-※ สูตรสำเร็จอึดใจเดียว ๑ (๑/๖) ※-
“ขยับมาใกล้ ๆ มาใกล้แล้วฟัง
ฟังแล้วกะได้ยิน-ได้ยิน(แล้วก็)จำได้ **จำได้แล้วก็นำไปปฏิบัติ**
บ่แม่นจำได้แล้วฟังซือ ๆ บ่เป็นท่าอันนั้น-ฟังซือ ๆ
มื้อนี้(วันนี้) หลังจากการทำวัตรเช้า
ก็เลยมาแนะนำให้พวกเราได้เข้าใจ**วิธีปฏิบัติธรรม
มันเป็นเทคนิค-มันเป็นกลไก มันเป็น(วิธี)ทำให้เราเกิดปัญญา
เรียกว่า‘เจริญสติ-เจริญสมาธิ-เจริญปัญญา’**
นั่งให้ตรง-อย่าสินั่งหงอยแหงะ แล้วก็ทำจังหวะ
ทำจังหวะอย่าสุทำไว ทำช้า ๆ
ตำอิด(ทีแรก)เฮ็ดเป็นจังหวะ ๆ เมื่อยนั่งแล้วก็ไปเดินจงกรม
เดินจงกรมก็อย่าไปเดินไวเกินไป-อย่าไปเดินช้าเกินไป
เดินให้พอดี
อันนี้เป็นวิธีที่(เป็น)เทคนิค หรือเป็นกลไก-เป็นกิริยา
เป็นอันใดก็เป็นเหมิ๊ดนี่
เพราะพระพุทธเจ้าเพิ่นสอนไว้แล้วว่า
**‘ให้มีสติกำหนดรู้ในอิริยาบถทั้ง ๔
ยืน-ก็ให้มีสติกำหนดรู้ เดิน-ก็ให้มีสติกำหนดรู้
นั่ง-ก็ให้มีสติกำหนดรู้ นอน-ก็ให้มีสติกำหนดรู้’
นี่…พระพุทธเจ้าเพิ่นสอนไว้แล้ว
แล้วก็ **‘ให้มีสติกำหนดรู้ในอิริยาบถย่อย
คู้-เหยียด เคลื่อนไหวโดยวิธีใดก็ให้รู้’**
ท่านสอน เฮาก็ต้องทำ
วิธีทำนั้น นอนตื่นมื้อเช้า-ระยะอย่างช้าที่สุดก็ต้องตี ๓
ตี ๓ นี่ลุกมา-ตี ๔.๓๐ เฮามาทำวัตร ผู้ตื่นดึกก็ต้องตี ๒ ตี ๓
ลุกออกมาเดินจงกรม-สร้างจังหวะ แล้วก็มาทำวัตร
มาทำวัตรก็มาทำที่ตรงนี้-เพิ่นก็อบรม อันนี้เป็นวิธีการ
เป็นเทคนิค-เป็นกลไก ทำแล้วให้มันเกิดปัญญา
เกิดปัญญาเป็นจังใด๋ ?
**เกิดปัญญา (คือ)มันรู้สูตร ๆ หนึ่ง
สูตรของมัน บ่ต้องไปศึกษาเล่าเรียนในพระไตรปิฎก
สูตรสำเร็จ-คำว่า‘สูตรสำเร็จ’เนี่ย
หมายถึงความสำเร็จมาจากตัวมันเอง**
เหมือนกับเพชรกับทองคำที่เจือปนอยู่กับตม-กับเลน
เฮามาร่อน-มาแยก(ตมเลน)ออกแล้ว มันเป็นเพชรล้วน ๆ
จึงว่า‘เป็นสูตรสำเร็จ’
*ถ้าเฮาไปศึกษา-ไปเล่าเรียน จำเอา…อันนั้นบ่แม่นสูตรสำเร็จ
มันบ่ได้เกิดจากญาณของปัญญา
มันบ่ได้เกิดมาจากญาณของวิปัสสนาญาณ*
**วิปัสสนาญาณนี้ เพิ่นว่า‘รู้แจ้ง-เห็นจริงตามความเป็นจริง’
รู้แจ้ง-เห็นจริงตามความเป็นจริงแล้ว
(ก็)ต่างเก่าล่วงภาวะเดิมโลด**
สูตรสำเร็จของมัน คือ รู้รูป-รู้นามนี้เสียก่อน…เบื้องต้น
‘รูป-นาม’ รูป-กะได้แก่ร่างกาย นาม-ได้แก่จิตใจ
รูปกับนามติดกันอยู่…นี่รูป-นาม (นี่)รูปทำ-นามทำ
แน่ะ! เฮาเห็นธรรมะขึ้นมาแล้ว
รูปอันนี้ทำ…ทำการทำงาน-พูด-คิด รูปอันนี้ทำ
นี้ชื่อว่าพระไตรปิฎก รูปนี้เป็นพระสูตร
คำพูดนี้เป็นพระวินัย ใจเป็นพระอภิธรรม
ทั้ง ๒ อย่างนี้แหละ(ทำ-พูด) ได้แก่ใจสั่งออกมา
เรียกว่า‘พระสุตตันตปิฎก ๒๑,๐๐๐ พระธรรมขันธ์
พระวินัยปิฎก ๒๑,๐๐๐ พระธรรมขันธ์
พระอภิธรรมปิฎก ๔๒,๐๐๐ พระธรรมขันธ์
รวมเป็น ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์’
เฮาเรียนลัด เรียกว่า‘สูตรสำเร็จ’
เมื่อฮู้จักอันนี้ ก็(รู้จัก)รูปโรค-นามโรค…นี่สูตรสำเร็จ
โรคอันนี้มันเป็นจังซี่ (คือ)โรคเกิดขึ้นมา
