รู้สึกกาย รู้สึกใจ 16 ตุลาคม 2022

-※ สูตรสำเร็จอึดใจเดียว ๑ (๑/๖) ※-

“ขยับมาใกล้ ๆ มาใกล้แล้วฟัง

ฟังแล้วกะได้ยิน-ได้ยิน(แล้วก็)จำได้ **จำได้แล้วก็นำไปปฏิบัติ**

บ่แม่นจำได้แล้วฟังซือ ๆ บ่เป็นท่าอันนั้น-ฟังซือ ๆ

มื้อนี้(วันนี้) หลังจากการทำวัตรเช้า

ก็เลยมาแนะนำให้พวกเราได้เข้าใจ**วิธีปฏิบัติธรรม

มันเป็นเทคนิค-มันเป็นกลไก มันเป็น(วิธี)ทำให้เราเกิดปัญญา

เรียกว่า‘เจริญสติ-เจริญสมาธิ-เจริญปัญญา’**

นั่งให้ตรง-อย่าสินั่งหงอยแหงะ แล้วก็ทำจังหวะ

ทำจังหวะอย่าสุทำไว ทำช้า ๆ

ตำอิด(ทีแรก)เฮ็ดเป็นจังหวะ ๆ เมื่อยนั่งแล้วก็ไปเดินจงกรม

เดินจงกรมก็อย่าไปเดินไวเกินไป-อย่าไปเดินช้าเกินไป

เดินให้พอดี

อันนี้เป็นวิธีที่(เป็น)เทคนิค หรือเป็นกลไก-เป็นกิริยา

เป็นอันใดก็เป็นเหมิ๊ดนี่

เพราะพระพุทธเจ้าเพิ่นสอนไว้แล้วว่า

**‘ให้มีสติกำหนดรู้ในอิริยาบถทั้ง ๔

ยืน-ก็ให้มีสติกำหนดรู้ เดิน-ก็ให้มีสติกำหนดรู้

นั่ง-ก็ให้มีสติกำหนดรู้ นอน-ก็ให้มีสติกำหนดรู้’

นี่…พระพุทธเจ้าเพิ่นสอนไว้แล้ว

แล้วก็ **‘ให้มีสติกำหนดรู้ในอิริยาบถย่อย

คู้-เหยียด เคลื่อนไหวโดยวิธีใดก็ให้รู้’**

ท่านสอน เฮาก็ต้องทำ

วิธีทำนั้น นอนตื่นมื้อเช้า-ระยะอย่างช้าที่สุดก็ต้องตี ๓

ตี ๓ นี่ลุกมา-ตี ๔.๓๐ เฮามาทำวัตร ผู้ตื่นดึกก็ต้องตี ๒ ตี ๓

ลุกออกมาเดินจงกรม-สร้างจังหวะ แล้วก็มาทำวัตร

มาทำวัตรก็มาทำที่ตรงนี้-เพิ่นก็อบรม อันนี้เป็นวิธีการ

เป็นเทคนิค-เป็นกลไก ทำแล้วให้มันเกิดปัญญา

เกิดปัญญาเป็นจังใด๋ ?

**เกิดปัญญา (คือ)มันรู้สูตร ๆ หนึ่ง

สูตรของมัน บ่ต้องไปศึกษาเล่าเรียนในพระไตรปิฎก

สูตรสำเร็จ-คำว่า‘สูตรสำเร็จ’เนี่ย

หมายถึงความสำเร็จมาจากตัวมันเอง**

เหมือนกับเพชรกับทองคำที่เจือปนอยู่กับตม-กับเลน

เฮามาร่อน-มาแยก(ตมเลน)ออกแล้ว มันเป็นเพชรล้วน ๆ

จึงว่า‘เป็นสูตรสำเร็จ’

*ถ้าเฮาไปศึกษา-ไปเล่าเรียน จำเอา…อันนั้นบ่แม่นสูตรสำเร็จ

มันบ่ได้เกิดจากญาณของปัญญา

มันบ่ได้เกิดมาจากญาณของวิปัสสนาญาณ*

**วิปัสสนาญาณนี้ เพิ่นว่า‘รู้แจ้ง-เห็นจริงตามความเป็นจริง’

รู้แจ้ง-เห็นจริงตามความเป็นจริงแล้ว

(ก็)ต่างเก่าล่วงภาวะเดิมโลด**

สูตรสำเร็จของมัน คือ รู้รูป-รู้นามนี้เสียก่อน…เบื้องต้น

‘รูป-นาม’ รูป-กะได้แก่ร่างกาย นาม-ได้แก่จิตใจ

รูปกับนามติดกันอยู่…นี่รูป-นาม (นี่)รูปทำ-นามทำ

แน่ะ! เฮาเห็นธรรมะขึ้นมาแล้ว

รูปอันนี้ทำ…ทำการทำงาน-พูด-คิด รูปอันนี้ทำ

นี้ชื่อว่าพระไตรปิฎก รูปนี้เป็นพระสูตร

คำพูดนี้เป็นพระวินัย ใจเป็นพระอภิธรรม

ทั้ง ๒ อย่างนี้แหละ(ทำ-พูด) ได้แก่ใจสั่งออกมา

เรียกว่า‘พระสุตตันตปิฎก ๒๑,๐๐๐ พระธรรมขันธ์

พระวินัยปิฎก ๒๑,๐๐๐ พระธรรมขันธ์

พระอภิธรรมปิฎก ๔๒,๐๐๐ พระธรรมขันธ์

รวมเป็น ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์’

เฮาเรียนลัด เรียกว่า‘สูตรสำเร็จ’

เมื่อฮู้จักอันนี้ ก็(รู้จัก)รูปโรค-นามโรค…นี่สูตรสำเร็จ

โรคอันนี้มันเป็นจังซี่ (คือ)โรคเกิดขึ้นมา

ก็เจ็บหัว-ปวดท้อง ตายเน่าเข้าโลง

โรคอันนี้ ต้องไปอาศัยหมอที่โรงพยาบาล

บัดนี้*โรค(อีก)ชนิดหนึ่ง (คือ)นั่งอยู่ซือ ๆ บ่เจ็บไข้ได้ป่วย

แต่มันมีความฮัก-ความชัง ความอิจฉาริษยา ความยินดี-ยินร้าย

อันนี้จิตวิญญาณเป็นโรค* สูตรมันต้องรู้จังซี่

อันนี้เพราะญาณวิปัสสนาเกิดขึ้นแล้ว ต้องเป็นอย่างนั้น

เมื่อรู้จักอันนี้แล้ว ก็รู้จักทุกขัง-อนิจจัง-อนัตตา

ครูบาอาจารย์สอนว่า ‘นั่งนาน ๆ เจ็บหลัง-เจ็บแอว

เจ็บแข้ง-เจ็บขา เป็นทุกขัง-เป็นอนิจจัง-เป็นอนัตตา’

อันนั้นบ่แม่น (อันนั้น)เป็นทุกขเวทนา-ทุกข์โศกโศกา

ทุกข์ไห้รำไพต่างหาก บ่แม่นทุกขัง-อนิจจัง-อนัตตา

ตัวทุกขัง-ตัวอนิจจัง-ตัวอนัตตานั้น (คือ)**ตัวเคลื่อน-ตัวไหว

ตัวพริบตา ตัวหายใจ ตัวนึก-ตัวคิดนี้

เป็นทุกขัง-เป็นอนิจจัง-เป็นอนัตตา**

‘ทุกขัง’แปลว่าทนไม่ไหว ‘อนิจจัง’แปลว่าไม่เที่ยง

‘อนัตตา’(แปลว่า)บังคับบัญชาบ่ได้ **มันเป็นไปตามธรรมชาติ

นี่…เฮาต้องฮู้จักสูตรมัน(เป็น)จังซี่ อันนี้แปลว่าสูตรสำเร็จรูป

สำเร็จมาแต่ในตัวมันเอง** มันแซะมันลอก-มัน…

ให้ว่ามันร่อนทองคำ ร่อนเพชรออกมา

เป็นเนื้อ(ทองคำ-เนื้อเพชร)ล้วน ๆ

เมื่อรู้จักอันนี้แล้ว ก็รู้จักสมมติ

สมมติผี-สมมติเทวดา สมมติบวชแล้วก็สึก-สึกแล้วก็บวช

พระพุทธรูปก็สมมติขึ้นมา ให้ว่า*สิ่งที่สมมติมีมาก*

ผู้ใหญ่บ้าน-กำนัน ครูประชาบาล…สมมติขึ้นมาทั้งนั้น

จึง**ให้เฮารู้จักสมมติจริง ๆ

เมื่อสมมติ-รู้จักแล้ว เฮาก็มีตาทิพย์น้อย ๆ

ตอนฮู้จักสมมตินี่แหละ

เราจิเลิกละสิ่งที่หลงผิดได้ เพราะเฮารู้จักสมมติ**

เมื่อฮู้จักสมมติดีแล้ว ก็รู้จักศาสนา

‘ศาสนา’ แปลว่าคำสั่งสอนของท่านผู้รู้

ผู้ใดรู้เรื่องอันใด ก็นำเรื่องนั้นมาสอน

แต่สอนให้คนละชั่ว-ทำดี อันนั้นบ่แม่นพุทธศาสนา

เป็นเพียงศาสนา หรือศาสนาพราหมณ์

ศาสนาเก่าแก่-ศาสนาดึกดำบรรพ์ บ่แม่นพุทธศาสนา

พุทธศาสนา **‘พุทธะ’แปลว่าผู้รู้-ผู้ตื่น-ผู้เบิกบานด้วยธรรม

รู้ธรรม-เห็นธรรม-เข้าใจธรรม จึงเป็นพุทธศาสนา

อันนี้เป็นสูตรสำเร็จของมัน**…”

หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

————————————————————————————————

‘สูตรสำเร็จอึดใจเดียว ๑-๔’

หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ พูดไว้

ณ สำนักปฏิบัติธรรมทับมิ่งขวัญ อ.เมือง จ.เลย

ก่อนท่านจะมรณภาพประมาณเดือนเศษ

โดยท่านตั้งใจที่จะพูดฝากไว้สำหรับผู้ที่สนใจ

จะได้นำไปใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติ

อันเป็นทางนำไปสู่การพ้นทุกข์ด้วยตนเอง

‘สูตรสำเร็จ’นี้ เป็นวิธีลัดสั้นและตรงที่สุด

ท่านจึงได้ให้ชื่อว่า‘สูตรสำเร็จอึดใจเดียว’

————————————————————————————————

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

※ อย่าหลงตน-อย่าลืมตัว ※

※ ※

※ อย่าหลงกาย-อย่าลืมใจ ※

※ ※

※ อย่าหลงชีวิต ※

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

รู้สึกตัว…รู้สึกกาย รู้สึกใจ

_/|\_ _/|\_ _/|\_

ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ


Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *