-※ สูตรสำเร็จอึดใจเดียว ๔ (๒/๕) ※-
“…อันที่นำมาเล่าให้ฟังนี้ ผมคิดว่าจิไปตัดต้นมือ-ตัดต้นลม
เฮาว่ากันว่า ‘เอารถแทรกเตอร์ไถมันออก
รถแทรกเตอร์ไถฮาก(ราก)เล็ก-ฮากน้อยมันออกเหมิ๊ดแล้ว
อันนี้*เฮาบ่ฮู้จักกิเลส-เฮาเว้าเป็นซื่อ ๆ
อันเว้าเป็น-บ่มีประโยชน์ มันบ่เห็น-บ่ฮู้จักกิเลส
‘กิเลส’หมายถึงมันอยู่นำเฮานี่แล้ว-มันมีของอยู่นี่*
**บัดนี้เฮาเห็นกิเลสแล้ว(ว่า)อันนี้มันเป็นกิเลส-ทิ้งเลย
ตัดมือเฮาให้แล้วกัน
ตัณหามันอยากอยู่เด๊บัดนี่ (ถึง)อยากก็บ่ได้กินแล้ว
มันบ่มีแล้วเด๊บัดนี่ (แต่)อุปาทานมันคิดถึง
คิดถึงก็อย่าหามันแล้ว มันบ่มีประโยชน์ คิด-ก็คิดซื่อ ๆ**
จึงว่า *อันความคิดเรื่องอดีต-อนาคตเนี่ย…มันใช้บ่ได้* แน่ะ!
อันว่าอยู่นี่…**อดีต-อนาคตใช้บ่ได้ (ที่ใช้ได้คือ)ปัจจุบันนี้**
จึงว่า ผมว่าให้ฟังทุกมื้อ-ทุกมื้อ…บ่เข้าใจ
(ว่า)**อย่าเอาอดีต-อนาคตไปไว้ไกลกัน ให้เอามาไว้ใกล้ ๆ กันนี้
เอาตัวกิเลสนี่-กับตัวตัณหา-ตัวอุปาทานนี่มาไว้ใกล้ ๆ กันนี่**
อันนี้เฮาบ่เข้าใจ ฟังผมเว้าเป็นซื่อ ๆ-แสดงว่า*ยังบ่เข้าใจธรรมะ
แล้วไปสอนผู้อื่น มันก็ผิด
‘ความผิดพลาดนั้น-เป็นบ่อเกิดแห่งความบาป’* เพิ่นว่า
อันกรรมกับวิบากนั้นล่ะ เพิ่นว่าเอิ้น‘การกระทำ-เสวย’
เพิ่นว่าจังซั่น-ตำรา ผมบ่ได้เรียนมาหรอก
อันนี้ผมรู้จักแท้ ๆ เรื่องธรรมะ อันนี้ผมว่าผมรู้จัก
ชำนาญมาหลายเติบ(มากพอสมควร) ให้ว่าเถอะไป
ผมจึงมีความสามารถ กล้าพูด-กล้าสอน
ว่า(พูด)ต่อพ่อ-ต่อแม่ ต่ออ้าย-ต่อน้อง ต่อพรรค-ต่อพวก
ผมเป็นโยมอยู่ซะด้วยนี่นะ (ตอนที่)สอนน่ะ
๒ ปีกว่าพู่น (ที่)ผมสอน(ตอนเป็นโยม)
มันก็เลยมีความชำนาญขึ้นทุกมื้อ ๆ ซั่นวะ
จึงว่า ปีนี้พวกเฮามาผลิตกันให้ไปเป็นครู-เป็นอาจารย์คนได้
ผมจะพยายามแยกแยะออก(เป็น)คำพูดนี่
ที่ผมรู้มา มันแยกแยะไป
แล้วก็ผมก็เลย-ผมก็มานอนบัดนี่ รู้จักอันนี้ดีแล้ว…โอ-มานอน
นอนแล้วก็ ธรรมดาผมมักอยากตื่นตี ๑ ตี ๒ นี่แหละ-ผมมักตื่น
ตื่นแล้วลุก ลุกแล้วก็ลุกเบา ๆ-บ่ให้ไผฮู้เมื่อ(ไม่ให้ใครรู้สึก)
นิสัยเป็นจังซั่น นิสัยผู้ประพฤติธรรมเด๊
อันนิสัยกุ๊ก ๆ-กิ๊ก ๆ บ่แม่นนิสัยประพฤติธรรม
บ่แม่นนิสัยปฏิบัติธรรม นิสัยกิเลส-อันนั้น
*ให้รู้จักว่ากิเลสมันเป็นสันดาน-มันเป็นยางเหนียว
มันบ่อยากออก-มันบ่อยากเลิก-มันบ่อยากเซา*
**เฮาพยายามออก-พยายามเลิก-พยายามเซา เพิ่นว่าจังซั่น
จึงว่าเป็นผู้ปฏิบัติธรรม** แน่ะ-เข้าใจว่าจังซั่น
ผมก็เลยมานั่ง
แต่ผมนั่งในคราวนั้น บางทีผมยังบ่ล้างหน้ากะได้
ลุกแล้วก็มานั่งสร้างจังหวะ
พอสมควรแล้วก็มาล้างหน้า เดินจงกรม
ตื่นออกมาแต่ตำอิด(ทีแรก) มันบ่อยากนอนเด๊
(ยัง)ไม่ล้างหน้าก็ได้ นั่งอยู่กับที่
บัดนี้ผมก็มาเดินจงกรม บ่ทันได้เดินไป-เดินได้น้อย ๆ
เห็นตัวขี้เข็บ(ตะขาบ)ตัวหนึ่ง แล่นออกมา-ขว๊าก ๆ ออกมา
ผ่านหน้าผมไป ผมก็เลยเอาเทียนไขตามตัวขี้เข็บตัวนั้นไป
ตัวขี้เข็บตัวนั้นไปไกลแล้ว ก็เลยบ่เห็นครับ
เพราะผมเคยถูกขี้เข็บกัดเทื่อหนึ่ง-เจ็บ
มันเป็นเลือดออกนะครับ
ถูกขี้เข็บกัดนี่-รอยกัดเป็น ๒ เขี้ยว…โอ-เจ็บหลาย
ก็เลยเอาเทียนไขมาตั้งไว้ของเก่า(ที่เดิม) เอามาตั้งไว้ของเก่า
(แล้วก็)เดินกลับไป-กลับมา ก็เลยรู้จักศีลขึ้นมาโลด
ศีล-วิธีที่ผมฮู้จักนั้น ก็ศีลขันธ์-สมาธิขันธ์-ปัญญาขันธ์
โอ…กิเลสอย่างหยาบ-กิเลสอย่างกลาง-อย่างละเอียด
เพิ่นว่า ‘ศีลเป็นเครื่องกำจัดกิเลสอย่างหยาบ
สมาธิเป็นเครื่องกำจัดกิเลสอย่างกลาง
ปัญญาเป็นเครื่องกำจัดกิเลสอย่างละเอียด’
โอ…กิเลสอย่างหยาบ ได้แก่ โทสะ-โมหะ-โลภะ
กิเลสอย่างกลางเข้ามาบัดนี่
(ได้แก่) กิเลส-ตัณหา-อุปาทานนี่เด๊
มันหนัก-อันตัวโทสะ-โมหะ-โลภะ
มันบ่อยากเซา-มันบ่อยากวาง…อันตัวกิเลสอย่างกลาง
กิเลสอย่างละเอียดว่าซั่น หมายถึงปกติใดที่เป็นอนุสัย
เราก็เลิกได้-กิเลสอย่างละเอียด
ก็เลยฮู้จักสมถกรรมฐานขึ้นมาโลดครับ
*สมถกรรมฐานมันไปสงบแบบนั้น สงบแบบบ่ฮู้
สมถกรรมฐานเป็นอุบายให้สงบจิต สงบใจ*
**วิปัสสนากรรมฐานนั้น-เป็นอุบายให้เกิดปัญญา ว่าซั่น
มันเกิดปัญญาแท้ ๆ เด๊ครับ**
หลวงพ่อคือกัน-พระหนุ่มเณรน้อยคือกัน แม่ขาว-แม่ดำคือกัน
เกิดปัญญาให้เห็นจังซั่นแท้ ๆ
อันนี้เพิ่นว่าเอิ้นอารมณ์ อารมณ์ของวิปัสสนา
บ่แม่นอารมณ์ อย่างที่ญาพ่อว่า‘มีอารมณ์เป็นพัก-เป็นพักไป’
อ้อ-อย่างว่าเขียน(ใน)หนังสือนั้น บอกว่า‘มาทางนี้’-แน่ะ!
เขียนหนังสือไว้เล่มหนึ่ง(ว่า)‘มาทางนี้’ *มันไปทางนั้น-มันบ่ถูก
เฮาไปภาวนา(ว่า)พุท-โธบ้าง สัมมาอะระหังบ้าง
นับ ๑-๒-๓ บ้าง พอง-ยุบบ้าง ดูลมหายใจบ้าง
นึกเอาพระพุทธเจ้าในประเทศอินเดียพู้นมาไว้ในหัวใจนี้บ้าง
นึกเอาลูกแก้วหรือพระพุทธรูป
ลอยเข้ามาสวมตัวเฮานี่ไว้คือเสื้อ-คือผ้านี่แหละครับ
อันนั้นบ่แม่น-มันคิดเอาซื่อ ๆ ความคิดเฮามันหลอกเฮา-บ่แม่น*
บัดนี้**เฮามาเบิ่งความคิดเฮา…มันคิด-เฮาเห็น มันคิด-เฮารู้
โอ…ความสงบจึงเป็นคนละเรื่องกัน**
*ความสงบของสมถกรรมฐานนั้น มันสงบแบบบ่รู้
เฮาเฮ็ดอยู่-มันบ่รู้ จึงบ่รู้(จัก)กิเลส
(พูด)ว่ากิเลส-แต่บ่รู้(จัก)กิเลส อยู่นำกิเลส-แต่บ่รู้จักกิเลส
นั่ง(ทับ)กองกิเลสอยู่-ก็บ่ฮู้(จัก)กิเลสบัดนี่*
บางทีมื้อนี้ก็ตัดมือกันเสียก็ดีนะ ตัดไม้-ตัดมือกัน
ของที่มี-เคยใช้เคยสอย เอาออกไป-ทิ้งให้เหมิ๊ด…ตัดมืออันนี่
บัดนี้หาบ่เห็นแล้วจังซี่ มันสิคิดถึงบัดนี่-ตัณหามันจิอยาก
อุปาทานมันไปยึด
‘โอย-เอาของกูไปทิ้งที่ใดหนอ’ นี่มันเป็นจังซั่น
เฮาต้องตัดมือเฮา
(ถ้า)เฮาบ่ตัดมือเฮาแล้ว บ่มีคนอื่นจิตัดมือเฮาให้ได้ทั้งหมด
ผีมาตัดมือเฮาก็บ่ได้ เทวดามาตัดมือเฮาก็บ่ได้
พระอินทร์-พระพรหมมาตัดมือเฮาก็บ่ได้ เฮา(ต้อง)เลิกเอง
เฮาตัดมือเฮาเองนี่ แต่ผมบ่ได้ตัดหรอก-ผมเลิกซื่อ ๆ
เพราะว่าคราวนั้นผมสูบบุหรี่ ผมเลิกทิ้งหมด
แต่ผมพยายามออก(เลิก)โอวัลตินนี่นาน-มันติด
ครั้นบ่กินแล้ว-มันท้องบ่ดี เดี๋ยวนี้เลิกได้แล้ว
นานอันนี้-จึงเลิกได้
อันนี้แหละจึงว่า **เฮามาปฏิบัตินี่เพื่อให้เข้าใจจริง ๆ**
*ถ้าบ่เข้าใจจริง ๆ แล้ว เฮาสิไปสอนคน-มันจิผิด*
จึงว่าพระ-เณรเรา หลวงพ่อทุกองค์ พระทุกองค์-เณรทุกองค์
ญาติโยมทุกคน…ต้องฟังคำพูดผมนี่
**ลองเบิ่ง มันจิแม่นหรือมันจิผิด
เอาไปวิพากษ์-วิจารณ์-พิจารณา…ลองเบิ่ง แล้วปฏิบัติ-ลองเบิ่ง
ครั้นมันใช้ได้-ผมว่านี่มันดี ผมว่ามันดีหลายเติบนั่นแล้ว
ผมคิดว่าเงินจักล้านบาท-ซื้อบ่ได้เด๊ ซื้ออย่างคำพูดผมว่านี่
บ่ว่าแต่ล้านบาทนี่ จักพันล้านบาท-ก็ซื้อบ่ได้เด๊
ครั้นบ่เฮ็ดเอา บ่ได้เด๊
ไปพบพระพุทธเจ้าสัก ๑๐ พระองค์
ก็เฮ็ด(ให้)บ่ได้เด๊**-มันเป็นจังซั่น
(ปฏิบัติ)…จึงจะเห็นพระพุทธเจ้า-เห็นพระธรรม-เห็นพระสงฆ์ขึ้นมา
พระพุทธเจ้าทุกพระองค์เคารพพระธรรม นี่เพิ่นว่า
(แต่)เฮาบ่เคารพการกระทำของเฮาเด๊เดี๋ยวนี้
(พระพุทธเจ้าทุกพระองค์)ที่เป็นแล้วด้วย-ว่าซั่น
ที่กำลังเป็นอยู่ด้วย ที่จะมาตรัสรู้ด้วย-ว่าซั่น
พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ต้องเคารพพระธรรม
เฮาจิบ่เห็นธรรมะเด๊ เฮาจิว่าแต่ธรรมะ ๆ ๆ
*มันเว้าเป็นเด๊-ธรรมะ ๆ แต่ว่าใจมันบ่เห็น*
**เมื่อใจมันเห็นแล้ว มันเข้าใจธรรมะแท้ ๆ นี่เด๊
เอาพระธรรมนี่ไปทำ
เอาพระธรรมนี่(ไป)เอาของสกปรกออกไปทิ้ง
เอาพระธรรมนี่(ไป)ทำให้มันดีขึ้น**
สำนักทับมิ่งขวัญเฮาก็ดีขึ้น
**ตัวเฮานี่แหละมันดี**…”
หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ
————————————————————————————————
‘สูตรสำเร็จอึดใจเดียว ๑-๔’
หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ พูดไว้
ณ สำนักปฏิบัติธรรมทับมิ่งขวัญ อ.เมือง จ.เลย
ก่อนท่านจะมรณภาพประมาณเดือนเศษ
โดยท่านตั้งใจที่จะพูดฝากไว้สำหรับผู้ที่สนใจ
จะได้นำไปใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติ
อันเป็นทางนำไปสู่การพ้นทุกข์ด้วยตนเอง
‘สูตรสำเร็จ’นี้ เป็นวิธีลัดสั้นและตรงที่สุด
ท่านจึงได้ให้ชื่อว่า ‘สูตรสำเร็จอึดใจเดียว’
————————————————————————————————
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
※ อย่าหลงตน-อย่าลืมตัว ※
※ ※
※ อย่าหลงกาย-อย่าลืมใจ ※
※ ※
※ อย่าหลงชีวิต ※
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
รู้สึกตัว…รู้สึกกาย รู้สึกใจ
_/|\_ _/|\_ _/|\_


ใส่ความเห็น