รู้สึกกาย รู้สึกใจ 1 พฤษภาคม 2022

“…ความสงบนั้น จึงว่ามีอยู่ ๒ อย่าง

ความสงบแบบอยู่ในถ้ำนั้น เป็นความสงบแบบหนึ่ง

เป็นความสงบแบบไม่เห็น แบบไม่รู้จักถ้ำ

ส่วนความสงบแบบนอกถ้ำนี้ มันไม่ใช่ความสงบแบบนั้น

มันเป็นความสงบเพราะเห็นแจ้ง

**คำว่า‘เห็นแจ้ง’นี้ มันเป็นความสงบอันหนึ่ง

‘สงบเพราะเห็นแจ้งนี้ สงบอันใด ?’ ว่าอย่างนั้น

สงบจากโทสะ-โมหะ-โลภะ สงบจากความหลงผิด

อันนี้แหละ สงบเพราะการเห็นแจ้ง

เมื่อแจ้งแล้ว มันก็สงบ**

อันนี้จะเรียกว่า‘ไม่ใช่ความสงบ’ก็ได้

หรือจะเรียกว่า‘เป็นความสงบ’ก็ได้

เพราะคำว่า‘สงบ’นั้น ก็เป็นเพียงคำสมมติพูด

**สงบแบบนี้ไม่มีกิเลส เพราะเห็นกิเลสอยู่เสมอ**

พระพุทธเจ้าท่านสอนมาแบบนี้

อย่างไรก็ตาม เราก็ต้องการอยู่ดีล่ะ-ต้องการความสงบ

เพียงแต่เราไม่รู้จักวิธีที่จะไปจับสวิตช์ไฟฟ้าเท่านั้นเอง

เมื่อใดเรารู้จักวิธีจับสวิตช์ไฟฟ้าแล้ว

ถึงเวลามา เราต้องไปจับที่สวิตช์มัน

กดปั๊บ มันจะไปทำความสว่างอยู่ที่หลอดโน่นเลย

อันนี้ก็เหมือนกัน

**เมื่อเราเจริญวิปัสสนาแบบถูกต้องแล้ว

ว่าแต่มีคนพูดขึ้นมา ดีก็ตาม-ชั่วก็ตาม

สติปัญญาของเรานี้มันจะไวที่สุด มันจะทำหน้าที่ของมัน

ความไวของสติปัญญาที่เกิดจากการเจริญวิปัสสนานี้

เปรียบอีกอย่างก็ว่า‘เหมือนอย่างแมวกับหนู’

หนูมันจะไวขนาดไหนก็ตาม แมวมันจะคอยจ้องอยู่แล้ว

พอดีหนูกระโดดมา แมวตะครุบจับปั๊บเลย**

พอแมวจับปั๊บ หนูมันสลุดใจ(ช็อค)

คล้าย ๆ กับคนใจขาดนี่แหละ ตายก็ว่าได้

แมวจับปุ๊บ ใจขาดปั๊บเลยหนู

เลือดไม่วิ่งเลย เพราะตกใจสุดขีดที่ไม่เคยถูกแมวจับ

แมวกินหนู จึงไม่มีเลือด

อันนี้ก็เหมือนกัน **เมื่อเราคอยดูอยู่อย่างนี้

พอดีมันคิดปั๊บ ความคิดจะถูกหยุดทันที

เพราะเราเห็นแจ้ง-รู้จริง รู้เท่า-รู้ทัน รู้จักกัน-รู้จักแก้

รู้จักเอาชนะมันได้

จิตใจเราก็เลยไม่ได้ถูกปรุงแต่งไป ไม่มีกิเลส**

นี่ ! พระพุทธเจ้าสอนมาแบบนี้

ดังนั้น**การเห็นแจ้งอย่างนี้แหละ มันเป็นบุญ

มันเป็นกุศลอย่างสูงสุดในทางพระพุทธศาสนา**

หรือจะพูดอีกอย่างหนึ่ง ก็เรียกว่า‘เห็นธรรม’ก็ว่าได้

**‘เห็นธรรมอย่างไร ?’ ว่างั้น

เห็นธรรมส่วนนอก คือเห็นรูป-เห็นนาม

หรือเห็นกำลังทำ-กำลังพูด-กำลังคิด

อันนี้เป็นส่วนหนึ่ง

เห็นจิตใจกำลังนึกคิดขึ้นมานั้น

เป็นการเห็นธรรมอีกส่วนหนึ่ง

เพราะจิตใจนั้นมันไม่เป็นตนเป็นตัว มองไม่เห็นด้วยตา

ต้องเห็นด้วยสติปัญญา**

ท่านว่า‘อินทรีย์แหลมคม’ ท่านว่าอย่างนั้น

จักษุอินทรีย์-อินทรีย์แหลมคม

**รู้เท่า-รู้ทัน รู้กัน-รู้แก้ รู้จักเอาชนะมันได้

อันนี้ท่านว่า‘เห็นธรรมส่วนลึก’

ธรรมะส่วนนี้ คนทุกคนเกิดมาก็มีอยู่แล้ว

มันมีในคนทุกคน ไม่ยกเว้น**

พระพุทธเจ้าจึงตรัสว่า ‘ธรรมนั้นมันมีอยู่ก่อนแล้ว’

จะเปรียบก็ว่า *‘คนเราเกิดมา-มันก็มีสิ่งนี้อยู่

เพียงแต่มันคว่ำหน้าอยู่เท่านั้น’*

คล้าย ๆ กับของที่มันคว่ำอยู่

แล้วไม่มีผู้ใดจะมาหงายหน้ามันขึ้นมาได้ จึงไม่เห็น

หรือว่าของที่ปิด ไม่มีผู้ใดมาไขได้

บัดนี้พระพุทธเจ้าของเรานี้แหละ มาเปิดหน้ามันขึ้นมา

มาหงายออกให้คนมองเห็นได้ทันที

หรือว่ามันมีเกลียวรับกันอยู่ ท่านก็มาคลายเกลียวมันออก

ดังนั้นเมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จไปเทศน์ ไปแสดงธรรมที่ใดนั้น

ผู้ใดได้ตั้งใจฟังแล้ว ย่อมได้ดวงตาเห็นธรรม

หรือได้กระแสพระนิพพาน

ท่านว่าอย่างนั้น…”

หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

————————————————————————————————

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

※ อย่าหลงตน-อย่าลืมตัว ※

※ ※

※ อย่าหลงกาย-อย่าลืมใจ ※

※ ※

※ อย่าหลงชีวิต ※

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

รู้สึกตัว…รู้สึกกาย รู้สึกใจ

_/|\_ _/|\_ _/|\_

ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ


Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *