รู้สึกกาย รู้สึกใจ 25 มกราคม 2022

“…*พระพุทธเจ้าท่านสอนเอาไว้ว่า

‘ทุกข์ให้กำหนดรู้-สมุทัยต้องละ-มรรคต้องเจริญ-นิโรธทำให้แจ้ง’

พวกเราพูดกันติดปากมานานแล้ว

แต่ไม่เข้าใจว่าทุกข์กำหนดรู้อย่างไร ?*

**ก็พลิกมือขึ้นมา ให้มันรู้

เคลื่อนไหวไป-มา ให้มันรู้’

เช่น ก้มลง-เงยขึ้นมา…มันทำได้

พลิกมือขึ้น-คว่ำมือลง…มันทำได้**

(สิ่งเหล่านี้)คนอื่นมองเห็น

บัดนี้ มันคิดปุ๊บขึ้นมา

ถ้าเราไม่มีญาณปัญญา หรือปัญญาของเรายังไม่แข็งแรง

หรือปัญญายังไม่แหลมคม เราก็เข้าไปในความคิด

มันก็รู้เรื่องนั้น-เรื่องนี้

แต่พอ**เรามาเจริญสติโดยการสร้างจังหวะ

เคลื่อนไหวเพื่อให้มีสติ (ให้มี)ความรู้สึกตัวมากขึ้น ๆ

เช่น พลิกมือขึ้น-รู้สึก เป็นต้น

พอมันคิดขึ้นมา เรามาอยู่ที่ความรู้สึกตัว

ความคิดมันก็หยุดไป มันก็หายไป-จางไป

ความคิดจะสั้นเข้า-สั้นเข้า

พอมันคิดเรื่องอะไรขึ้นมา ก็ให้รู้มัน-เห็นมัน

แล้วให้สติกลับมาอยู่ที่การเคลื่อนไหวของกายนี้เอง

อันนี้แหละ ‘ทุกข์ต้องกำหนดรู้’

‘สมุทัย(คือ)เหตุให้เกิดทุกข์-ต้องละ’

ทำอย่างนี้ มันละได้จริง ๆ

‘มรรคต้องเจริญ’ เจริญก็(คือ)ทำบ่อย ๆ-ทำมาก ๆ

‘นิโรธทำให้แจ้ง’…เพราะทำถูกจุด ก็รู้แจ้ง-เห็นจริง**

ดังนั้น *‘วิปัสสนากัมมัฏฐาน’ กับ ‘สมถกัมมัฏฐาน’

จึงแยกทางกันเดิน*

เมื่อคนใดทำสมถกัมมัฏฐาน ได้ความสงบหรือนิมิตต่าง ๆ

ครูอาจารย์สอนให้นั่งเงียบนิ่งอยู่ ไม่กระดุกกระดิก

ก็เรียกว่า‘สงบ’ มันสงบอยู่แบบนั้น

เหมือนกับที่เรามีโรคทางเนื้อหนัง หรือทางใดก็ตามเถิด

กินยาระงับ-ยาแก้ปวด หาย

หมอเอายามาให้กิน ก็หายไปชั่วคราว

แต่โรคมันยังไม่หาย เป็นการระงับไว้ชั่วคราวเท่านั้นเอง

แล้วก็เป็นใหม่อีก เมื่อยาหมดฤทธิ์

ส่วนวิปัสสนากัมมัฏฐานนั้น

มันต้องผ่าตัดเอาเนื้อร้ายออกไปทิ้ง

สมมติเราเป็นโรคที่นิ้วมือ มันจะลุกลามเข้าไปในส่วนลึก

ก็ให้ตัดนิ้วนั้นทิ้ง ท่านว่าอย่างนั้น

วิปัสสนากัมมัฏฐาน ตรงกันข้ามกับสมถกัมมัฏฐานอย่างนี้เอง

คนที่เคยนั่งสงบ

พอบอกให้พลิกมือขึ้น ยกมือไป-ให้มีความรู้สึก

เขาไม่ชอบ ชอบนั่งสงบจิต-สงบใจอยู่อย่างนั้นเอง

มันสงบดี แต่มันตรงกันข้าม

มันเป็นปฏิปักษ์ซึ่งกันและกันกับวิปัสสนา

*คนทำสมถกัมมัฏฐานนั้นชอบนั่งให้สงบ

และคิดว่าตัวเองได้ทำวิปัสสนา

เมื่อนั่งสงบจิตสงบใจแล้ว ก็มาพิจารณาทุกขัง-อนิจจัง-อนัตตา

อันนั้นมันเป็นการพิจารณา นึกคิดเอาเอง

ไม่ใช่สัญญาที่กล่าวถึง เป็นสัญญาจากการพิจารณาเอา

สัญญาจากการศึกษาเล่าเรียน จากการอ่าน-การฟัง

สัญญาอย่างนั้นไม่สามารถจะทำให้ญาณวิปัสสนาเกิดขึ้นมาได้

เกิดขึ้นไม่ได้จริง ๆ

ปัญญาก็ไม่รอบรู้จริง ๆ เพราะเกิดจากการพิจารณาเอาเอง*

ฉะนั้น **การทำความรู้สึกนี่แหละ

มันจะทำให้ญาณปัญญาเกิดขึ้น ทำให้ปัญญารอบรู้-รู้สึกมากขึ้น

พลิกมือก็รู้-คว่ำมือก็รู้ เอียงซ้ายก็รู้-อียงขวาก็รู้ ก้มก็รู้-เงยก็รู้

กะพริบตาก็รู้ ตาเหลือบซ้าย-แลขวาก็รู้

กลืนน้ำลายเข้าไปในลำคอก็รู้ จิตใจมันนึกมันคิดก็รู้

จึงไม่ต้องนั่งเงียบ ๆ

ตามีหน้าที่ดู หูมีหน้าที่ฟัง จมูกมีหน้าที่ดมกลิ่นเหม็น-หอม

ลิ้นมีหน้าที่รู้รสเปรี้ยว-หวาน-มัน-เค็ม

กายของเรามีหน้าที่สัมผัสเย็น-ร้อน-อ่อน-แข็ง

จิตใจมีหน้าที่คิดนึก

ญาณเข้าไปรู้-เข้าไปรู้ความคิด เพราะสัญญามันเข้าไปรู้แล้ว

กายเคลื่อนไหวโดยวิธีใดก็รู้ จิตใจมันนึกมันคิดก็รู้**

การรู้จิตใจที่มันนึกมันคิดนี่แหละ

เขาเรียกว่า‘นามรูป’ รูปของความคิด

คือ เวทนา-สัญญา-สังขาร-วิญญาณมันไม่มีรูป

เรียกว่า ‘นามรูปมันคิดขึ้นมา’

เมื่อตัวหลวงพ่อปฏิบัติ หลวงพ่อรู้อย่างนั้น

จึงไม่เชื่อใคร แม้ใครจะพูดอย่างไรก็ตาม

เราต้องเชื่อประสบการณ์และอุดมการณ์ของเรา

เพราะได้ฝึกหัดอบรมมาดีแล้วนี่

**นี่แหละมันจึงเหนือทุกข์-เหนือสุข เหนือบาป-เหนือบุญ

เหนือทุกสิ่ง-ทุกอย่าง

เป็นได้จริง ๆ เรื่องนี้**…”

หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

————————————————————————————————

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

※ อย่าหลงตน-อย่าลืมตัว ※

※ ※

※ อย่าหลงกาย-อย่าลืมใจ ※

※ ※

※ อย่าหลงชีวิต ※

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

รู้สึกตัว…รู้สึกกาย รู้สึกใจ

_/|\_ _/|\_ _/|\_

ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ


Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *