“…เราพูดกันเรื่อง‘มรรค ๘
สัมมาทิฏฐิ สัมมาสังกัปปะ สัมมาวาจา สัมมากัมมันตา
สัมมาอาชีวะ สัมมาวายามะ สัมมาสติ สัมมาสมาธิ’
อันนั้นมันเป็นมรรค ๘ อย่างที่ตำราพูด
แต่พระพุทธเจ้าท่านไม่รับรอง
มรรค ๘ ที่พระพุทธเจ้าท่านสอนเอาไว้ว่า‘๔ คู่-๘ บุรุษ
เอสะ ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ
นั่นแหละสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า
อาหุเนยโย เป็นสงฆ์ควรแก่สักการะที่เขานำมาบูชา
ปาหุเนยโย เป็นสงฆ์ควรแก่สักการะที่เขาจัดไว้ต้อนรับ
ทักขิเณยโย เป็นผู้ที่ควรรับทักษิณาทาน
อัญชะลิกะระณีโย อะนุตตะรัง ปุญญักเขตตัง โลกัสสะ
เป็นเนื้อนาบุญของโลก ไม่มีนาบุญอื่นยิ่งกว่า’
**ทำไมเราจึงไม่สนใจพระในตัวเรา เพราะเรื่องอะไร ?
ก็เพราะเราไม่สนใจเรื่องชีวิตนี่เอง
ความเป็นพระแบบนี้ ไม่ต้องมีเครื่องหมาย
ไม่ต้องมีเครื่องหมายเลย นี่เรียกว่า‘สัจจะแท้’
ไม่เปลี่ยนแปลง ถึงจะมีผู้รู้-ก็มีอยู่อย่างนั้น
ไม่มีผู้รู้ ก็มีอยู่อย่างนั้น**
สมัยที่พระพุทธเจ้าเกิดมา-ถือศาสนาพราหมณ์ ก็ยังไม่รู้
ก็ยังไม่มีคนพูด ก็พูด(แต่)เรื่องการให้ทาน-รักษาศีล-ทำกรรมฐาน
จน**พระองค์มาบำเพ็ญทางจิต ได้รู้แจ้ง-เห็นจริง
ท่านจึงประกาศว่า‘ธรรมะมีมาก่อนพระพุทธเจ้า’
ธรรมะคือพระนั่นเอง
‘พระ’จึงแปลว่าผู้ประเสริฐ ‘พระ’แปลว่าพรก็ได้
คือไปเทศน์ของจริง-พูดของจริงให้คนฟัง ไม่โกหก-ไม่หลอกลวง
ถ้าพูดของจริงให้คนฟังแล้ว คนทุกคนต้องการของจริง**
แต่*ของไม่จริงมาพูดปกปิด-มันก็เลยไม่รู้* มันเป็นอย่างนั้น
ที่หลวงพ่อพูดนี่ เป็นสัจจะขั้นแรก
เขาเรียกว่า‘พระโสดาบันบุคคล’
พระโสดาบันบุคคลนั้น
ยังมีครอบครัว-ผัวเมีย ตามประเพณีโลก
จึงว่า เป็นสายมนุษย์-เป็นเทวดา
ไม่ไปตกนรกอีกแล้ว นี่-ท่านว่าอย่างนั้น
สูงขึ้นไปก็เป็นพระสกิทาคามี เป็นพระสกิทาคามี
เป็นพระอรหันต์ เป็นอย่างนั้น
พระอรหันต์ ไม่ใช่นั่งอยู่นี่
(แต่)ไปเห็นตับ-ไต-ไส้-ปอด (ของ)คนนั้น-คนนี้
อันนั้นพระอรหันต์นอกตัว ผิดปกติ
เมื่อคนใดผิดปกติไปแล้ว เขาเรียกว่าบ้า
บ้านหลวงพ่อ **คนใดมีปกติ-เขาเรียกว่า‘เป็นคนมีสติ’
การทำ-พูด-คิดเป็นปกติ ก็เรียกว่า‘มีสติ’
สามารถมองเห็นจิตใจตัวเองได้** แน่ะ-เป็นอย่างนั้น
*จิตใจนี่มันหลอกเรา*
อย่างที่หลวงพ่อพูดให้ฟังนี่ มันไม่ใช่เป็นตน-เป็นตัว
เราจะไปมองแต่รูปกายภายนอกนี่-ไม่ได้
คนนั้นสวย-คนนั้นรวย แน่ะ
คนสวย-คนรวย ทุกข์ก็มีนะ
คนไม่สวย-ไม่รวย ไม่ทุกข์ก็มีนะ
มันเป็นอย่างนั้น
จึงว่า **พระพุทธเจ้าสอนให้แก้ปัญหาแต่เรื่องทุกข์เท่านั้น**
คนไม่มีทุกข์ ทำการ-ทำงานตามหน้าที่…งานก็ก้าวหน้า
พระพุทธเจ้าท่านทำการ-ทำงานตามหน้าที่ จนหมดลมหายใจ
นี่-พระพุทธเจ้าท่านสอนคน ท่านไม่ได้ทิ้งหน้าที่
รู้ธรรมะแล้วไปอยู่คนเดียว
อันนั้นดี แต่ว่ามันไม่ถูกต้อง
**ธรรมะอย่างที่หลวงพ่อพูดนี้นะ
รู้แล้ว สงวนลิขสิทธิ์ไม่ให้คนอื่นรู้-ไม่ได้
รู้แล้ว ทำลายเสีย-ไม่ได้
มันไม่เป็นของใครนี่ เป็นของบุคคลผู้ที่รู้เท่านั้นเอง
ใครรู้ เป็นของคนนั้น-เป็นสมบัติของคนนั้น
จะหยิบยื่นให้กันไม่ได้ เพื่อนฝูงจะหยิบยื่นให้กัน-ไม่ได้
พ่อ-แม่จะหยิบยื่นให้กัน-ไม่ได้
จึงว่า ‘เพียงแต่แนะนำวิธีการเท่านั้น
ทำให้รู้ไม่ได้’ เป็นอย่างนั้น**…”
หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ
————————————————————————————————
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
※ อย่าหลงตน-อย่าลืมตัว ※
※ ※
※ อย่าหลงกาย-อย่าลืมใจ ※
※ ※
※ อย่าหลงชีวิต ※
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
รู้สึกตัว…รู้สึกกาย รู้สึกใจ
_/|\_ _/|\_ _/|\_


ใส่ความเห็น