“…พูดกัน**เรื่องการปฏิบัติที่หลงผิด ไม่ใช่ไปหลงอื่นไกล
คือหลงความคิดนี่เอง** อันนี้ผมพูดตามความจริงใจ
เพราะผมได้ประสบมาอย่างนี้
**ถึงจะมีพระพุทธเจ้ามาที่นี่-เราก็ไม่รู้
เพราะภูมิธรรมของเราไม่มีเช่นนั้น เราจะรู้ได้อย่างไร ?
เมื่อเรามีความรู้-มีความเข้าใจ หรือเราเห็นแจ้งชัด
ตัวปัญญาคือตัวรู้ ตัวรู้-ไม่ใช่ไปในทางที่ผิด
คือมันรู้รอบตัว รู้ที่ความคิด
อย่างที่เราทำ-พูด-คิด มันรู้อยู่-มันเห็นอยู่
อันนั้นเรียกว่าวิปัสสนา**
อันเป็นวิปัสสนานี่แหละ จึงว่ารู้วิปัสสนู-รู้จินตญาณ-รู้วิปลาส
เมื่อไม่เป็นวิปัสสนาแล้ว รู้วิปัสสนู-รู้จินตญาณ-รู้วิปลาสไม่ได้
รับรองได้-ตอนนี้
ในขณะที่คนกินเหล้า กำลังเมาเหล้า
จะไปห้ามคนเมาเหล่านั้นน่ะ (ว่า)‘อย่าเพิ่งกินเถอะเหล้า-มันเมา’
คนที่เมาเหล้าก็บอก‘เราไม่เมา-เอามาให้เรากิน’ เรายิ่งกิน-เราก็ยิ่งเมา
คนเป็นวิปัสสนูก็เช่นเดียวกัน คนเป็นจินตญาณก็เช่นเดียวกัน
คนเป็นวิปลาสก็เช่นเดียวกัน
ผมสมมติอันนี้ คนเป็นบ้า-เราจะเอาคนบ้านี่ไปโรงพยาบาล
ไปหาหมอ-ให้หมอตรวจให้ แล้วหมอจะให้ยากิน
คนบ้าไม่ยอมไป อันนี้ผมเห็นด้วยตาผมเอง-อันนี้
แต่คนดี ๆ นี่แหละ คนที่ไม่เป็นบ้านี่แหละ
พยายามคุมเอาคนที่เป็นบ้านั่นแหละขึ้นรถไป หรือให้มันเดินไปหาหมอ
ไปหาหมอที่อยู่ในโรงพยาบาล
หมอที่อยู่ในโรงพยาบาลนั้น จะตรวจดูสภาพร่างกาย
หรือเช็ก-ว่าอย่างนั้นก็ได้นะ อันนี้เป็นโรค
หมอก็เลยหายาให้กิน หายานอนหลับ
เมื่อเอายานอนหลับให้กิน คนบ้าก็เลยนอนหลับ
เมื่อมันเปลี่ยนระบบ มันนอนตื่นขึ้นมาปุ๊บ
คนบ้านั้นก็ง่วงหลับ-มันไม่รู้ หมอก็เลยไปถาม‘เป็นยังไง ?’
มันก็พอรู้สึกตัวได้ เมื่อมันหายง่วงแล้ว-มันก็เอาแล้ว
บ้านั่น-มันก็เต็มขึ้นมาอีก หมอก็ให้ยากินอีก-ก็นอนหลับไปอีก
เมื่อมันหลายครั้ง-หลายหน นอนหลับแล้ว
บัดนี้โรคประสาทมันก็ไม่มาก หรือโรคอะไรต่าง ๆ มันก็ไม่มาก
เพราะหมอรู้จักโรคของบุคคลที่เป็น ก็เลยจัดยาให้
ผลที่สุด คนบ้าก็หายบ้า-นอนหลับได้
คนเจ็บท้องหรือคนเจ็บแข้ง-เจ็บขา หรือเจ็บที่ไหนก็ตามแหละ
หมอเขารู้ดี หมอที่เรียนมาจริง ๆ นะ
เลยให้ยาคนเจ็บ-คนไข้-คนเป็นบ้านี่กิน…ดี
คนเป็นบ้านี่-มันไม่ต้องการไปหาหมอ มันต้องการไปที่อื่น
ไกลหมอเท่าไหร่ มันยิ่งดีเท่านั้น
เราถามหรือเราพูดว่า‘อย่าพูดอย่างนั้น-มันไม่ดี’…ก็ยิ่งพูด-เขาว่า‘บ้า’
‘มึงว่ากูบ้าติ ?’ คนบ้ามันต้องไม่รู้
มันเป็นอย่างนั้น อันนั้นเขาเรียกว่า‘คน’
ผมเขียนหนังสือเล่มเล็ก ๆ ขึ้นมาทีแรก
คำว่า‘คน’-มันหมายถึงกวน คนนี้-มันหมายถึงโซเล่(กวน)
บ้านผมเขาเรียกว่า‘โซเล่’
พูดไป-พูดมา…มันไม่รู้เรื่อง เขาก็ว่า‘ไอ้บ้า-มึงเป็นบ้า’
คนนั้นก็ว่า‘บ้าคนนี้’ คนนี้ก็ว่า‘บ้าคนนั้น’
ผลที่สุด-บ้าทั้ง ๒ ทาง เพราะต่างคนต่างไม่รู้เรื่องนั่นเอง
ดังนั้น **คำสอนของพระพุทธเจ้านั้น จะมีมากเท่าไหร่ก็ตาม
มีเพื่อไว้ดับทุกข์เท่านั้น ไม่ได้มีไว้เพื่อเป็นพิธีรีตอง
ไม่ได้มีไว้เพื่อศึกษา-เล่าเรียน แล้วเอาไปอวด-ไปแข่งกัน
ไม่ได้มีไว้อย่างนั้น
มีแล้ว เราศึกษาเล่าเรียน-เอามาแก้ทุกข์
ให้แก้ทุกข์ภายในจิตใจของเรานี่เอง**…”
หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ
————————————————————————————————
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
※ อย่าหลงตน-อย่าลืมตัว ※
※ ※
※ อย่าหลงกาย-อย่าลืมใจ ※
※ ※
※ อย่าหลงชีวิต ※
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
รู้สึกตัว…รู้สึกกาย รู้สึกใจ
_/|\_ _/|\_ _/|\_


ใส่ความเห็น