“การปฏิบัติธรรมะนั้น
ความคิด-ความเห็นหรือความตั้งใจไว้ อาจจะไม่เหมือนกัน
การปฏิบัติและผลที่เกิดขึ้น จึงไม่เหมือนกัน
เมื่อพูดถึงความไม่เหมือนกันของการปฏิบัติธรรมแล้ว
คราวนี้เราจะมาพูดถึงเรื่อง ‘การเห็นธรรม’
การปฏิบัติเพื่อการเห็นธรรมนั้น
บางคนต้องนั่ง หรือนอนหลับตาพิจารณา
แล้วเห็นสี-แสง ผี-เทวดา นรก-สวรรค์
หรือเปรต-สัตว์เดรัจฉาน ไปอย่างนั้น
การเห็นอย่างนั้น
เป็นการเห็นด้วยความเพ้อฝันไป นึกคิดแล้วก็เห็นไป
อันนั้นไม่ถูกต้องตามแนวคำสอนของพระพุทธเจ้า
เพราะว่า ลืมตาแล้วไม่เห็น
อันนั้นเรียกว่า*‘เป็นกิเลส’ เพราะเราไม่เห็นความคิดของเรา
มันนึก-มันคิดมา เราไม่เห็น
เป็นการปล่อยให้กิเลสมาหลอกลวง
หรือพูดว่า‘ตบหน้าเรา’ก็ได้
อันนั้น’ไม่ใช่การเห็นธรรม’*
*การเห็นธรรมด้วยสติปัญญา
จากการเจริญวิปัสสนาจริง ๆ แล้ว
มันตรงข้าม มันต้องเห็นตัวเรา
เห็นรูป-เห็นนาม รู้จักรูป-รู้จักนาม
อันนี้เห็นตัวเราจริง ๆ ลืมตาดูก็เห็นจริง ๆ
ในขณะที่เรากำลังทำ-พูด-คิด
กำลังทำการงานต่าง ๆ อยู่นั้น เราเห็น
อันนี้เรียกว่า ‘เห็นธรรม’*
คำว่า ‘ธรรม-ทำ’ คำนี้
เราเคยพูด-เคยว่ากันอยู่ว่า ‘ทำดี-ทำชั่ว’ แน่ะ !
เราต้องเห็นในขณะที่เราทำดี-ทำชั่วนั้น
หรือไม่ทำดี-ไม่ทำชั่ว เราก็ต้องเห็น
อันนี้เห็นด้วยสติปัญญา ต้องเห็นมาอย่างนี้
เห็นแล้วก็ต้องแน่นอนที่สุด ไม่เปลี่ยนแปลง
เป็นอย่างอื่นไปได้ อันนี้ล่ะ’เห็นธรรมจริง ๆ’
ฉะนั้นจึงว่า ‘มันตรงกันข้าม’
อันหนึ่งเห็นด้วยความเพ้อฝัน
อีกอันหนึ่งเห็นด้วยสติปัญญา
ตามที่ผมได้เคยทำมา
แต่ก่อนก็เข้าใจว่า มันจะเป็นอย่างนั้น-อย่างที่เขาพูดนั้น
แต่เมื่อเข้าใจธรรมะ
ตามแนวคำสอนของพระพุทธเจ้าจริง ๆ แล้ว ไม่ใช่
*มันต้องเห็นตัวเรานี้เอง ‘เห็นธรรม’*
การที่เห็นสิ่งนั้น-เห็นอย่างนั้น มันเป็นกิเลส
แล้วครูบาอาจารย์ท่านบอกว่า
‘อันนั้นเห็นธรรม ได้ญาณนั้น-ญาณนี้’
อันนั้นเป็นเรื่องของคนที่ยังไม่เข้าใจ
เป็นเรื่องความคิดเอาเฉย ๆ มันไม่ใช่ของจริง
ถ้าของจริงแล้ว ต้องเห็นตัวเราจริง ๆ
เราจะนั่ง-ก็เห็น จะนอน-ก็เห็น เดิน-ก็เห็น
ไปไหน-มาไหน ก็เห็นเราอยู่นี่แหละ
นี้เรียกว่า ‘เราเห็นจริง ๆ เห็นธรรม’ …”
หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ
————————————————————————————————
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
※ อย่าหลงตน-อย่าลืมตัว ※
※ ※
※ อย่าหลงกาย-อย่าลืมใจ ※
※ ※
※ อย่าหลงชีวิต ※
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
รู้สึกตัว…รู้สึกกาย รู้สึกใจ
_/|\_ _/|\_ _/|\_


ใส่ความเห็น