รู้สึกกาย รู้สึกใจ 5 มิถุนายน 2022

“…ดังนั้น **การแสวงหาพระพุทธเจ้าก็ตาม

แสวงหาพระอรหันต์ก็ตาม

แสวงหามรรคผลนิพพานก็ตาม

อย่าไปแสวงหาสิ่งที่มันไม่มี แสวงหาตัวเรานี้

ให้เราทำความรู้สึกตื่นตัวอยู่เสมอนี่แหละ จะรู้-จะเห็น**

ผมไปปฏิบัติธรรมะอยู่กับครูบาอาจารย์

ผมเกิดความรู้-ความเข้าใจขึ้นมาในใจผม

ผมรู้แจ้ง-รู้จริง…เลยไม่เชื่อครูบาอาจารย์ ไม่เชื่อจริง ๆ-ผม

ผมก็เลยได้

ในหลักสูตรหนังสือ‘กาลามสูตร’บอกว่า

‘อย่าเชื่อถือโดยเขาพูดตาม ๆ กันมา

อย่าเชื่อถือโดยเขาเล่าลือตาม ๆ กันมา

อย่าเชื่อถือโดยเห็นว่าเขาทำกันมาอย่างนั้น-อย่างนี้’

(มีทั้งหมด) ๑๐ ข้อ (ที่)ท่านไม่ให้เชื่อ

อย่างนั้นจะให้เชื่ออะไรล่ะ ?

**ให้เชื่อตรงที่เรารู้จัก-ที่เราเห็นแจ้ง-ที่เรารู้จริง

ตรงที่เราไม่มีทุกข์นี้

ท่านจึงว่า‘ศรัทธา-เชื่อสิ่งที่ควรเชื่อ’** ว่างั้น

แล้วจะให้เราเชื่อตรงไหน (ที่ว่า)‘ศรัทธา-เชื่อสิ่งที่ควรเชื่อ’นี้ ?

**ก็เชื่อตรงเราไม่มีทุกข์

ตรงที่เรารู้แจ้ง-เห็นจริงนี้นะสิ ดับทุกข์ได้นี้นะสิ

นี่-เชื่อตรงนี้ละ!

เพราะว่าความทุกข์นี้ มันไม่มีอยู่ในคนอื่นเด๊

ถ้าหากเราทำผิด มันทุกข์อยู่กับเรานี้

ถ้าหากเราทำไม่ผิดเสียแล้ว มันเลยไม่ทุกข์**

ดังนั้นการปฏิบัติข้อแรกนั้นจึงว่า

รู้จักรูป-รู้จักนาม ผมว่าตามภาษาผม

ไม่ได้อ้างภาษง-ภาษาบาลงบาลีในประเทศอินเดีย

ผมว่าภาษาบ้านผมเองอันนี้

**การปฏิบัติธรรมะนั้น ไม่ต้องปฏิบัติที่อื่น

ปฏิบัติที่ตัวเรา ไปไหน-มาไหนให้ดูที่ตัวเรา

อย่าอยากรู้-อย่าอยากเห็น อย่าอยากเป็น-อย่าอยากมี

เมื่อรู้รูป-รู้นามดีชัดเจนแล้ว มันจะรู้ความคิด

เมื่อรู้ความคิดชัดเจนดีแล้ว

โทสะ-โมหะ-โลภะ หรือกิเลส-ตัณหา-อุปาทานนี่

มันจะค่อยจืด-ค่อยจางไป

เมื่อสิ่งเหล่านี้จืดจางเข้าไปแล้ว ว่างั้น

เคยเล่าสู่กันฟังอยู่เรื่อย ๆ

‘ศีล’ปกติขึ้นมาโลด

ศีลนั้นจึงเป็นเครื่องกำจัดกิเลสอย่างหยาบ**

อย่างหยาบที่สุดก็อันที่พูดถึงนี่ล่ะ

‘สมาธิ เป็นเครื่องกำจัดกิเลสอย่างกลาง’ ท่านว่าอย่างนั้น

กิเลอย่างกลางนั้น เราเข้าใจกันดี

แต่เราไปติดความสงบ เราไปทำให้มันสงบ

แต่ความจริง สงบแบบนั้นมันไม่ใช่สงบแบบพระพุทธเจ้า

มันสงบแบบของพราหมณ์

**ความสงบ(จริง ๆ)นั้น มันมีอยู่ในเรานี้

คือ มันสงบจากโทสะ-สงบจากโมหะ-สงบจากโลภะ

สงบจากความทุกข์ สงบจากความยึดมั่นถือมั่น

มีคนมาพูด หูมันฟังได้

คนเดินไป-เดินมา ตาเราเห็นได้

แต่เราจะไม่ยึด-ไม่ถือ เพราะเราดูจิต-ดูใจเราอยู่

สภาพสภาวะจิตใจอันที่มันเป็นอุเบกขานั้น

อันนั้นแหละท่านว่า‘มันเป็นอย่างนั้นอยู่

จะรู้-มันก็เป็นอย่างนั้นอยู่ ไม่รู้-มันก็เป็นอย่างนั้นอยู่’**

ท่านจึงว่า‘ธรรมะที่ทำให้เป็นพระพุทธเจ้านั้น

มีมาก่อนพระพุทธเจ้า’

แต่เราศึกษาปฏิบัติให้ถูก **เฮ็ดซื่อ ๆ**

‘เฮ็ดซื่อ ๆ’ เฮ็ด-เฮ็ดหยัง ?

ทำบูชาพระพุทธเจ้า-บูชาพระธรรมเจ้า-บูชาพระสงฆเจ้า

พระพุทธเจ้าอยู่ไหน ? ว่างั้น

พระพุทธเจ้าก็คือคนธรรมดาทุกคนนี่แหละ

เป็นได้หมดทุกคน-ไม่ยกเว้น

ถ้าหากเรารู้จัก เราต้องเคารพตัวเรา

เมื่อเราเคารพตัวเราแล้ว เป็นการเคารพพระพุทธเจ้าจริง ๆ

การเคารพพระพุทธเจ้า ก็คือการเคารพตัวเรานี่แหละ

เคารพพ่อ-เคารพแม่ เคารพเพื่อนฝูง…ก็เป็นการเคารพตัวเรา

ไม่ใช่เราจะไปยกมือไหว้คนอื่นโน้น จิตใจนี้ไปติดยึดคนอื่นโน้น

อันนั้นถูก ถูกตามสังคมเดี๋ยวนี้

แต่ความจริงผมไม่ได้เป็นอย่างนั้น

แต่ก่อนผมก็เป็นอย่างนั้น ยกมือไหว้คน-ก็ไปไหว้ตัวคนโน่นจริง ๆ

กราบพระ ผมก็ไปกราบพระพุทธรูปจริง ๆ

แต่ความจริงเมื่ออายุ ๔๖ ปีมานี้ ผมรู้จักธรรมะอันนี้

(เมื่อ)มีคนยกมือไหว้ขึ้นกราบ(ผม)

ผมก็ยกมือไหว้กราบตัวผมพี่โลด

ผม-ถ้ากราบพระพุทธรูป ว่าอย่างนั้น

ผมก็กราบตัวผมพี่โลด

แล้วก็เป็นการกราบพระพุทธรูปไปในตัว

แล้วทีนี้ผมมีหมู่ยกมือไหว้ ผมก็ไหว้ตัวผม

มันก็เป็นการไหว้หมู่เพื่อนไปในตัวโลด

ดังนั้นจึงว่า ‘ให้เคารพตัวเอง-ไหว้ตัวเอง’

จึงว่า **‘พุทธศาสนา’ จึงแปลว่าที่พึ่ง

พึ่งได้จริง ๆ อันนี้น่ะ ไม่ต้องไปพึ่งใครทั้งหมด

รู้แจ้ง-เห็นจริง**

ตอนนี้ก็เลยมาว่าต่อไป

อันตัวสมาธิกำจัดกิเลสอย่างกลางนี้

(กิเลสอย่างกลาง) คือความสงบแบบพราหมณ์

สงบแบบไม่รู้จัก-สงบแบบไม่เห็นแจ้ง…”

หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

————————————————————————————————

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

※ อย่าหลงตน-อย่าลืมตัว ※

※ ※

※ อย่าหลงกาย-อย่าลืมใจ ※

※ ※

※ อย่าหลงชีวิต ※

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

รู้สึกตัว…รู้สึกกาย รู้สึกใจ

_/|\_ _/|\_ _/|\_

ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ


Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *