“…เมื่อเราเห็นตามแนวของพระพุทธเจ้าแล้ว
ผีก็ไม่ต้องกลัว เทวดาก็ไม่ต้องกลัว
เราเคยได้ยินอยู่แล้ว เราสวดทำวัตรเช้า-ทำวัตรเย็นว่า
‘พระพุทธเจ้านั้นเป็นครูของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย’ แน่ะ!
นับประสาอะไรแต่ผี แม้แต่เทวดา-พระพุทธเจ้าก็ยังเป็นครู
แต่เทวดานั้น เราก็ไม่เคยเห็นตน-เห็นตัว
จะว่าอยู่ไหนก็ไม่รู้ ไม่รู้จัก
อันนี้เราต้องใช้ความคิด ใช้สติ-ใช้ปัญญา
คนเรามันมีตา มีหู
ตาไว้สำหรับดู หูไว้สำหรับฟัง
จมูกไว้สำหรับดมเหม็น-หอม
เราจะได้รู้จัก
เห็นแล้ว ก็ต้องเห็นทั้งของดี-ของชั่ว
หูเราก็จะได้ฟังทั้งของดีและของชั่ว
จมูกเรามี ก็จะได้ดมทั้งของดีและของเหม็น
เราจะได้รู้จักอย่างนั้น
ฉะนั้นคนเรา *ถ้าหากไม่ได้ใช้สติปัญญาแล้ว
ก็จะทำไปตามอารมณ์ วูบเดียวเท่านั้น-ผิดไปเลย
เมื่อผิดแล้ว-มันแก้ไขได้ยาก หรือแก้ไม่ได้เสียเลยก็มี*
ถ้าหากคนเรารู้จักว่าตัวเองทำผิด(แล้ว)รับฟัง แก้ไขตัวเองนั้น
เออ…อันนั้นท่านเรียกว่า‘บัณฑิต’
เพราะว่าไม่เคยได้ยิน-ไม่เคยได้ฟัง และไม่เคยคิดอย่างนี้
แต่เมื่อได้ยิน-ได้ฟังแล้ว กลับมาคิดปรับปรุง-แก้ไขตัวเองนั้น
อย่างนี้ท่านเรียกว่า‘บัณฑิต’ ไม่ใช่ปุถุชน
คนบางคนได้ยิน-ได้ฟังอย่างที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้แล้วนั้น
แล้วทะลุไปเลย ท่านเรียกว่า‘ปุถุชน’
ไม่ฟัง เมื่อไม่ฟังแล้ว-ก็ไม่ได้แก้ไขตัวเอง
คนผู้นั้นชื่อว่า‘เป็นผู้ที่ยังมีแต่ธุลีในตา’
หรือว่า‘เป็นดอกไม้ที่ไม่สามารถจะบานได้’ ท่านว่าอย่างนั้น
ท่านยังเปรียบไว้ว่า ‘ดอกบัวมี ๔ เหล่า’
เหล่าหนึ่งนั้นพ้นน้ำขึ้นมา
คอยแต่เพียงแสงอาทิตย์เท่านั้น ก็จะบาน
เหล่าหนึ่งนั้นแสงอาทิตย์ส่องอีกหลายวัน จึงจะบานได้
เหล่าหนึ่งนั้นยังจมน้ำอยู่
เหล่าหนึ่งนั้นยังจมอยู่ในโคลนตม
เป็นอาหารของปู-ปลา-เต่า เป็นอย่างนั้น
ดังนั้นเราฟังนี้ ก็ต้องตั้งใจฟัง
**ฟังแล้ว ก็ต้องตั้งใจนำไปปฏิบัติ
การปฏิบัติ ก็ต้องปฏิบัติที่ตัวเรา**
อย่าไปเชื่อคำสอนที่เอามาสอนอย่างเพ้อฝัน
อย่าไปเชื่ออย่างนั้น…”
หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ
————————————————————————————————
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
※ อย่าหลงตน-อย่าลืมตัว ※
※ ※
※ อย่าหลงกาย-อย่าลืมใจ ※
※ ※
※ อย่าหลงชีวิต ※
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
รู้สึกตัว…รู้สึกกาย รู้สึกใจ
_/|\_ _/|\_ _/|\_


ใส่ความเห็น