“…วิธีที่ผมว่านี้ **ไม่ต้องไปดีใจ
มันคิดดีใจแล้ว-รู้จักดีใจแล้ว ไม่ให้เอา
ดีใจก็มี-เสียใจก็มี มีดีใจ-ก็ต้องมีเสียใจ
ถ้าดีใจไม่มีแล้ว ความเสียใจก็ไม่มี**
**มาดูตัวความคิดเสมอ
อันความดีใจ-เสียใจ มันไม่ได้มีในจิต
อัน‘ดีใจ’กับ‘เสียใจ’นี้ มันเป็นเรื่องของความหลงผิด
มันมีโมหะแล้ว มันจึงมีความดีใจ
เมื่อมีความดีใจ นั่นแหละ-มันก็ไปติดความดีใจ
เขาว่า‘โลภะ’มีแล้ว
ปฏิบัติไป-ปฏิบัติไป เกิดความเสียใจ-เพราะโมหะ
เมื่อโมหะสนับสนุนอยู่แล้ว โทสะเกิดขึ้น-หงุดหงิดจิตใจ
อันนี้เรียกว่า‘มันยังไม่พ้นอันตราย’
เราต้องพยายามดูจิตใจไปตามเคย ดูนั่นแหละ
เราจะรู้จักสมุฏฐานการเกิดไฟ(หลอดไฟสว่าง)
แล้วกดสวิทซ์ที่นี่ มันไปทำความสว่างทางโน้น(ที่หลอดไฟ)
กดที่นี่(กดสวิทซ์) มันไปอย่างนั้น(ไปสว่างที่หลอดไฟ)
การกระทำอย่างนี้ เพื่อจะไประงับทุกข์-ให้ทุกข์นั้นหมดไป
ทุกข์เกิดขึ้นเพราะหลง
เมื่อเราทำให้มีสติมั่นคงแล้ว
ความหลงไม่มี ทุกข์ก็ลดน้อยลง**
สมมติ **รูปกายเรานี้เคลื่อนไหวโดยวิธีใดก็ตาม
ผมเลยมาทำจังหวะ-ทำเป็นจังหวะ
ยกมือเข้า-เอามือออก ตามที่ผมได้เอามาแนะนำนี่แหละ
เป็นการเรียกร้องให้มีสติมั่นคงอยู่อย่างนี้
ตลอดถึงจิตใจคิด
๒ อันนี้เป็นเครื่องผูกสติเอาไว้
เมื่อความคิดเข้ามา เราเห็น-เรารู้
กำมือ-เหยียดมือ ยก(มือ)ไป-ยก(มือ)มานี้…ก็รู้
แต่ไม่ต้องเอาสติมาจ้องตัวนี้
อย่าเอาสติมาคุมตัวนี้
ให้เอาสติไปคุมตัวความคิด
คำว่า‘ไปคุม’ คือให้คอยดูมัน
อย่าไปดูใกล้ ๆ ดูไกล ๆ-สบาย ๆ
มันคิด ทิ้งไปเลย**
เหมือนแมวกับหนู พอหนูมาปั๊บ-(แมว)มันจับปุ๊บ
(เมื่อ)แมวมันกินหนูอิ่มแล้ว
หนูมา (แมว)มันก็ต้องจับอยู่อย่างนั้น
พอจับปั๊บ-หนูตาย (แมว)มันทิ้งเลย-มันไม่กิน
กัดทิ้งเล่นอย่างนั้นแหละ
นี้เป็นวิธีที่เอามาเปรียบว่า
**ความจริงโมหะไม่ได้มี
ที่มันมีโมหะ คือเราไม่มีสติ**
บ้านเราสร้างขึ้นมาใหม่ ๆ หนูไม่มี
ต่อมามีของระเกะระกะ มันมีที่รก
หนูจึงเข้าไปซ่อน หนูมันชอบที่รก
(คือ)ตัวสติไม่มีคุมตัวเราอยู่ เราหลง
ความหลงเข้ามา…”
หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ
————————————————————————————————
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
※ อย่าหลงตน-อย่าลืมตัว ※
※ ※
※ อย่าหลงกาย-อย่าลืมใจ ※
※ ※
※ อย่าหลงชีวิต ※
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
รู้สึกตัว…รู้สึกกาย รู้สึกใจ
_/|\_ _/|\_ _/|\_


ใส่ความเห็น