“…อัน‘ตัวสติ’ แปลว่าตั้งมั่น
‘ตัวสมาธิ’ ก็แปลว่าตั้งมั่นอยู่ในความคิด
คอยจ้องอยู่เหมือนแมวคอยที่จะจับหนูนั้นเอง
**พอมันคิดปุ๊บ เราไม่ต้องไปรู้กับมัน
มันคิดแล้วก็หายไป
หมายถึงว่า เมื่อมีสติเห็น-รู้-เข้าใจอยู่ ความหลงไม่มีเลย
เมื่อความหลงไม่มีแล้ว โมหะ-โลภะ-โทสะย่อมเกิดขึ้นไม่ได้**
นี้เรียกว่า‘นามรูป’
คือ เวทนา-สัญญา-สังขาร-วิญญาณ
เป็นนามที่มันนึกคิดขึ้น
**รู้เท่า-รู้ทัน รู้กัน-รู้แก้ คือตัวสตินั่นเอง**
**‘ศีล‘ แปลว่าปกติ
จิตใจที่ปกตินั้นแหละเรียกว่า‘ศีล’*”
ที่พูดนี้ไม่ได้พูดถึงส่วนร่างกาย จะพูดถึงเรื่องจิตใจ
**เมื่อเรามาเห็นอยู่อย่างนี้ อันนี้แหละตัวสติ-ตัวสมาธิ-ตัวปัญญา**
ไม่ใช่ไปเจริญสติ-ไปทำสมาธินั่งหลับตา
อันนั้นเอาไว้ก่อน ไม่ต้องพูดถึง
**เรื่องเจริญสติแบบแก้ทุกข์ที่ผมเข้าใจ
พระพุทธเจ้าสอนอย่างนี้จริง ๆ นั้น ไม่ต้องหลับตา
ทำการทำงานทุกวิธีได้**
ถ้าหากเราเป็นนักเรียน ไปเรียนหนังสือก็ได้
ถ้าหากเป็นครู ไปสอนนักเรียนก็ได้
ถ้าหากเป็นพ่อบ้าน ทำหน้าที่พ่อบ้านก็ได้
ถ้าหากเป็นแม่บ้าน ทำหน้าที่แม่บ้านก็ได้
ถ้าเป็นลูก เราก็ทำหน้าที่ของลูกได้
ถ้าหากเป็นผู้ใหญ่บ้าน-กำนัน หรือตำรวจ-ทหาร
ใคร ๆ ทำหน้าที่การงานของตนได้หมดทุกคน
ทำไมจึงว่าทำได้ ?
เพราะเราไม่ได้นั่งหลับตา
**ไปไหน-มาไหนก็ได้ แต่ให้เรามองดูจิตใจ**
จิตใจนี้ไม่มีตัว-ไม่มีตน
พอมันคิด เราเห็น-เรารู้-เราเข้าใจ
อันนี้เรียกว่า‘นาม’ นามมันคิดเป็น‘รูปคิด’ขึ้นมา
ที่‘เห็น’นั้นเป็นนามอีกชั้นหนึ่ง
เป็น ๒ ชั้น เรียกว่า‘นามรูป’
มันคิดขึ้นเองเป็นรูป-รูปความคิด
สมมติอย่างนี้
คิด(ขึ้นมา)ว่าอยากทำนาฬิกา
นาฬิกาเป็น‘รูป’
แต่ความคิดมาสร้างให้เป็นนาฬิกาคือรูปนี้ อันนั้นคือ‘นามรูป’
เข้าไปรู้ความคิดที่มันคิดออกมานั้น เราเรียกว่า‘นามรูป’
วิธีนี้เรียกว่า‘เป็นวิธีนามรูป’
อันรูป-นามนั้นเป็นอันหนึ่ง นามรูปเป็นอันหนึ่ง…”
หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ
————————————————————————————————
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
※ อย่าหลงตน-อย่าลืมตัว ※
※ ※
※ อย่าหลงกาย-อย่าลืมใจ ※
※ ※
※ อย่าหลงชีวิต ※
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
รู้สึกตัว…รู้สึกกาย รู้สึกใจ
_/|\_ _/|\_ _/|\_


ใส่ความเห็น