รู้สึกกาย รู้สึกใจ 21 มิถุนายน 2023

“…เรื่อง‘ความคิด’นี้ จะว่าอย่างใดฮุ ?

มันหลายเด๊ เรื่องความคิด

*ความคิดที่เป็นกิเลสนั้น คือเราไม่เห็น

(เมื่อ)ไม่เห็น มันก็พาเฮาเฮ็ด-เฮาทำไป

แต่ตัวคิดนั้นน่ะ มันก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง*

**ตัวรู้คิดนั้นน่ะ มันก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง**

มันก็เป็น‘คิด’คือกัน มันหลาย

จึงว่า‘เปรียบได้คือกับน้ำสี’ สีย้อมผ้านี้-มันหลายสี

แต่น้ำนั่น-มันอันเดียว มีแต่น้ำอันเดียว-น้ำสะอาดนั่นแหละ

แต่ว่าสีนั้นแท้หลายสี…สีดำ สีแดง สีซิ่ว(เขียว) สีม่วง(มุ่ย) สีเหลือง

ครั้นจิว่าน้ำนั่นก็หลายอันคือกัน

ผู้จิว่าก็(ว่า) โอย…แนวผู้จิว่าให้ว่าเถอะไป

มันบ่มีการสิ้นจบเป็นแล้วกับคำเว้าของคน

บางคนก็จะว่าน้ำเหล้า น้ำกลั่น น้ำฝน น้ำโขง น้ำห้วย น้ำบ่อ

เฮาสิจิว่าเป็นแล้ว(แล้วแต่จะว่า) เรื่องความเว้า

ก็น้ำคือกันเหมิ้ด

**น้ำที่หลวงพ่อว่านี้ก็(คือ)น้ำที่สะอาด**

(น้ำต่าง ๆ) เป็นน้ำคือกันหมดทุกน้ำ

แต่บ่ได้ว่าน้ำเหล้า-น้ำหยัง บ่ว่า

ว่าแต่น้ำที่สะอาดซื่อ ๆ (ที่)ว่านี่

บัดนี้สีดำ-ดำแท้ สีแดง-แดงแท้…บ่แม่นน้ำนั่น

เอามาใส่สี-น้ำนั่นเอาสีมาใส่ น้ำนั้นก็เลยแดง

ครั้นเอาสีดำไปใส่-น้ำก็เลยดำ เอาสีเหลืองไปใส่-น้ำก็เหลือง

เอาสีซิ่วไปใส่-น้ำก็ซิ่ว เอาสีมุ่ยไปใส่-น้ำก็เป็นสีมุ่ยไป

*ให้ว่าเอาสีอันใดไปใส่ น้ำเป็นสีอันนั้นไปหมด-น้ำนั่น*

แต่ว่าความคิดที่เป็นกิเลส(หรือ)บ่เป็นกิเลส ก็คือกัน

จึงว่า*มันบ่มีตน-บ่มีตัว เรื่องความคิดนี่*

จึงว่า**เน้นเรื่องความคิด การปฏิบัติธรรม

เพราะว่าพระพุทธเจ้าตรัสรู้เป็นพระอรหันต์นั้น

ก็เพราะด้วย(การเห็น)ความคิด**

การให้ทานนั้นดีแล้ว การรักษาศีลนั้นดีแล้ว

การทำกรรมฐานนั้นดีแล้ว อันนั้นมันมีมาก่อน-อันนั้น

ผู้ที่เคยได้บวชเรียนเขียนอ่านนั้น ก็รู้จักแล้ว

การบวชนั้นก็มีมาก่อนแล้วนี่

เมื่อพระพุทธเจ้าเรานี้ เราเอิ้นพระพุทธเจ้า

สมัยเกิดขึ้นมานั้น ก็มีการเชิญเอาพราหมณ์ ๑๐๘ คนนั้นมา

เพิ่นว่ามาทักทาย ลายชื่อ-ลายเสียง

แล้วก็อยู่มา ก็มาเป็นเจ้าฟ้ามหากษัตริย์

ก็(มา)เห็นรูปสมณเพศ ก็บวช-ก็บวชตามขเจ้า

บวชแล้วก็ไปทำกรรมฐานกับครูทั้ง ๒ คนนั้น

ก็จนได้สมาบัติ ๘ แน่ะ-อันนั้นก็ชื่อว่ามีมาก่อน

*มรรคผล-นิพพานก็มีอยู่แล้ว เฮาบ่ฮู้จัก*

มีคนเว้าจังซั่นอยู่ นี่มันเป็นอย่างนั้น

จนพระพุทธเจ้าของเฮานี้แหละ มาค้นคิด-เห็นความคิด

จึงว่า**‘สวรรค์อยู่ในอก-นรกอยู่ในใจ-พระนิพพานก็อยู่ที่ใจ’**

*อันใจเรานี้-มันอยู่ที่กายครับ ใจเรานี้มันอยู่นำกันนี่นะ

เฮาบ่ฮู้จักมันซื่อ ๆ นี่นะ*

ดังนั้นเฮาเคยได้ยิน(ว่า)‘พระพุทธเจ้าเฮานี่

ออกจากครูมาแล้ว ก็มาอดข้าว-อดน้ำ

แน่ะ! บ่กินข้าว-บ่กินน้ำ จนจ่อย-จนผอม

มีแต่กระดูก ลูบหน้าท้องฮอดทางหลัง

ลูบทางหลังฮอดหน้าท้อง’ เพิ่นว่า

แล้วก็บ่ได้เป็นพระพุทธเจ้า นี่บ่แม่น-อันนั้น

ให้ว่า‘ทิฏฐิ’ ความเห็นซื่อ ๆ-อันนั้น

คิด(อย่างไรแล้ว) ก็เฮ็ดไปโลด

บัดนี้ก็มากินมะขามป้อม-หมากส้มมอพวกนี้

ปัญจวัคคีย์ทั้ง ๕ ก็หนีไปนี่

อันนี้ก็ชื่อว่า*‘สงัดกาย-สงัดวาจา ใจบ่สงัด’

เฮาจะไปอยู่ในถ้ำ-เฮาก็บ่สงัดนี่ ใจนี้มันคิดอยู่ตลอดเวลา*

บัดนี้ก็มากินข้าวนางสุชาดา เอาขันไปเสี่ยง

เอาถาด-เอาขันไปเสี่ยง

ให้มันไหลขึ้นไปทางต้นน้ำ ถ้าจะได้เป็นพระพุทธเจ้า

ถ้าจะบ่ได้เป็นพระพุทธเจ้า ให้มันไหลไปตามน้ำ

เพิ่นว่า แล้วมันบ่ไป(ตามน้ำ)

อันนี้แหละเพิ่นว่า**‘เบิ่งความคิด-ให้เห็นความคิด

ความคิดมา ให้เห็น-ให้รู้’ ก็ขึ้นไปถึงต้นน้ำ

ก็เห็นต้นตอของความคิด**

อันนี้ผู้เห็นความคิด-อันนี้ แต่เทือทัน-เทือบ่ทัน

สมมติเอา-อันนี้ อาตมาบ่ได้เห็นพระพุทธเจ้า

บ่ได้เห็นพระอรหันตสาวกของพระพุทธเจ้า

แต่ตัวอาตมาก็บ่ได้เป็นพระอรหันต์

จึงบ่ฮู้จักจิตใจของพระอรหันต์

ตัวของอาตมาก็บ่ได้เห็นพระพุทธเจ้า

จึงบ่ได้เว้าเรื่องจิตใจของพระพุทธเจ้า

เว้าเรื่องจิตใจของตัวเอง เว้าอยู่เดี๋ยวนี้นี่”

หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

————————————————————————————————

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

※ อย่าหลงตน-อย่าลืมตัว ※

※ ※

※ อย่าหลงกาย-อย่าลืมใจ ※

※ ※

※ อย่าหลงชีวิต ※

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

รู้สึกตัว…รู้สึกกาย รู้สึกใจ

_/|\_ _/|\_ _/|\_


Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *