“…การทำทุกสิ่ง-ทุกอย่าง
มันต้องมีวิธีการ มีวิธีการเฮ็ด-มีวิธีการทำ
สมมติว่าเราจะต้มอาหารกินสักอย่างหนึ่ง หรือ ๒ อย่าง
จะทำครัว-ว่าอย่างนั้นก็ได้ ต้องรู้จักวิธีจุดไฟ-ติดไฟเสียก่อน
ถ้าหากไม่รู้จักวิธีจุดไฟ-ติดไฟแล้ว อาหารไม่สุก
เมื่อรู้จักวิธีจุดไฟติดแล้ว ก็ต้องรู้จักวิธีเอาก้อนเส้ามาตั้ง
ถ้าไม่รู้จักวิธีเอาก้อนเส้ามาตั้ง
เอาก้อนเส้าก้อนเดียวมาตั้ง หม้อมันตั้งไม่อยู่
๒ ก้อน มันก็ตั้งไม่อยู่
ต้องรู้จักวิธีเอาก้อนเส้ามาตั้ง ๓ ก้อน-๓ ขา
เอาหม้อมาตั้งใส่
เมื่อรู้จักวิธีนี้แล้ว ก็ต้องเอาน้ำ-เอาอาหารมาปรุงใส่ในหม้อนั้น
เป็นผัก-เป็นเนื้อ เป็นอะไรก็ตาม…แล้วก็จุดไฟขึ้น
ทีนี้จุดไฟใส่ ไฟมันร้อน-มันเผาพิษร้ายหรือว่าพยาธิ
หรือว่าอันใดก็ตามละ สิ่งที่มันเป็นของดิบ
สิ่งที่มันเป็นพิษ-เป็นภัยอยู่ในหม้อนั้น
เมื่อน้ำมันร้อน-มันเดือดขึ้นมาแล้ว มันจะตายไปหมด
ดังนั้นอาหารต่าง ๆ นั้น ก็จะไม่มีพิษ
กินเข้าไปแล้ว มันก็จะให้ประโยชน์แก่ร่างกายเรา
อันนี้ก็เหมือนกัน **การปฏิบัติแบบนี้
เมื่อเราถึงตรงนี้แล้ว มันเป็นเอง-มันเข้าใจเอง
มันหลุดออกจากกันซือ ๆ ไม่มีใครได้ไปทำอะไรให้มัน
เมื่อมันหลุดออกจากกันแล้ว ก็เข้ากันไม่ติด
อันนี้แหละ ที่สุดของทุกข์ที่พรพุทธเจ้าท่านสอนเอาไว้
แต่มันมีอยู่แล้วในคนทุกคน
ผู้หญิงก็ต้องรู้อย่างนั้น ผู้ชายก็ต้องรู้อย่างนั้น
คนชาติใด-ถือศาสนาใด ก็ต้องรู้อย่างนั้น
เมื่อรู้อันนี้แหละ ท่านว่า’ที่สุดของทุกข์’**
ทุกข์มันเกิดเพราะสิ่งนี้-สิ่งนี้-สิ่งนี้ ว่าอย่างนั้น-ท่านว่า
ดังนั้นพระพุทธเจ้าที่ตรัสรู้แล้ว เป็นพระอรหันต์แล้ว
ก็เป็นเช่นนั้นเอง
ที่จะมาตรัสรู้ต่อไปข้างหน้านั้น ก็จะเป็นเช่นนั้นเอง
เดี๋ยวนี้-ปัจจุบันนี้ ผู้ที่กำลังศึกษามีอยู่-ก็เป็นเช่นนี้เอง
ลักษณะของพระอริยเจ้านั้น ต้องเป็นอย่างนั้นเอง
ดังนั้น **ขอให้ทุกคนจงเข้าอก-เข้าใจว่า
ปฏิบัติที่ตัวของเรา
เมื่อปฏิบัติถูกต้องแล้ว มันจะไหลไปเองมัน
มันจะไปถึงที่สุดของทุกข์**
รับรองว่าอย่างที่ตำราท่านว่า ‘ปฏิบัติ ๗ ปี’
(ส่วนที่)ผมคำนวณเอาเองอันนี้
**‘ถ้าหากปฏิบัติให้ติดต่อกัน
ให้มีสติติดตามอยู่ทุกขณะการเคลื่อนไหวทางรูปกายภายนอก
และการเคลื่อนไหวของจิตใจอยู่ ให้รู้จักอยู่ตลอดเวลา
อย่างนานไม่เกิน ๓ ปี จะรู้-จะเห็น-จะเข้าใจไม่มากก็น้อย
เอ้า! อย่างกลางให้เวลา ๑ ปี
ต้องตั้งใจทำจริงเด๊แหล่วว่า ไม่ใช่จะว่าซือ ๆ เด๊!
เอ้าอย่างไวที่สุด เอ้านับตั้งแต่วันหนึ่งถึง ๙๐ วัน
ความทุกข์นั้นจะลดน้อยไป’
เราไม่หวังดอกพระอรหันต์-พระอนาคามีน่ะ
เราจะรู้ที่สุดของทุกข์ว่า ‘อันนี้มันเกิดขึ้นมาเพราะสิ่งนี้
อันนี้ ถ้าหากมันไม่คิดอย่างนี้แล้ว-สิ่งนี้ก็เกิดขึ้นไม่ได้
เพราะสิ่ง ๆ นี้ มันเกิดขึ้นเพราะสิ่งนี้เท่านั้นเอง’
ดังนั้นท่านจึงว่า‘ให้ดูความคิดนี่แหละ
ความคิดนี่แหละมันปรุงไปร้อยแปดพันประการ’
เมื่อเราเห็นความคิดแล้ว ความคิดมันถูกหยุด
เมื่อความคิดมันถูกหยุดแล้ว ท่านว่า‘สังขารไม่ถูกปรุง’
ท่านจึงเรียกว่า‘วิสังขาร’**…”
หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ
————————————————————————————————
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
※ อย่าหลงตน-อย่าลืมตัว ※
※ ※
※ อย่าหลงกาย-อย่าลืมใจ ※
※ ※
※ อย่าหลงชีวิต ※
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
รู้สึกตัว…รู้สึกกาย รู้สึกใจ
_/|\_ _/|\_ _/|\_


ใส่ความเห็น