รู้สึกกาย รู้สึกใจ 3 พฤศจิกายน 2022

-※ สูตรสำเร็จอึดใจเดียว ๔ (๒/๕) ※-

“…อันที่นำมาเล่าให้ฟังนี้ ผมคิดว่าจิไปตัดต้นมือ-ตัดต้นลม

เฮาว่ากันว่า ‘เอารถแทรกเตอร์ไถมันออก

รถแทรกเตอร์ไถฮาก(ราก)เล็ก-ฮากน้อยมันออกเหมิ๊ดแล้ว

มันบ่เกิดบัดนี่

อันนี้*เฮาบ่ฮู้จักกิเลส-เฮาเว้าเป็นซื่อ ๆ

อันเว้าเป็น-บ่มีประโยชน์ มันบ่เห็น-บ่ฮู้จักกิเลส

‘กิเลส’หมายถึงมันอยู่นำเฮานี่แล้ว-มันมีของอยู่นี่*

**บัดนี้เฮาเห็นกิเลสแล้ว(ว่า)อันนี้มันเป็นกิเลส-ทิ้งเลย

ตัดมือเฮาให้แล้วกัน

ตัณหามันอยากอยู่เด๊บัดนี่ (ถึง)อยากก็บ่ได้กินแล้ว

มันบ่มีแล้วเด๊บัดนี่ (แต่)อุปาทานมันคิดถึง

คิดถึงก็อย่าหามันแล้ว มันบ่มีประโยชน์ คิด-ก็คิดซื่อ ๆ**

จึงว่า *อันความคิดเรื่องอดีต-อนาคตเนี่ย…มันใช้บ่ได้* แน่ะ!

อันว่าอยู่นี่…**อดีต-อนาคตใช้บ่ได้ (ที่ใช้ได้คือ)ปัจจุบันนี้**

จึงว่า ผมว่าให้ฟังทุกมื้อ-ทุกมื้อ…บ่เข้าใจ

(ว่า)**อย่าเอาอดีต-อนาคตไปไว้ไกลกัน ให้เอามาไว้ใกล้ ๆ กันนี้

เอาตัวกิเลสนี่-กับตัวตัณหา-ตัวอุปาทานนี่มาไว้ใกล้ ๆ กันนี่**

อันนี้เฮาบ่เข้าใจ ฟังผมเว้าเป็นซื่อ ๆ-แสดงว่า*ยังบ่เข้าใจธรรมะ

แล้วไปสอนผู้อื่น มันก็ผิด

‘ความผิดพลาดนั้น-เป็นบ่อเกิดแห่งความบาป’* เพิ่นว่า

อันกรรมกับวิบากนั้นล่ะ เพิ่นว่าเอิ้น‘การกระทำ-เสวย’

เพิ่นว่าจังซั่น-ตำรา ผมบ่ได้เรียนมาหรอก

อันนี้ผมรู้จักแท้ ๆ เรื่องธรรมะ อันนี้ผมว่าผมรู้จัก

ชำนาญมาหลายเติบ(มากพอสมควร) ให้ว่าเถอะไป

ผมจึงมีความสามารถ กล้าพูด-กล้าสอน

ว่า(พูด)ต่อพ่อ-ต่อแม่ ต่ออ้าย-ต่อน้อง ต่อพรรค-ต่อพวก

ผมเป็นโยมอยู่ซะด้วยนี่นะ (ตอนที่)สอนน่ะ

๒ ปีกว่าพู่น (ที่)ผมสอน(ตอนเป็นโยม)

มันก็เลยมีความชำนาญขึ้นทุกมื้อ ๆ ซั่นวะ

จึงว่า ปีนี้พวกเฮามาผลิตกันให้ไปเป็นครู-เป็นอาจารย์คนได้

ผมจะพยายามแยกแยะออก(เป็น)คำพูดนี่

ที่ผมรู้มา มันแยกแยะไป

แล้วก็ผมก็เลย-ผมก็มานอนบัดนี่ รู้จักอันนี้ดีแล้ว…โอ-มานอน

นอนแล้วก็ ธรรมดาผมมักอยากตื่นตี ๑ ตี ๒ นี่แหละ-ผมมักตื่น

ตื่นแล้วลุก ลุกแล้วก็ลุกเบา ๆ-บ่ให้ไผฮู้เมื่อ(ไม่ให้ใครรู้สึก)

นิสัยเป็นจังซั่น นิสัยผู้ประพฤติธรรมเด๊

อันนิสัยกุ๊ก ๆ-กิ๊ก ๆ บ่แม่นนิสัยประพฤติธรรม

บ่แม่นนิสัยปฏิบัติธรรม นิสัยกิเลส-อันนั้น

*ให้รู้จักว่ากิเลสมันเป็นสันดาน-มันเป็นยางเหนียว

มันบ่อยากออก-มันบ่อยากเลิก-มันบ่อยากเซา*

**เฮาพยายามออก-พยายามเลิก-พยายามเซา เพิ่นว่าจังซั่น

จึงว่าเป็นผู้ปฏิบัติธรรม** แน่ะ-เข้าใจว่าจังซั่น

ผมก็เลยมานั่ง

แต่ผมนั่งในคราวนั้น บางทีผมยังบ่ล้างหน้ากะได้

ลุกแล้วก็มานั่งสร้างจังหวะ

พอสมควรแล้วก็มาล้างหน้า เดินจงกรม

ตื่นออกมาแต่ตำอิด(ทีแรก) มันบ่อยากนอนเด๊

(ยัง)ไม่ล้างหน้าก็ได้ นั่งอยู่กับที่

บัดนี้ผมก็มาเดินจงกรม บ่ทันได้เดินไป-เดินได้น้อย ๆ

เห็นตัวขี้เข็บ(ตะขาบ)ตัวหนึ่ง แล่นออกมา-ขว๊าก ๆ ออกมา

ผ่านหน้าผมไป ผมก็เลยเอาเทียนไขตามตัวขี้เข็บตัวนั้นไป

ตัวขี้เข็บตัวนั้นไปไกลแล้ว ก็เลยบ่เห็นครับ

เพราะผมเคยถูกขี้เข็บกัดเทื่อหนึ่ง-เจ็บ

มันเป็นเลือดออกนะครับ

ถูกขี้เข็บกัดนี่-รอยกัดเป็น ๒ เขี้ยว…โอ-เจ็บหลาย

ก็เลยเอาเทียนไขมาตั้งไว้ของเก่า(ที่เดิม) เอามาตั้งไว้ของเก่า

(แล้วก็)เดินกลับไป-กลับมา ก็เลยรู้จักศีลขึ้นมาโลด

ศีล-วิธีที่ผมฮู้จักนั้น ก็ศีลขันธ์-สมาธิขันธ์-ปัญญาขันธ์

โอ…กิเลสอย่างหยาบ-กิเลสอย่างกลาง-อย่างละเอียด

เพิ่นว่า ‘ศีลเป็นเครื่องกำจัดกิเลสอย่างหยาบ

สมาธิเป็นเครื่องกำจัดกิเลสอย่างกลาง

ปัญญาเป็นเครื่องกำจัดกิเลสอย่างละเอียด’

