“…ความทุกข์นั้น เราไม่เข้าใจ
(เข้าใจ)ว่าทุกข์ไม่มีเงิน-ทุกข์ไม่มีทอง ไม่มีข้าว-ไม่มีของ
เราเข้าใจกันอย่างนี้
แต่ความจริงพระพุทธเจ้าไม่ได้พูดอย่างนี้
ไม่เคยจนเงิน ไม่เคยจนอะไรทั้งหมดเลย
แต่พระพุทธเจ้าเข้าใจว่า*ทุกข์ คือความเดือดร้อน
คือความโกรธ-ความโลภ-ความหลงนี่เอง
หรือความพอใจ-ความไม่พอใจนี่เอง
พระพุทธเจ้าหาวิธีที่จะมาดับทุกข์เรื่องนี้*
บัดนี้*เราก็เลยไปทำบุญ-ให้ทาน รักษาศีล-ทำกรรมฐาน
เพื่อให้หมดอย่างนี้ แต่มันหมดไม่ได้
นี้แหละพวกเราเคยศึกษาธรรมะว่า‘ทางมิใช่ทาง’
เมื่อเราทำดูแล้ว มันยังดับไม่ได้
ก็หมายถึงว่า‘สิ่งนั้นยังไม่เป็นทางดับทุกข์’
แม้จะศึกษาเล่าเรียนพระไตรปิฎกจนจบ ก็ยังดับทุกข์ไม่ได้
มันก็ยังไม่ถูกต้องอยู่นั่นเอง*
บัดนี้ตรงกันข้าม
**เมื่อเราไม่ศึกษาเล่าเรียนพระไตรปิฎกก็ตาม
หรือว่าไม่ได้ทำอะไรก็ตาม
เมื่อศึกษาให้ทางดับทุกข์แล้ว อันนั้นแหละถูกต้อง**
**วิธีที่ผมจะนำมาพูดในขณะนี้ เพื่อทำความเข้าใจกับพวกเรา
คือ ให้มีสติ-ให้มีสติ**
พระพุทธเจ้าท่านสรรเสริญเรื่องมีสติเท่านั้น
*สิ่งอื่นนั้น พระพุทธเจ้าไม่ได้สรรเสริญเท่าไร
เพราะว่ามันดับทุกข์ไม่ได้*
**ความจริงแล้ว ความโกรธ-ความโลภ-ความหลงนั้น มันไม่ต้องมี
เมื่อเราจะหาความโกรธ-ความโลภ-ความหลง จะไปหาที่ไหน ?
เพราะมันไม่มีสมุฏฐาน-มันไม่มีต้นเหตุ มันไม่มีอะไรทั้งหมดเลย**
*สมุฏฐานต้นเหตุที่ทำให้ความโกรธ-ความโลภ-ความหลงเกิดขึ้น
คือเราขาดสติเท่านั้น*
**เมื่อเรามีสติแล้ว ความโกรธ-ความโลภ-ความหลงไม่ต้องมี**
ดังนั้น **พระพุทธเจ้าท่านจึงสอนให้เราเจริญสติ**
*คนขาดสติลงไปวินาทีหนึ่งก็ตาม
๕ นาทีก็ตาม ชั่วโมงหนึ่งก็ตาม
สามารถทำให้เราเป็นได้ทุกสิ่ง-ทุกอย่าง
เป็นสัตว์นรกก็ได้ เป็นเปรตก็ได้ เป็นอสุรกายก็ได้
เป็นสัตว์เดรัจฉานก็ได้ เป็นผีก็ได้
มันเป็นอย่างนั้น*
ดังนั้น คนใดที่ลืมตัวลงไปขณะหนึ่งนั้น เรียกว่า‘คนไม่มีสติ’
*คนไม่มีสตินั้น ท่านมาเปรียบอุปมัยอุปมาว่า‘เหมือนกับคนตาย’
แต่ไม่ใช่ตายหมดลมหายใจนะ ‘ตายจากความดีความงาม’
มันเน่า-มันเหม็นเหมือนกับอุจจาระ ร้ายไปกว่าอุจจาระอีกซะด้วย
คนไม่มีสตินี้ สามารถพูดได้-ทำได้-คิดได้
ทุกสิ่งทุกอย่างที่ผิด ๆ ไปตามอารมณ์ตัวเอง*
ดังนั้น **คนมีสตินั้น สามารถทำให้เป็นคน-เป็นมนุษย์
เป็นเทวดา หรือเป็นพระอริยบุคคลก็ยังได้
คนใดมีสตินั้นแหละ พระพุทธเจ้าท่านสรรเสริญว่า
‘เราคนหนึ่งถือพุทธศาสนา หรือเข้าใกล้กับพระพุทธเจ้า’**
ดังนั้นจึงว่า‘รู้จำ-รู้จัก รู้แจ้ง-รู้จริง’
**รู้แจ้ง-รู้จริงนั้น รู้ด้วยปัญญา-รู้ด้วยญาณ
สามารถบังคับได้ทุกสิ่ง-ทุกอย่าง
สามารถมองเห็นสมุฏฐานความทุกข์ได้**…”
หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ
————————————————————————————————
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
※ อย่าหลงตน-อย่าลืมตัว ※
※ ※
※ อย่าหลงกาย-อย่าลืมใจ ※
※ ※
※ อย่าหลงชีวิต ※
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
รู้สึกตัว…รู้สึกกาย รู้สึกใจ
_/|\_ _/|\_ _/|\_


ใส่ความเห็น