ก็เจ็บหัว-ปวดท้อง ตายเน่าเข้าโลง
โรคอันนี้ ต้องไปอาศัยหมอที่โรงพยาบาล
บัดนี้*โรค(อีก)ชนิดหนึ่ง (คือ)นั่งอยู่ซือ ๆ บ่เจ็บไข้ได้ป่วย
แต่มันมีความฮัก-ความชัง ความอิจฉาริษยา ความยินดี-ยินร้าย
อันนี้จิตวิญญาณเป็นโรค* สูตรมันต้องรู้จังซี่
อันนี้เพราะญาณวิปัสสนาเกิดขึ้นแล้ว ต้องเป็นอย่างนั้น
เมื่อรู้จักอันนี้แล้ว ก็รู้จักทุกขัง-อนิจจัง-อนัตตา
ครูบาอาจารย์สอนว่า ‘นั่งนาน ๆ เจ็บหลัง-เจ็บแอว
เจ็บแข้ง-เจ็บขา เป็นทุกขัง-เป็นอนิจจัง-เป็นอนัตตา’
อันนั้นบ่แม่น (อันนั้น)เป็นทุกขเวทนา-ทุกข์โศกโศกา
ทุกข์ไห้รำไพต่างหาก บ่แม่นทุกขัง-อนิจจัง-อนัตตา
ตัวทุกขัง-ตัวอนิจจัง-ตัวอนัตตานั้น (คือ)**ตัวเคลื่อน-ตัวไหว
ตัวพริบตา ตัวหายใจ ตัวนึก-ตัวคิดนี้
เป็นทุกขัง-เป็นอนิจจัง-เป็นอนัตตา**
‘ทุกขัง’แปลว่าทนไม่ไหว ‘อนิจจัง’แปลว่าไม่เที่ยง
‘อนัตตา’(แปลว่า)บังคับบัญชาบ่ได้ **มันเป็นไปตามธรรมชาติ
นี่…เฮาต้องฮู้จักสูตรมัน(เป็น)จังซี่ อันนี้แปลว่าสูตรสำเร็จรูป
สำเร็จมาแต่ในตัวมันเอง** มันแซะมันลอก-มัน…
ให้ว่ามันร่อนทองคำ ร่อนเพชรออกมา
เป็นเนื้อ(ทองคำ-เนื้อเพชร)ล้วน ๆ
เมื่อรู้จักอันนี้แล้ว ก็รู้จักสมมติ
สมมติผี-สมมติเทวดา สมมติบวชแล้วก็สึก-สึกแล้วก็บวช
พระพุทธรูปก็สมมติขึ้นมา ให้ว่า*สิ่งที่สมมติมีมาก*
ผู้ใหญ่บ้าน-กำนัน ครูประชาบาล…สมมติขึ้นมาทั้งนั้น
จึง**ให้เฮารู้จักสมมติจริง ๆ
เมื่อสมมติ-รู้จักแล้ว เฮาก็มีตาทิพย์น้อย ๆ
ตอนฮู้จักสมมตินี่แหละ
เราจิเลิกละสิ่งที่หลงผิดได้ เพราะเฮารู้จักสมมติ**
เมื่อฮู้จักสมมติดีแล้ว ก็รู้จักศาสนา
‘ศาสนา’ แปลว่าคำสั่งสอนของท่านผู้รู้
ผู้ใดรู้เรื่องอันใด ก็นำเรื่องนั้นมาสอน
แต่สอนให้คนละชั่ว-ทำดี อันนั้นบ่แม่นพุทธศาสนา
เป็นเพียงศาสนา หรือศาสนาพราหมณ์
ศาสนาเก่าแก่-ศาสนาดึกดำบรรพ์ บ่แม่นพุทธศาสนา
พุทธศาสนา **‘พุทธะ’แปลว่าผู้รู้-ผู้ตื่น-ผู้เบิกบานด้วยธรรม
รู้ธรรม-เห็นธรรม-เข้าใจธรรม จึงเป็นพุทธศาสนา
อันนี้เป็นสูตรสำเร็จของมัน**…”
หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ
————————————————————————————————
‘สูตรสำเร็จอึดใจเดียว ๑-๔’
หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ พูดไว้
ณ สำนักปฏิบัติธรรมทับมิ่งขวัญ อ.เมือง จ.เลย
ก่อนท่านจะมรณภาพประมาณเดือนเศษ
โดยท่านตั้งใจที่จะพูดฝากไว้สำหรับผู้ที่สนใจ
จะได้นำไปใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติ
อันเป็นทางนำไปสู่การพ้นทุกข์ด้วยตนเอง
‘สูตรสำเร็จ’นี้ เป็นวิธีลัดสั้นและตรงที่สุด
ท่านจึงได้ให้ชื่อว่า‘สูตรสำเร็จอึดใจเดียว’
————————————————————————————————
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
※ อย่าหลงตน-อย่าลืมตัว ※
※ ※
※ อย่าหลงกาย-อย่าลืมใจ ※
※ ※
※ อย่าหลงชีวิต ※
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
รู้สึกตัว…รู้สึกกาย รู้สึกใจ
_/|\_ _/|\_ _/|\_


ใส่ความเห็น