รู้สึกกาย รู้สึกใจ 24 มีนาคม 2022

“…เราพูดกันว่าความสงบ คำว่า‘ความสงบ’เนี่ยะ

**สงบโดยวิธีไหน-เราจะรู้ ไม่ใช่นั่งสงบ

สงบจากความพ้นไป สงบจากความหลุดพ้น

สงบจาการที่ไม่รู้ เพราะมันรู้-มันเห็น-มันเข้าใจ

อันนี้แหละเป็นการเจริญสติแท้ ๆ

แต่ว่าไม่กำหนดรู้-แต่เพียงรู้ ถ้ากำหนดรู้-มันหนัก**

เรียกว่ารู้กาย-ทีแรก เรียกว่า‘กายานุปัสสนา’

ไม่ใช่กายในกายนะ

ไม่ใช่กายในกายเข้าไปในตับ-ไต-ไส้-ปอดนะ

อันนี้แปลว่ารู้กาย-เวทนา รู้การเคลื่อนไหว

‘เวทนา’ หมายถึงการเคลื่อนไหว

**เคลื่อนไหวโดยวิธีใดก็รู้นี่ อันนี้เรียกว่ารู้กาย**

บัดนี้รู้-เรียกว่ารูปบัดนี้ เรียกว่าการเคลื่อนไหว

กำหนดรู้ รูปเนี้ยะมันเคลื่อนไหว-มันเป็นรูป

ต้องให้รู้รูป มันเคลื่อนไหว-เป็นเวทนา

**จิตมันคิด-รู้มัน**

ธรรมอันทำให้จิตใจคิดนั่นน่ะ เราต้องรู้ธรรมในธรรม

แต่ว่าไม่กำหนดมัน มันรู้เอง

อันนี้เรียกว่า‘สติปัฏฐาน ๔’

อริยสัจจ์ ๔ บัดนี่ ทุกข์-สมุทัย-นิโรธ-มรรค

ทุกข์ เพราะเกิดมาเป็นก้อนทุกข์

เป็นรูปนี่เป็นก้อนทุกข์ เป็นก้อนทุกข์

**สมุทัยทำให้ทุกข์เกิด คือตัวคิดนั่นเอง

เมื่อมันคิดออกไป เราไม่รู้

มันสร้างขึ้นมา เรียกว่า‘สังขาร’

มันปรุงขึ้นมาเป็นเรื่อง-เป็นราว เพราะเราไม่รู้ทันนั่นเอง

ตัวสมุทัยจึงให้ละ**

ทุกข์จึงกำหนดรู้ ท่านว่าอย่างนั้น

*แต่เราไม่กำหนด-เพียงแต่รู้ มันเคลื่อนไหว-เรารู้*

มันเป็นก้อนทุกข์ เราก็เลิกละมันได้

ตัวสมุทัยทำให้ทุกข์เกิด คือตัวคิดนั่นเอง

**ถ้าเราเห็นมันคิดแล้ว ความคิดมันหยุด**

จึงว่า สมุทัยต้องละ

‘มันละ’กับ‘มันหยุด’ เป็นอันเดียวกัน

มรรคต้องเจริญ-ว่าซั่น มรรคต้องทำ

พลิกมือ-คว่ำมือ เคลื่อนไหวไป-มา

ต้องทำ มรรคต้องเจริญ

คำว่า‘เจริญ’ ก็**ต้องทำนั่นเอง-ทำให้มาก**

(กะ)พริบตา-ก็รู้ หายใจ-ก็รู้

อันนี้คนอื่นมองเห็น กำมือ-เหยียดมือ เคลื่อนไหว

เอียงซ้าย-เอียงขวา ก้ม-เงย…มันเป็นของหยาบ

(กะ)พริบตา (อันนี้)ละเอียดเข้าไป-มันละเอียด

ก็มัน-มันมองไกลไม่เห็น

หายใจ-ละเอียดเข้าไป เราก็ต้องศึกษาตามหลักการเหล่านี้

มันละเอียดเข้าไป

ส่วน(ความ)คิดนี่ คนอื่นมองไม่เห็น

บัดนี้นี่ (แม้)แต่ตัวเองก็ยังไม่เห็น-ไม่รู้แล้วนี่

อันนี้เรียกว่า‘อริยสัจจ์ ๔’ คือ

**ทุกข์-รู้ เพราะการเคลื่อนไหว

สมุทัย-ทำให้ทุกข์เกิด ตัวสมุทัยคือตัวคิด

มันคิด เราต้องรู้

พอดีเห็น-รู้-เข้าใจ ความคิดมันหยุด

แปลว่าสมุทัยต้องละ

มรรคต้องเจริญ มรรคต้องทำ

ทำบ่อย ๆ-มากขึ้น ๆ มันเป็นอย่างนั้น

นิโรธ จึงว่าทำให้แจ้ง

ให้แจ้งคืออะไร มันเห็น-มันรู้

มันเข้าใจวิธีกลไก-เทคนิคของจิตใจ**

*รู้ ไม่ใช่จะไปจำเอากับตำรา

อันคนไปจำเอากับตำรา ตำรับ-ตำรานั้นดีแล้ว

แต่ว่ามีทุกข์บ้างมั้ย ?

ถ้ามีทุกข์ ก็ไม่มีประโยชน์อะไรเลย*

ถ้าคนนั้นไม่มีทุกข์ ก็ดีแล้ว-ดีเหมือนกัน

แต่ที่เราไม่ได้ศึกษาเล่าเรียนนั้น ก็ต้องรู้อันนี้

รู้จริง ๆ เรื่องนี้ อันนี้เรียกว่าอริยสัจจ์ ๔

และสติปัฏฐาน ๔ ไม่ต้องแปลอะไรมาก

**ทำเพียงเท่านี้แหละ มันจะรู้**

ปฐมฌาน-ทุติยฌาน-ตติยฌาน-จตุตถฌาน-ปัญจมฌาน

หรือฌานมีองค์ ๕ หรือฌาน ๑๐ อะไร ๆ

โอ๊…จิปาถะ ไม่ต้องพูดอย่างนั้นก็ได้

**เราจะเห็นว่ามันหลุดไปจากสิ่งเหล่านั้นแล้ว

เราก็ไม่ต้องไปทุกข์กับสิ่งเหล่านั้น เพราะมันพ้นไปแล้ว

นิโรธจึงว่าทำให้แจ้ง พ้นไปจากสิ่งเหล่านั้น**

เราก็ต้องไม่ไหว้ผีได้ หรือจะไหว้ผีก็ได้

แต่คนไม่มีหู-มีตา(ทิพย์) ก็นึกว่าเขาไหว้ผีจริง

แต่ความจริง เขาเคารพตัวของเขา

ยกมือไหว้อย่างนี้ เคารพตัวของเราเอง

เราทำดีแล้ว รูปอันนี้มันทำดีแล้ว

คำพูด-พูดออกไปนี่ พูดดีแล้ว

ใจนี่มันคิดออกมานี่ คิดดีแล้ว

เขาเรียกว่า‘เคารพตัวเอง-ไหว้ตัวเอง

เห็นตัวเอง-ไม่เป็นคนประมาท’ ท่านว่าอย่างนั้น…”

หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

————————————————————————————————

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

※ อย่าหลงตน-อย่าลืมตัว ※

※ ※

※ อย่าหลงกาย-อย่าลืมใจ ※

※ ※

※ อย่าหลงชีวิต ※

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

รู้สึกตัว…รู้สึกกาย รู้สึกใจ

_/|\_ _/|\_ _/|\_

ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ


Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *