“…ปัญหาประการหนึ่งที่อยากตั้งข้อสังเกตไว้ คือ
*คนเราส่วนมากมักจะติดตำรับ-ตำรา ซึ่งก็ดี-ไม่ใช่ไม่ดี
แต่เราควรพิจารณาดูด้วยสติปัญญา* ตัวอย่างเช่น
มักจะเชื่อกันว่า การทำบุญให้ทาน-รักษาศีล
จะมีอานิสงส์เท่านั้น-เท่านี้
ผมเองเคยทำบุญให้ทาน-รักษาศีลมาก่อน
เคยบวชนาค เคยสร้างโบสถ์ สร้างกุฏิ-วิหารมา
แต่ก็ยังไม่รู้จักบุญที่แท้จริง
สมัยผมเป็นเด็ก พ่อแม่เคยพูดให้ฟังว่า
‘ทำบุญ-ตักบาตรทุกเช้า ได้อานิสงส์แรง
ได้อานิสงส์เท่านั้น-เท่านี้กัป’
ซึ่งแท้ที่จริงแล้ว เรื่องกัป-เรื่องกัลป์นี้
เป็นปริศนาธรรมของคนโบราณสอนไว้
เล่าสืบต่อกันมาเพื่อสอนธรรม
เพื่อให้คนที่มีหูทิพย์-ตาทิพย์มองเห็น
**‘คนมีหูทิพย-์ตาทิพย์’ ก็คือคนมีสติปัญญานั่นเอง
ซึ่งหมายถึงปัญญา
ที่สามารถเจาะเปลือกนอกของปรากฏการณ์เข้าไป
จนเห็นความจริงโดยตลอดได้** ท่านว่าอย่างนั้น
ไม่ใช่หูทิพย์-ตาทิพย์อย่างที่เราเข้าใจกันโดยทั่วไป
ฉะนั้น จึงขอย้ำอีกครั้งว่า
‘เมื่อมารวมกันที่นี่แล้ว ก็จงทำตัวให้เป็นข้าวชนิดที่หนึ่ง
รวมกำลังปัญญาให้เต็มที่
เมื่อได้รับคำแนะนำพร่ำสอนอะไรแล้ว ก็ต้องรู้จัก-รู้จำทันที
ให้ทำตัวเหมือนดอกไม้ที่กำลังตูมเต็มที่
เมื่อได้รับแสงตะวัน ย่อมจะบานได้ทันที’
พวกเรา ณ ที่นี้ก็เช่นกัน
หากมีปัญญาพร้อมแล้ว ก็พร้อมที่จะเจริญเติบโต
เบ่งบานได้เหมือนกันกับดอกไม้นั้น
**คำสอนของพระพุทธเจ้า
เปรียบก็เหมือนกับแสงตะวันนั่นเอง ซึ่งก็มีอยู่พร้อมแล้ว
หากเราปฏิบัติดี-ปฏิบัติชอบแล้ว
มรรคผลนิพพาน ก็คงไม่สูญหายไปจากโลกนี้
ในทางตรงข้าม แม้ว่าพระธรรมวินัย
คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้ามีอยู่แล้วอย่างนี้ก็ตาม
แต่เราไม่ประพฤติ ไม่ปฏิบัติตาม
ก็คงจะไม่ได้พบมรรคผลนิพพานโดยแน่นอนเช่นกัน**…”
หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ
————————————————————————————————
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
※ อย่าหลงตน-อย่าลืมตัว ※
※ ※
※ อย่าหลงกาย-อย่าลืมใจ ※
※ ※
※ อย่าหลงชีวิต ※
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
รู้สึกตัว…รู้สึกกาย รู้สึกใจ
_/|\_ _/|\_ _/|\_


ใส่ความเห็น