“…สงบแบบหนึ่ง *สงบด้วยความไม่รู้สึกตัว-ไปนั่ง(หลับตา)
เขาเรียกสงบใต้โมหะ* อันนั้นเขาเรียกว่า‘ไปอยู่ในถ้ำ’
คนอยู่ในถ้ำ(-มันมืด) ไปไหน-มาไหนต้องรำคาญ
คนอยู่นอกถ้ำ ไปไหน-มาไหนต้องสะดวกสบาย
บัดนี้ความสงบอันนี้-ที่นี่ เรียกว่า‘เราอยู่นอกถ้ำ’
**สงบแบบนี้ คือสงบโดยปราศจากโทสะ
ปราศจากโมหะ-ปราศจากโลภะ
คืออยู่ด้วยสติ อยู่ด้วยปัญญา**
แต่สมาธิ ไม่ต้องพูดถึงก็ได้
**สมาธิ แปลว่าตั้งใจทำการทำงาน-ตั้งใจพูด-ตั้งใจคิด**
ถ้าหากซื้อ-ขาย ก็ตั้งใจ…เขาเรียก‘สมาธิ’
ไม่ใช่สมาธิ ไปนั่ง(หลับตา)เอาอย่างนั้น
**สมาธิแบบนี้ แปลว่าสงบด้วยปัญญา
สงบแบบนั่งทื่ออยู่คือก้อนอิฐ-ก้อนกรวดเนี่ย
อันนั้นเรียกว่าสงบใต้โมหะ** ก็สงบมีอยู่ ๒ อย่าง
อันนี้เขาว่า นิพพานมันต้องมาสายนี้
**‘นิพพาน’แปลว่าปกติ คำว่าปกติเนี่ย-ให้รู้จัก
คนปกติ พอดีมันคิดปุ๊บ-เห็นปั๊บนี่…เป็นปกติแล้ว-คนนั้น
ถ้าคนไม่ปกติ คิดไปร้อยอัน-พันเรื่อง
ไม่เห็นความคิดตัวเองเลย อันนี้เรียกว่า‘ผิดปกติ’
ดังนั้น ศีลจึงเป็นเครื่องกำจัดกิเลสอย่างหยาบ
สมาธิเป็นเครื่องกำจัดกิเลสอย่างกลาง
ปัญญาเป็นเครื่องกำจัดกิเลสอย่างละเอียด** ท่านว่าอย่างนั้น
บัดนี้ **คนใดยังทำลายโทสะ-โมหะ-โลภะไม่ได้
คนนั้นไม่มีศีล-ไม่มีศีลจริง ๆ** เรื่องนี้-มันเป็นอย่างนั้น
ถ้าพูดตาม ๆ คำพูดของอาตมา มันเข้าใจอย่างนั้น
**ศีลเป็นเครื่องกำจัดกิเลส ‘ศีล’แปลว่าปกติ
พอดีมีความคิดปุ๊บ มันเห็นปั๊บ**…เหมือนแมวกับหนู
มันคิดปุ๊บ แมวมันจับเอาทันที
เพราะแมวกับหนู มัน(เป็น)ของตรงกันข้าม
อันนี้ก็เหมือนกัน **พอดีมันคิดปุ๊บ-เห็นปั๊บ
สติจับทันที จับ-ความหลงไม่เกิดขึ้นได้
อันนี้แปลว่าเห็นทันที อันนี้-มันเป็นอย่างนั้น
อันนี้สงบจากโทสะ-โมหะ-โลภะ**
ส่วน**จิตใจของคนทุกคน มันมีความสงบอยู่แล้ว
เราไปสร้างความไม่สงบให้เกิดขึ้น อันนี้เขาเรียกว่า‘คนไม่เข้าใจ’
อันคนไม่เข้าใจ มันทำ-มันก็ผิดพลาดไปเท่านั้นเอง**
ท่านสอนอย่างนั้น
จะพูดให้ฟังเรื่องการไปปฏิบัติธรรมะ
ที่พูดนี้-พูดเรื่องการปฏิบัติธรรมะ
นั่งปุ๊บยังงี้ เราเดินไปก็ได้-นั่งก็ได้
**พอดีเราดูความคิด ‘โอ…จิตใจคนนี่มันสะอาด-สว่าง-สงบอยู่เด๊
ที่ไม่สะอาด-ที่ไม่สงบนั่น มันไม่เป็นจิต-ไม่เป็นใจของเรา
มันเป็นกิเลส-มันเป็นอวิชชา
มันเป็นความทุกข์ชนิดใด-ชนิดหนึ่งเกิดขึ้นมา’
เราต้อง(เห็น)อย่างนี้
เมื่อเห็นอย่างนี้ เราก็พยายามไม่ให้สิ่งที่ผิดปกตินั้นเกิดขึ้น
ไม่มีเรื่องอะไร มันเกิดขึ้นปุ๊บ-หายไปเลย
นี่แปลว่าเกิดขึ้นแล้วดับไป-เกิดขึ้นแล้วดับไป อย่าให้มันตั้งอยู่**
ตั้งอยู่-ดับไป-เกิดขึ้น-ตั้งอยู่ ‘ตั้งอยู่’ก็หมายถึงยึดมั่น
‘เกิดขึ้น-ดับไป’ แปลว่าไปตามหน้าที่
เป็นไปตามอำนาจของอนัตตา บังคับบัญชาไม่ได้
**จะไม่ให้มันคิด-มันไม่ได้ มันต้องคิด
แต่เราอย่าไปยึดมั่น อย่าเข้าไปในความคิดอันนั้น**
ท่านสอนอย่างนี้ เรียกว่า‘ทุกขัง-อนิจจัง-อนัตตา’
ตัวอิริยาบถเป็นทุกข์ เป็นตัวทุกขัง-เป็นอนิจจัง-เป็นตัวอนัตตา
อันนี้เขาเรียกว่า‘คนนั้นเห็นลักษณะไตรลักษณ์-ลักษณะทั้ง ๓’
ไตรลักษณ์-ลักษณะทั้ง ๓
เขาว่าอย่างนั้น ตามคำพูด-ตามตัวหนังสือ
แต่*อย่าไปเชื่อตัวหนังสือเกินไป*
ลักษณะทั้ง ๓ นี่คือ พูดง่าย ๆ คือการเคลื่อนไหวทางรูปกายอันหนึ่ง
การหายใจอันหนึ่ง ตัวความคิดอันหนึ่ง
นี่ลักษณะทั้ง ๓ ถ้าจะพูดอย่างนั้น
ถ้าจะพูดอีกอย่างหนึ่งก็ว่า‘ทุกขัง-อนิจจัง-อนัตตา’
เขาว่าอย่างนั้น…”
หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ
————————————————————————————————
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
※ อย่าหลงตน-อย่าลืมตัว ※
※ ※
※ อย่าหลงกาย-อย่าลืมใจ ※
※ ※
※ อย่าหลงชีวิต ※
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
รู้สึกตัว…รู้สึกกาย รู้สึกใจ
_/|\_ _/|\_ _/|\_


ใส่ความเห็น