โอ…กิเลสอย่างหยาบ ได้แก่ โทสะ-โมหะ-โลภะ

กิเลสอย่างกลางเข้ามาบัดนี่

(ได้แก่) กิเลส-ตัณหา-อุปาทานนี่เด๊

มันหนัก-อันตัวโทสะ-โมหะ-โลภะ

มันบ่อยากเซา-มันบ่อยากวาง…อันตัวกิเลสอย่างกลาง

กิเลสอย่างละเอียดว่าซั่น หมายถึงปกติใดที่เป็นอนุสัย

เราก็เลิกได้-กิเลสอย่างละเอียด

ก็เลยฮู้จักสมถกรรมฐานขึ้นมาโลดครับ

*สมถกรรมฐานมันไปสงบแบบนั้น สงบแบบบ่ฮู้

สมถกรรมฐานเป็นอุบายให้สงบจิต สงบใจ*

**วิปัสสนากรรมฐานนั้น-เป็นอุบายให้เกิดปัญญา ว่าซั่น

มันเกิดปัญญาแท้ ๆ เด๊ครับ**

หลวงพ่อคือกัน-พระหนุ่มเณรน้อยคือกัน แม่ขาว-แม่ดำคือกัน

เกิดปัญญาให้เห็นจังซั่นแท้ ๆ

อันนี้เพิ่นว่าเอิ้นอารมณ์ อารมณ์ของวิปัสสนา

บ่แม่นอารมณ์ อย่างที่ญาพ่อว่า‘มีอารมณ์เป็นพัก-เป็นพักไป’

อ้อ-อย่างว่าเขียน(ใน)หนังสือนั้น บอกว่า‘มาทางนี้’-แน่ะ!

เขียนหนังสือไว้เล่มหนึ่ง(ว่า)‘มาทางนี้’ *มันไปทางนั้น-มันบ่ถูก

เฮาไปภาวนา(ว่า)พุท-โธบ้าง สัมมาอะระหังบ้าง

นับ ๑-๒-๓ บ้าง พอง-ยุบบ้าง ดูลมหายใจบ้าง

นึกเอาพระพุทธเจ้าในประเทศอินเดียพู้นมาไว้ในหัวใจนี้บ้าง

นึกเอาลูกแก้วหรือพระพุทธรูป

ลอยเข้ามาสวมตัวเฮานี่ไว้คือเสื้อ-คือผ้านี่แหละครับ

อันนั้นบ่แม่น-มันคิดเอาซื่อ ๆ ความคิดเฮามันหลอกเฮา-บ่แม่น*

บัดนี้**เฮามาเบิ่งความคิดเฮา…มันคิด-เฮาเห็น มันคิด-เฮารู้

โอ…ความสงบจึงเป็นคนละเรื่องกัน**

*ความสงบของสมถกรรมฐานนั้น มันสงบแบบบ่รู้

เฮาเฮ็ดอยู่-มันบ่รู้ จึงบ่รู้(จัก)กิเลส

(พูด)ว่ากิเลส-แต่บ่รู้(จัก)กิเลส อยู่นำกิเลส-แต่บ่รู้จักกิเลส

นั่ง(ทับ)กองกิเลสอยู่-ก็บ่ฮู้(จัก)กิเลสบัดนี่*

บางทีมื้อนี้ก็ตัดมือกันเสียก็ดีนะ ตัดไม้-ตัดมือกัน

ของที่มี-เคยใช้เคยสอย เอาออกไป-ทิ้งให้เหมิ๊ด…ตัดมืออันนี่

บัดนี้หาบ่เห็นแล้วจังซี่ มันสิคิดถึงบัดนี่-ตัณหามันจิอยาก

อุปาทานมันไปยึด

‘โอย-เอาของกูไปทิ้งที่ใดหนอ’ นี่มันเป็นจังซั่น

เฮาต้องตัดมือเฮา

(ถ้า)เฮาบ่ตัดมือเฮาแล้ว บ่มีคนอื่นจิตัดมือเฮาให้ได้ทั้งหมด

ผีมาตัดมือเฮาก็บ่ได้ เทวดามาตัดมือเฮาก็บ่ได้

พระอินทร์-พระพรหมมาตัดมือเฮาก็บ่ได้ เฮา(ต้อง)เลิกเอง

เฮาตัดมือเฮาเองนี่ แต่ผมบ่ได้ตัดหรอก-ผมเลิกซื่อ ๆ

เพราะว่าคราวนั้นผมสูบบุหรี่ ผมเลิกทิ้งหมด

แต่ผมพยายามออก(เลิก)โอวัลตินนี่นาน-มันติด

ครั้นบ่กินแล้ว-มันท้องบ่ดี เดี๋ยวนี้เลิกได้แล้ว

นานอันนี้-จึงเลิกได้

อันนี้แหละจึงว่า **เฮามาปฏิบัตินี่เพื่อให้เข้าใจจริง ๆ**

*ถ้าบ่เข้าใจจริง ๆ แล้ว เฮาสิไปสอนคน-มันจิผิด*

จึงว่าพระ-เณรเรา หลวงพ่อทุกองค์ พระทุกองค์-เณรทุกองค์

ญาติโยมทุกคน…ต้องฟังคำพูดผมนี่

**ลองเบิ่ง มันจิแม่นหรือมันจิผิด

เอาไปวิพากษ์-วิจารณ์-พิจารณา…ลองเบิ่ง แล้วปฏิบัติ-ลองเบิ่ง

ครั้นมันใช้ได้-ผมว่านี่มันดี ผมว่ามันดีหลายเติบนั่นแล้ว

ผมคิดว่าเงินจักล้านบาท-ซื้อบ่ได้เด๊ ซื้ออย่างคำพูดผมว่านี่

บ่ว่าแต่ล้านบาทนี่ จักพันล้านบาท-ก็ซื้อบ่ได้เด๊

ครั้นบ่เฮ็ดเอา บ่ได้เด๊

ไปพบพระพุทธเจ้าสัก ๑๐ พระองค์

ก็เฮ็ด(ให้)บ่ได้เด๊**-มันเป็นจังซั่น

(ปฏิบัติ)…จึงจะเห็นพระพุทธเจ้า-เห็นพระธรรม-เห็นพระสงฆ์ขึ้นมา

พระพุทธเจ้าทุกพระองค์เคารพพระธรรม นี่เพิ่นว่า

(แต่)เฮาบ่เคารพการกระทำของเฮาเด๊เดี๋ยวนี้

(พระพุทธเจ้าทุกพระองค์)ที่เป็นแล้วด้วย-ว่าซั่น

ที่กำลังเป็นอยู่ด้วย ที่จะมาตรัสรู้ด้วย-ว่าซั่น

พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ต้องเคารพพระธรรม

เฮาจิบ่เห็นธรรมะเด๊ เฮาจิว่าแต่ธรรมะ ๆ ๆ

*มันเว้าเป็นเด๊-ธรรมะ ๆ แต่ว่าใจมันบ่เห็น*

**เมื่อใจมันเห็นแล้ว มันเข้าใจธรรมะแท้ ๆ นี่เด๊

เอาพระธรรมนี่ไปทำ

เอาพระธรรมนี่(ไป)เอาของสกปรกออกไปทิ้ง

เอาพระธรรมนี่(ไป)ทำให้มันดีขึ้น**

สำนักทับมิ่งขวัญเฮาก็ดีขึ้น

**ตัวเฮานี่แหละมันดี**…”

หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

————————————————————————————————

‘สูตรสำเร็จอึดใจเดียว ๑-๔’

หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ พูดไว้

ณ สำนักปฏิบัติธรรมทับมิ่งขวัญ อ.เมือง จ.เลย

ก่อนท่านจะมรณภาพประมาณเดือนเศษ

โดยท่านตั้งใจที่จะพูดฝากไว้สำหรับผู้ที่สนใจ

จะได้นำไปใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติ

อันเป็นทางนำไปสู่การพ้นทุกข์ด้วยตนเอง

‘สูตรสำเร็จ’นี้ เป็นวิธีลัดสั้นและตรงที่สุด

ท่านจึงได้ให้ชื่อว่า ‘สูตรสำเร็จอึดใจเดียว’

————————————————————————————————

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

※ อย่าหลงตน-อย่าลืมตัว ※

※ ※

※ อย่าหลงกาย-อย่าลืมใจ ※

※ ※

※ อย่าหลงชีวิต ※

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

รู้สึกตัว…รู้สึกกาย รู้สึกใจ

_/|\_ _/|\_ _/|\_

ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ


Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *