัติมาคงจะรู้เรื่องนี้

ท่านทรงทำความเพียรทรมานตนจนถึงขนาดเนื้อหนังมันซูบผอมไปหมดเลย

อันนี้ก็ยังไม่ใช่พุทธศาสนา นั่นเรียกว่า‘คนหลงทิฏฐิ’

คือทำไปตามความคิด-ความเห็นของตนเอง ยังไม่ถูกทาง

ความโลภ-ความโกรธ-ความหลงยังไม่หมดไปจากจิตใจ*

พระองค์พิจารณาแล้ว-เห็นว่าไม่ใช่ทาง จึงเริ่มกลับมากินน้ำ-กินข้าว

เหล่าปัญจวัคคีย์ก็เห็นว่าไม่ไหวแล้ว เจ้าชายสิทธัตถะทรงคลายความเพียร

เวียนมามักมากเสียแล้ว-เลยพากันหนีไป พระองค์อยู่คนเดียว

ก็เดินจงกรมไป-มา ด้วยอาการสงบกาย-สงบวาจา…แต่ใจยังไม่สงบ

ต่อมานางสุชาดานำข้าวมาถวาย นี่ตอนนี้ตั้งใจฟังให้ดีนะ

เพราะในฐานะพวกเรามาที่นี่ เป็นคนมีอายุมากพอสมควร

ช่วงตอนกินข้าวนางสุชาดานี่ ไม่ต้องเล่าก็ได้

มาพูดตอนที่พระองค์จับเอาขันหรือถาดที่ใส่ข้าวมา ไปริมแม่น้ำ

แล้วพูดว่า‘ถ้าหากข้าพเจ้าจะได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าจริง ๆ แล้ว

วางขันหรือถาดนี่ลงผิวน้ำ ขอให้ถาดหรือขันนี้ลอยทวนกระแสน้ำไปถึงต้นน้ำ

ตรงกันข้าม ถ้าหากจะไม่ได้ตรัสรู้แล้ว-จะไม่ได้เป็นพระพุทธเจ้าจริง ๆ

ฆ่ากิเลสไม่ได้จริง ๆ วางถาดลงบนผิวน้ำแล้ว-ขอให้มันไหลไปตามกระแสน้ำ’

พูดเสร็จแล้ว พระองค์ก็เลยวางถาดใบนนลงบนผิวน้ำ

ตอนนี้ปรากฏว่าถาดหรือขันใบนั้นก็ลอยทวนกระแสของน้ำนั้นขึ้นไป

ลอยขึ้นไปยังต้นน้ำแล้วจมลงไปปลุกพญานาค ๗ หัว ให้ตื่นขึ้นมา

อันนี้มีคนพูดถึงกันอยู่บ่อย ๆ ทีเดียว

เราเข้าใจไหมเรื่องนี้ เข้าใจ-แต่ก็เข้าใจตามตัวหนังสือ

เพราะฟังตาม ๆ กันมาเท่านั้น ไม่ใช้สติปัญญาของตนเองพิจารณากันบ้างเลย

จึงไม่รู้ความจริง ปล่อยให้คนฉลาดเอาของปลอมมาหลอกกันอยู่เป็นประจำ

เราลองมาพิจารณากันดูเกี่ยวกับเรื่องลอยถาด ตอนนี้

เอาอย่าง อ.หาดใหญ่ของเรานี่มีแม่น้ำไหม ?

อ้อ-มี…แล้วปกติมันไหลไปทางไหน อ้อ-ไปลงทะเลสาบสงขลา

เอามาบัดนี้ เราลองเอาขันมาใบหนึ่ง-แล้วไปที่ริมแม่น้ำ

แล้วอธิษฐานดูซิว่า‘หากข้าพเจ้าจะไม่ต้องตายจริง ๆ แล้ว

ก็ขอให้ขันใบนี้มันไหลไปออกทะเลสาบสงขลานะ

บัดนี้ตรงกันข้าม ถ้าหากข้าพเจ้าจะต้องตายจริง ๆ

ก็ขอให้ขันลอยทวนกระแสน้ำขึ้นไปถึงต้นน้ำนะ’

อธิษฐานเสร็จแล้วอย่างนี้ ลองเอาขันไปวางลงบนน้ำในแม่น้ำดูซิ

รับรองว่าขันใบนี้ต้องไหลออกไปทะเลสาบสงขลา

แต่เราเกิดมาแล้ว-ก็ต้องตายแน่ ๆ เลย ตายจริง ๆ-ถ้าอธิษฐานอย่างนี้

นี่หลวงพ่อมาพูดอุปมาอย่างนี้ เดี๋ยวคนก็ว่ามาลบล้างคำสอน-มาลบล้างประเพณีอีกแล้ว

นี่เพราะคนไม่ยอมใช้ความคิด ใช้ความฉลาดของตนเองให้เกิดปัญญา

พระพุทธองค์ใดจะทวนกระแสน้ำอันนั้นได้

อธิษฐานอย่างนั้น ขันที่ไหนจะลอยทวนน้ำขึ้นไปถึงต้นน้ำ

มันเป็นไปไม่ได้ แต่ที่จริง**พระพุทธเจ้าท่านตรัสรู้จริง ๆ เพราะการทำทางจิต

ท่านทำความเพียร ตั้งกายตรง-ดำรงสติมั่น

พอจิตมันคิดวูบขึ้นมาเป็นอารมณ์ เป็นความทะยานอยาก

ท่านก็รู้จักตั้งสติ ประคองความรู้สึกตัว

ไม่ปล่อยจิต-ปล่อยใจไหลไปตามกระแสความทะยานอยากนั้น ๆ

กระแสน้ำ ก็คือกระแสแห่งกิเลส-กระแสแห่งความคิดทะยานอยากนั่นเอง

มันไหลไปสู่ที่ชั่ว-ที่ต่ำ เป็นเรื่อง-เป็นราว

ขันก็คือตัวเรา หรือขันธ์ ๕

เรียก รูป-เวทนา-สัญญา-สังขาร-วิญญาณก็ได้

ท่านก็มาทวนกระแสน้ำอันนี้แหละ มีสติตื่นตัว

ไม่ปล่อยให้ขันธ์อันนี้ไหลเรื่อยไปตามกระแสความคิดปรุงแต่งอีกต่อไป

เมื่อทวนกระแสอยู่อย่างนี้ มีสติตื่นตัวอยู่อย่างต่อเนื่อง

สติตื่นขึ้น-ตื่นขึ้น มันก็กระทบกับพญานาค ๗ หัว-ก็คือโพชฌงค์ ๗

องค์ธรรมแห่งการตรัสรู้ เริ่มต้นที่สติตื่นตัว

สติรู้ตัวนี้ จะปลุกพญานาค ๗ หัวให้ตื่นตาม

การตรัสรู้จึงจะมีตามมา นี่-มันเป็นอย่างนี้

เจ้าชายสิทธัตถะท่านมาอธิษฐานจิต มาทำความเพียรทางจิต

ทวนกระแสน้ำคือกิเลสทางจิต อย่างนี้จึงได้ตรัสรู้-พ้นทุกข์ได้**

*ไม่ใช่ไปทวนกระแสน้ำลำธารอย่างนั้น นั่นเป็นอุปมาทางธรรม*…”

หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

————————————————————————————————

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

※ อย่าหลงตน-อย่าลืมตัว ※

※ ※

※ อย่าหลงกาย-อย่าลืมใจ ※

※ ※

※ อย่าหลงชีวิต ※

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

รู้สึกตัว…รู้สึกกาย รู้สึกใจ

_/|\_ _/|\_ _/|\_

ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ


Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *