รู้สึกกาย รู้สึกใจ 18 มีนาคม 2022

“…**บุญก็คือ เรารู้-เราเห็น-เราเข้าใจ-เราสบายใจ

แต่เมื่อเรายังไม่รู้-ไม่เห็น-ไม่เข้าใจ ก็มีความสงสัย

มืดตื้ออยู่ภายในจิตใจ จิตใจมันหนัก-มันแน่น

มันไม่เข้าใจ-ใครพูดเรื่องอะไร ไม่เข้าใจ-ไม่มีความสว่างเลย

พอดีมาเข้าใจอย่างนี้-อย่างที่พูดแล้วนี่…ฮื่อ มีความสว่าง

ใครจะพูดยังไง รู้-ฟังได้

แต่ว่าตัวเองจะเอาหรือไม่เอา เป็นอีกเรื่องหนึ่ง**

ดังนั้นเมื่อรู้จักอย่างนี้แล้ว ก็เลยรู้จักตัวเอง

ว่าเคารพตัวเอง ยกมือไหว้ตัวเองได้นี่

เคารพตัวเอง-ยกมือไหว้ตัวเองได้ เพื่ออะไร ?

โลกสังคมเขายกมือไหว้กัน โลกสังคมไปกราบพระพุทธรูป

โลกสังคมกราบผี-ไหว้ผี

สมัยนี้ก็ตาม หรือสมัยตั้งแต่ดึกดำบรรพ์มาก็ตาม

โลกมันเป็นอยู่อย่างนั้น

ดังนั้นเมื่อบุคคลที่รู้อย่างนี้แหละ เข้าสังคมแล้วไม่พลาดผิด

เขากราบผี-เราก็กราบได้ เขากราบพระพุทธรูป-ก็กราบได้

เขาไม่กราบผี-ก็ไม่กราบ เขาไม่กราบพระพุทธรูป-ก็ไม่กราบ

เขาไหว้นางธรณี-เทวดาอะไร ๆ ไหว้ได้ทั้งหมด-กราบได้ทั้งหมด

แต่ตัวเองเนี่ยะไม่ต้องกราบผี ไม่ต้องกราบเทวดา

ไม่ต้องกราบอะไรทั้งหมด กราบตัวเอง-ยกมือไหว้ตัวเอง

แต่คนที่ไม่รู้ จำเป็นต้องไปกราบผีจริง ๆ-ไปไหว้ผีจริง ๆ

ไปกราบเทวดาจริง ๆ ไปไหว้เทวดาจริง ๆ

อยู่ที่ไหนไม่รู้ผี-เทวดา ไม่รู้-ไม่เห็น-ไม่เข้าใจ

เมื่อมาสัมผัสกับธรรมชาติมันจริง ๆ แล้ว ตัวจริง ๆ แล้ว

ไหว้ผี-เทวดา เราเห็น-มีตาทิพย์ขึ้นมาแล้วนี่

จึงว่ายกมือไหว้ตัวเอง เป็นการทำให้ครบจบถ้วนหมด

ยกมือไหว้ตัวเอง เป็นการทำครบทั้งหมดเลย

ดังนั้นจึง**บุคคลนั้นแหละ คือรู้ธรรมะ-เห็นธรรมะ-เข้าใจธรรมะ

รู้ธรรมในการกระทำนั้นเอง รู้ธรรมในการพูดนั้นเอง

รู้ธรรมในจิตใจนึกคิดนั้นเอง จึงว่ารู้ธรรมแท้

ดังนั้นเมื่อเห็นอันนี้-รู้อันนี้แล้ว ก็หมดทุกข์ประเภทนี้**

แม้จะเรียนหนังสือ-ก็รู้อย่างนี้ ไม่เรียนหนังสือ-ก็รู้อย่างนี้

เขียนหนังสือเป็น-ก็รู้อย่างนี้ เขียนหนังสือไม่เป็น-ก็รู้อย่างนี้

*ถ้ารู้ผิดจากนี้ไปแล้ว แปลว่าไม่รู้อันนี้-และทำไม่ถูกต้องเรื่องนี้*

ถ้าทำถูกต้องเรื่องนี้ ต้องมารู้เรื่องนี้

ถ้าทำไม่ถูกต้องเรื่องนี้ มันจะรู้เรื่องนี้ได้ทำไม ?

เหมือนกับกุญแจ ถ้าไม่เป็นลูกของมันแล้ว

เอาซุกเข้ารูมัน-ซุกเข้าได้ แต่บิดมันไม่ไข(ไขไม่ออก)

บิดบางที-ก็ลูกมันหักคาตัวก็มีนะ เป็นอย่างนั้น

ดังนั้นเมื่อรู้อย่างนี้แล้ว

ยังไม่ท้อถอย ไม่ย่อหย่อนต่อการกระทำ

เรียกว่า‘รัก’…รักการ-รักงาน-รักหน้าที่

เพราะเราเป็นคน-เป็นมนุสสภูโต เรียกว่า‘เป็นใหญ่ในตัวแล้ว

เป็นใหญ่ในจิต-ในใจแล้ว’ บัดนี่ทำไป-ทำไปอย่างเดิมนั่นแหละ

สร้างจังหวะให้มันรู้สึกตัวอย่างเดิมนั่นแหละ

เมื่อทำช้า-มันตึงเครียด ทำเร็วขึ้นบัดนี่

ทีแรกต้องทำช้า เพราะว่าเรายังไม่ชำนาญกับสิ่งเหล่านั้น

**บัดนี้ความชำนาญมันคล่องแคล่ว มันไวขึ้น

จิตใจมันนึก-มันคิด ก็เห็น-ก็รู้-ก็เข้าใจ-สัมผัสได้ เป็นอย่างนั้น

เมื่อรู้เท่าทันเหตุการณ์อย่างนี้แล้ว

เรื่องโทสะ-โมหะ-โลภะ เข้าใจว่าเป็นของไม่ดี-เราก็เลิกมันได้

ถ้าเรายังไม่เห็น (ก็)เลิกมันไม่ได้

แต่ความเป็นเองนั่น มันเป็นอยู่อย่างนั้น

เรียกว่า ‘สิ่งนั้นมันมีอยู่อย่างนั้น

จะรู้-ก็มีอยู่อย่างนั้น ไม่รู้-ก็มีอยู่อย่างนั้น

เรียกว่าเป็นสัจจะแท้’** ท่านว่าอย่างนั้น

ดังนั้นคนที่รู้ จึงไม่เอาสิ่งนั้นเข้ามาเป็นเพื่อน

แต่มันเป็นเพื่อน แต่ไม่เอาเข้ามาเป็นเพื่อน

จึงว่าเมืองคนดี-แต่ให้เป็นคนดี

เมืองคนดี-แต่เป็นคนไม่ดี

เอาสิ่งนั้นมาเป็นเพื่อน เอาสิ่งนั้นมาปกครอง

แต่ว่าเมืองคนดี ร่างกายนี้ดีแล้ว

แต่เอาจิตใจชนิดนั้นเข้ามาครองในทางที่ไม่ดี

เรียกว่า‘เป็นคนไม่ดี’ ท่านว่าอย่างนั้น

เมืองคนดี-กลับเป็นคนไม่ดีนี่ คนไม่ดีจึงพูดคำหยาบคาย

คนไม่ดีจึงทำความผิด คนไม่ดีจึงคิดผิด

ถ้าเมืองคนดี-เป็นคนดีเข้ามาอยู่ เราก็ทำดี-พูดดี-คิดดี

อันนี้เราไม่เข้าใจความหมาย แต่เพียงเราพูดได้

อันคำพูดนั้นจึงว่า **‘ร้อยคำ-พันคำ-หมื่นคำ-แสนคำก็ตาม

สู้การกระทำให้เห็นแจ้งครั้งเดียวไม่ได้’

สู้การกระทำให้เห็นแจ้งครั้งเดียวไม่ได้

เมื่อการกระทำ-เห็นแจ้งครั้งเดียวแล้ว

มันซาบซึ้งตรึงใจอยู่กับสิ่งเหล่านั้น

สิ่งเหล่านั้นจึงว่ามันก็มีอยู่ในนั้น

แต่ไม่เอาสิ่งนั้นเข้ามาใช้เท่านั้นเอง**

ดังนั้น สิ่งนี้แปลว่าไม่ยึด-ไม่ถือ

*คำว่า‘ไม่ยึด-ไม่ถือ’ มันพูดได้-แต่มันไม่หลุดออกจากกัน

เมื่อมันไม่หลุดออกจากกัน มันก็ต้องติดเหมือนกับลูกโซ่*

มันเป็นเปลาะ-เป็นเปลาะ เกาะกันไว้อย่างนั้น

เมื่อเรามีตะไบหรือมีเพชร หรือมีอะไรตัด-ตัดออกไปแล้ว

มันก็เกาะกันไม่ได้

เอ้า สมมติให้ฟัง

‘มีกระจกบานหนึ่งมาตั้งไว้ที่ตรงนี้ เราอยู่ด้วยกันนี่-หลายคนนี่

แต่รูปของทุกคน มองเข้าไปหน้ากระจก-ต้องไปอยู่ในกระจกทั้งหมด

เราไปอยู่ในกระจกทั้งหมด กระจกนั้นไม่รู้สึกว่ามันหนัก

เมื่อหันหน้ากระจกออกไปแล้ว

รูปภาพใบหน้าของเรานี่ จะไม่มีอยู่ในกระจกเลย’

อันนี้ก็ฉันนั้น

**แต่เมื่อเรารู้แจ้ง-เห็นจริงแล้ว

รูปภาพอันนั้นมีอยู่ แต่กระจกไม่หนัก

เราก็เหมือนกัน แต่ฟังเสียงพูดนั้น-ฟังได้

จะพูดดีก็ฟังได้ จะพูดชั่วก็ฟังได้

ตาเราก็มองเห็นได้-การกระทำของบุคคล แต่มันไม่หนัก

แสดงว่ามันไม่ยึดแล้ว-มันขาดออกจากกันแล้ว** ท่านว่าอย่างนั้น

อันนี้รู้-ต้องรู้ไปอย่างนี้ เป็นขั้น-เป็นตอนไปอย่างนี้

เพราะมันไปตามส่วนของมัน…”

หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

————————————————————————————————

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

※ อย่าหลงตน-อย่าลืมตัว ※

※ ※

※ อย่าหลงกาย-อย่าลืมใจ ※

※ ※

※ อย่าหลงชีวิต ※

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

รู้สึกตัว…รู้สึกกาย รู้สึกใจ

_/|\_ _/|\_ _/|\_

ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ


Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *