รู้สึกกาย รู้สึกใจ 18 ธันวาคม 2022

“…นิมนต์เพื่อนภิกษุสามเณรทุกท่านตั้งใจฟังครับ

แล้วก็เจริญพรญาติโยมทุกท่านทุกคน

ทั้งหญิงและชาย เด็กและผู้ใหญ่ คนเฒ่าคนแก่

ตั้งใจฟัง

เมื่อไม่ตั้งใจฟังแล้ว จะจดจำไม่ได้

เมื่อเราตั้งใจฟังแล้ว ก็จดจำได้

วันนี้ที่ผมหรืออาตมาได้เดินทางมาพบกับพวกเรา

ถือว่าเป็นโอกาสอันเหมาะสม

จะได้ให้ข้อคิดเป็นเครื่องเตือนจิตสะกิดใจของพวกเรา

ส่วนมากคนเราถือศาสนาพุทธ

ความคิด-ความเห็น ความเข้าใจไม่เหมือนกัน

เมื่อพูดถึง(ความเข้าใจที่)ไม่เหมือนกันแล้ว

ก็ต้องพูดเรื่องตัวเองอีก

ตัวเองนี้ก็ไม่เหมือนกัน

ทีแรกเข้าใจหลักพุทธศาสนานั้นตามประเพณี

พ่อ-แม่ ครูบาอาจารย์ ปู่-ย่า ตา-ยาย ทำยังไง

ก็ต้องทำไปอย่างนั้น

อันนั้นยังคว่ำหน้าอยู่ เกลียวมันยังอัดแน่นอยู่

ไม่ได้หงายหน้าขึ้นมา ไม่ได้มายเกลียวออกมา

เรียกว่า‘ถือตามประเพณี’นั่นเอง

บัดนี้เรามาทำความเข้าใจในตัวเองให้ถูกต้อง

ก็อุปมาเหมือนกับหงายของที่คว่ำ

แล้วก็มายเกลียวที่อัดแน่นออก คลายเกลียวมันออก

แล้วก็มีความเข้าใจในหลักพระพุทธศาสนาส่วนตัว

แต่คนอื่นนั้นจะเข้าใจยังไงไม่ทราบ

จึงว่า‘ความเห็นของคนไม่เหมือนกัน

มันมีการเปลี่ยนแปลงไปได้’

ดังนั้น คำว่า‘ศาสนา’นี้

เราไปเข้าใจเอาเองว่าเป็นของพระพุทธเจ้า

หรือเป็นของดึกดำบรรพ์

(ว่า)มันเป็นอย่างนั้น ต้องทำอย่างนั้น

อันนั้นเป็นการเข้าใจอีกอย่างหนึ่งที่มันยังคว่ำหน้าอยู่

บัดนี้**เมื่อเรามาศึกษาตัวเรา

ทำความเข้าใจกับตัวเราให้ถูกต้อง

‘ศาสนา’ คือคำสอนของพระพุทธเจ้า

แปลว่าสอนเรื่องอะไร ? สอนเรื่องให้รู้สึกตัวเรา

เมื่อเรามารู้สึกตัวเรา เข้าใจกับตัวเรา

สัมผัสกับตัวเราแล้วนี่แหละ

มันหงายหน้าขึ้นมา มายเกลียวที่อัดแน่นนั้นออกมา**

คำว่า‘ศาสนา’นี่น่ะ ไม่กำหนดกฎเกณฑ์

ไม่จำกัดเชื้อชาติ-ศาสนา ไม่จำกัดชั้นวรรณะ

(ไม่จำกัด)วิชาความรู้-ตระกูลใด ๆ

พระพุทธเจ้าสอนให้เราทุกคนทำดี-พูดดี-คิดดี

มันเป็นพื้นฐานเบื้องต้นอันนี้

แล้วก็สอนให้ตั้งอกตั้งใจทำการทำงาน-พูด-คิด

อันนี้ก็เป็นอันดับหนึ่ง

**ที่จริง-ความจริงพระพุทธเจ้าสอน

ให้เราดูจิตดูใจ(ที่)กำลังนึก-กำลังคิด

ให้รู้เท่า-รู้ทัน รู้จักกัน-รู้จักแก้ รู้จักเอาชนะมันได้**

เพราะเรื่องอะไรจึงมีศาสนา จึงมีพุทธศาสนา ?

คำว่า‘ศาสนา’นั้น

หมายถึงทุกลัทธิ-ทุกนิกาย เรียกว่า‘ศาสนา’

‘พุทธศาสนา’ นั้นหมายถึงคำสอนของพระพุทธเจ้า

หรือ**ผู้ที่รู้นั่นแหละ เรียกว่า‘พุทธศาสนา’

รู้อะไร เพื่อประโยชน์อะไร ?

รู้สึกตัวเรากำลังทำ-กำลังพูด-กำลังคิด

ดูจิตดูใจของเรากำลังเคลื่อน-กำลังไหว

ไม่ให้หลงตน-ไม่ให้ลืมตัว ไม่ให้หลงกาย-ไม่ให้ลืมใจ

เมื่อไม่หลงตน-ไม่ลืมตัว ไม่หลงกาย-ไม่ลืมใจแล้ว

โทสะ-โมหะ-โลภะก็เกิดขึ้นไม่ได้

อันนี้แสดงว่าเราประพฤติปฏิบัติตามคำสอนของพระพุทธเจ้า

แต่คำสอนของพระพุทธเจ้า

สอนให้คนดูจิตดูใจเพื่ออะไร ป้องกันอะไร ?

เพื่อป้องกันไม่ให้โทสะ-โมหะ-โลภะเกิดขึ้น

เมื่อเราไม่หลงตน-ไม่ลืมตัว ไม่หลงกาย-ไม่ลืมใจ

เรียกว่า‘มีความรู้สึกตัว’ เรียกว่า‘มีสติหรือมีสมาธิ

มีปัญญา’ก็ว่าได้**

*ในขณะไหน-เวลาใด ในการทำ-การพูด-การคิด

ไม่รู้สึกตน-ไม่รู้สึกตัว หลงกาย-ลืมใจ

โทสะ-โมหะ-โลภะมันเกิดขึ้น* นี่!

ดังนั้น **พุทธศาสนา-คำสอนของพระพุทธเจ้าสอน

มีความหมายให้ดูการเคลื่อนไหวนั้น

มีความหมายเพื่อไม่ให้หลงนี่เอง**

ภาษาธรรมะเรียกว่า‘โมหะ’ ไม่ให้เกิดโมหะเกิดขึ้น

‘โมหะ’ ก็เรียกว่า‘ความหลง’นี่เอง…”

หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

————————————————————————————————

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

※ อย่าหลงตน-อย่าลืมตัว ※

※ ※

※ อย่าหลงกาย-อย่าลืมใจ ※

※ ※

※ อย่าหลงชีวิต ※

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

รู้สึกตัว…รู้สึกกาย รู้สึกใจ

_/|\_ _/|\_ _/|\_

ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ


Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *