“…**ก่อนที่จะเกิดนิพพานขึ้นมานั้น
ต้องเจริญสติ-เจริญสมาธิ-เจริญปัญญาเสียก่อน
คำว่า‘เจริญ’ แปลว่าทำให้มาก
ทำความรู้สึก ทำความตื่นตัวให้มาก
รู้สึกตื่นตัวมากแล้วเป็นอย่างไร ?
ความไม่รู้สึก-ความไม่ตื่นตัวนั้น มันจะค่อย ๆ หายไปเอง
เมื่อความไม่รู้สึก-ความไม่ตื่นตัว มันแห้ง-มันหายไป
มีแต่ความรู้สึก-ความตื่นตัวอยู่เสมอแล้ว
เราจะเห็นความคิดของเรา**
เมื่อเห็นความคิดนั้น ไม่ได้เห็นด้วยตา
แต่เขาเรียกว่า‘ตาทิพย์’
ตาทิพย์นี้ ไม่ใช่นั่งอยู่ตรงนี้-เห็นเขาหมุนลอตเตอรี่
(เห็น)เลขจะออกตัวนั้น-ตัวนี้ อย่างนั้นไม่ใช่
มันก็ใช่อยู่ สำหรับคนที่ไม่เข้าใจ
อย่างนั้นเขาเรียกว่า‘โกหก-หลอกลวง’
จะว่าไปแล้วก็คือเป็นมหาโจรเลวที่สุดในโลก
ปล้นบ้าน-ปล้นเมือง ปล้นประเทศชาติ
คนอย่างนี้ พระพุทธเจ้าตรัสเรียกว่า
‘ภิกษุลามก สันดานนกกา หมาขี้เรื้อน
งูเปื้อนคูถ ลูกนอกคอก คนนอกบัญชี
ป้าช้า-ผีดิบ น้ำติดกะลาล้างเท้า
ไม่ใช่คนของเรา’ พระพุทธเจ้าท่านประณามเอาไว้
แต่เรายังขืนทำกันอยู่
*นอนกลางคืน ฝันอันนั้น-อันนี้
เพราะไม่เห็นจิตใจของเรา*
**ที่เราฝึกกันนี้ ก็เพื่อให้มันเข้าใจ
เวลาเคลื่อนไหวรูปกายภายนอก ก็ให้รู้-ให้เข้าใจ
เวลาคิด ก็ให้รู้
นี่แหละเป็นต้นทางเดินเข้าหาพระพุทธเจ้า
พระพุทธเจ้าอยู่ที่ไหน เราจะไปเห็นหมด
บุญอยู่ที่ไหน เราจะไปเห็นหมด
พ่อของเราอยู่ที่ไหน-แม่ของเราอยู่ที่ไหน เราจะไปเห็นหมด
เพราะเราเห็นอันนี้แล้ว
นี่แหละทาง นี่แหละเป็นทางปฏิบัติที่แท้จริง**
‘มรรค ๘’ ที่ว่า‘สัมมาทิฏฐิ’ไปจนถึง‘สัมมาสมาธิ’
อย่างนี้ทุกคนเรียนมาแล้ว
‘มรรค ๘ แท้’นั้น หมายถึง ๔ คู่-๘ บุรุษก็ได้
นั่นแหละสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า คือ
๑.) พระโสดาปัตติมรรค
๒.) พระโสดาปัตติผล
๓.) พระสกทาคามิมรรค
๔.) พระสกทาคามิผล
๕.) พระอนาคามิมรรค
๖.) พระอนาคามิผล
๗.) พระอรหัตตมรรค
๘.) พระอรหัตตผล
นี่แหละ ๘ แท้ ๆ…”
หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ
————————————————————————————————
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
※ อย่าหลงตน-อย่าลืมตัว ※
※ ※
※ อย่าหลงกาย-อย่าลืมใจ ※
※ ※
※ อย่าหลงชีวิต ※
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
รู้สึกตัว…รู้สึกกาย รู้สึกใจ
_/|\_ _/|\_ _/|\_


ใส่ความเห็น