รู้สึกกาย รู้สึกใจ 1 มิถุนายน 2023

“…คุณสัจจพันธ์ พร้อมด้วยคณะและญาติโยมทั้งหลาย

ซึ่งมาถามปัญหาที่เกี่ยวกับการฟังเทศน์

หรือเกี่ยวกับการปฏิบัติธรรมนั้น

การที่คำถามนี้เป็นปัญหาที่สำคัญ

ตัวของอาตมาเองก็ไม่ใช่จะเป็นผู้วิเศษ

หรือผู้ต่างกับเพื่อนมนุษย์ทั่วไปนั้น ไม่ใช่อย่างนั้น

การปฏิบัติธรรมนั้น

ตามความคิด-ความเห็นของอาตมา หรืออุดมการณ์ของอาตมา

เพราะ**อาตมาได้ทำมาแล้วอย่างใด

อาตมาก็จะนำเรื่องนั้นมาเล่าสู่ฟัง**

คือการให้ทานก็ดี-การรักษาศีลก็ดี

การทำกรรมฐานก็ดี-การเจริญวิปัสสนาก็ตาม

มันเกี่ยวกับความคิด

ที่ทำอย่างอื่น ๆ ก็เกี่ยวกับความคิดทั้งนั้น

จึงว่า**การปฏิบัติธรรมนั้น

จึงว่าให้พิ(จารณา ไตร่)ตรอง เข้าใจกับความคิด

หรือจะพูดอีกอย่างหนึ่งว่า ‘พระพุทธเจ้าตรัสรู้

เพราะการบำเพ็ญหรือการภาวนา หรือการทำทางจิต-ทางใจ’

จึงว่าอาตมาก็มีความเข้าใจ(อย่างนี้)

จึงเน้นเรื่องความคิด**

อาจารย์องค์อื่น ๆ นั้น เพิ่นจะเน้นเรื่องใด-ก็เป็นเรื่องของเพิ่น

อาตมาเคยทำมาแล้ว

*วิธีอื่น ๆ ก็เคยทำมาเพียงเล็ก ๆ น้อย ๆ

เพราะว่ามันยังบ่เคยปรากฏ

ยังไม่ทันมีความรู้สึกในตัวทั้งหมดเลย*

วันนี้จึงว่าการตอบปัญหาของหมู่คณะ

ญาติโยมมาฟังเทศน์-ฟังธรรม หรือว่าฟังข้อวัตรปฏิบัตินั้น

ก็จะตอบตามอุดมการณ์ของอาตมาเอง

มื้อนี้เป็นวันที่ ๗ ธันวาคม ๒๕๒๙

‘ความคิดคืออะไร ? มีกี่อย่าง ?

ความคิดเป็นกิเลส หรือไม่เป็นกิเลส ?’

คำถาม-ปัญหาของพวกท่านทั้งหลายถามอย่างนี้

ความคิดคืออะไร ?

คือน้ำที่สะอาดกับสีที่เอามาผสมกับน้ำ

เพราะมันมีหลายอย่างนะสี มีสีดำ-สีแดง-สีซิ่ว(เขียว)-สีเหลือง

สีแล้วแต่สี น้ำเป็นน้ำซื่อ ๆ

น้ำที่สะอาดนั่น เอาสีมาใส่อย่างใด-ก็ต้องเป็นไปอย่างนั้น

ความคิดจึงมีมากหลาย

บ่สามารถที่จะเอามาเว้าให้ฟังได้(หมด)-ความคิด

หรือเป็นกิเลส บ่เป็นกิเลสนั้น

อันกิเลสนั้น ไม่ใช่ตัวความคิด

อันคิดขึ้นมา

อันดี-ชั่วนั้นก็เป็นกิเลสอย่างหนึ่ง อันคิดซื่อ ๆ นั้น-บ่แม่นกิเลส

คิด-ความคิดมันมีหลายอย่าง

จึงว่า**‘ให้รู้เท่าทันกับความคิด’

มันคิดขึ้นมา ให้เห็น-ให้รู้-ให้เข้าใจ

สัมผัสแนบแน่นกับความคิดอันนั้น

และอย่าเข้าไปในความคิดอันนั้น

อาตมาเข้าใจอย่างนั้น การปฏิบัติธรรมะ**

ความคิดจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะมันอยู่(ด้วยกัน)กับกาย

ภาษาบ้านเฮา เรียกว่า‘กายกับใจ’

ครั้นภาษาธรรมะนั้น เรียกว่า‘รูปกับนาม’-ท่านว่าจังซั่น

จึงว่าปฏิบัติธรรมะ ทีแรกอาตมาจึงรู้จักรูป-รู้จักนามก่อน

รู้จักรูปทำ-นามทำ รู้จักรูปโรค-นามโรค

รูปโรค-นามโรคนี้มี ๒ อย่าง

ที่อาตมาปฏิบัติ อาตมาเข้าใจอย่างนั้น

แล้วก็รู้จักรูปโรค-นามโรค

แล้วก็รู้จักทุกขัง-อนิจจัง-อนัตตา

‘ทุกขัง’นั้น หมายถึงมันติดอยู่กับรูป-ว่าซั่น

‘อนิจจัง’ หมายถึงบ่เที่ยง

‘อนัตตา’ (หมายถึง)บังคับบัญชาบ่ได้

มันเข้าใจอย่างนั้น

แต่มันก็เป็นของจริงอีกเสียด้วยนะ ที่อาตมาเห็น

จึงว่านั่งอยู่นิ่ง ๆ บ่ได้ อาตมาเป็นจังซั่น

เพราะว่าบ่เหนงมือ-เหนงเท้า

(ไม่เคลื่อนไหวมือ-เคลื่อนไหวเท้า)

ก็ต้องพริบตา เหลือบซ้ายแลขวา

แล้วก็หายใจเข้า-หายใจออก

ให้ว่าตนตัวเฮานี้ จะอยู่นิ่ง ๆ ไม่ได้

จึงว่า‘เป็นทุกขัง-มันเป็นทุกข์

อนิจจัง-มันบ่เที่ยง’ มันเป็นจังซั่นอยู่ตลอดเวลา

จะรู้-ก็เป็นจังซั่น บ่รู้-ก็เป็นจังซั่น

‘อนัตตา-บังคับบัญชาบ่ได้’ เพราะมันเป็นไปตามธรรมชาติ

เรื่องความคิด รู้จักจังซี่-เป็นจังซี่-เข้าใจจังซี่…”

หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

————————————————————————————————

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

※ อย่าหลงตน-อย่าลืมตัว ※

※ ※

※ อย่าหลงกาย-อย่าลืมใจ ※

※ ※

※ อย่าหลงชีวิต ※

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

รู้สึกตัว…รู้สึกกาย รู้สึกใจ

_/|\_ _/|\_ _/|\_


Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *