…(ผู้ฟัง ๒) : วิญญาณมีใช่ไหมครับ ?
(หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ) :
ก็มีสิ
ถ้าไม่มีวิญญาณ คุณจะรู้สึกได้อย่างไร ?
อย่างที่ผมเคยอ่านหนังสือ บอกว่า
คนเราตาย ก็เป็นการแยกระหว่างวิญญาณกับร่างกาย
อย่างนั้นใช่ไหมครับ ? เป็นการแยกกันไป
ร่างกายก็แตกดับไป วิญญาณก็ล่องลอยไปเรื่อย
(หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ) :
อันนั้นมันเป็นเรื่องที่เราจะจับเอามาพูดให้กันฟังไม่ได้นะ
*‘วิญญาณ’ แปลว่า ‘รู้’* ใช่ไหม ?
เอ้า! สมมติว่า คนมีตา-ลืมตาแต่มองอะไรไม่เห็น
คนนั้น-ตาเขามีวิญญาณไหม ?
(ผู้ฟัง) : ไม่มีครับ หมายถึงคนตาบอดหรือไงครับ ?
(หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ) :
สมมติเอา *แม้ตาไม่บอดก็ตาม
(ถ้า)ไม่รู้ ก็ถือว่าตาหมดวิญญาณ*
**‘วิญญาณ’ ก็แปลว่า ‘รู้’ นั่นเอง
เรียกว่า‘วิญญาณ’บ้าง ‘ปัญญา’บ้าง**
แล้วแต่พระพุทธเจ้าท่านจะตรัสอย่างไรให้คนเหล่าต่าง ๆ ฟัง
อันที่ว่า ‘ตายแล้ว วิญญาณมันจะเป็นอย่างนั้น-อย่างนี้’
อันนั้นมันมีมาก่อน สอนกันมาก่อนหน้าพระพุทธเจ้าจะอุบัติขึ้นนะ
คือ เขาสอนกันมาอย่างนั้น
เรื่องทุกข์-เรื่องสวรรค์-เรื่องนรก-เรื่องนิพพาน
เขาก็มีสอนกันมาก่อนแล้ว
(ผู้ฟัง ๒) : เป็นความเชื่อกันมา
(หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ) :
เพราะเหตุนี้แหละ พระพุทธเจ้าท่านก็อยากรู้ว่า
มันเป็นความจริง-เท็จแค่ไหน ?
พระองค์ก็ศึกษามาจากครู-อาจารย์
ซึ่งมันก็เป็นเพียงเรื่องเล่า ๆ ให้กันฟัง
(ศึกษาแล้ว พระองค์)ก็ไม่รู้
ต่อมาพระองค์มาศึกษาเอง ไม่มีครู-ไม่มีอาจารย์…ก็จึงมารู้
‘อ๋อ! วิญญาณก็หมายถึงรู้สิ่งนี้-สิ่งนี้
หมายถึงสิ่งนี้-สิ่งนี้เท่านั้นเอง’
จึงว่า ‘ทุกข์ต้องกำหนดรู้ สมุทัยต้องละ
มรรคต้องเจริญ นิโรธทำให้แจ้ง’
เรียกว่า‘อริยสัจ ๔’ ซึ่งก็มี ๔ ข้อเท่านั้น
**ทุกข์ เราไม่รู้ว่าทุกข์
เราไปเห็นว่าทุกข์เป็นสุข นี่สำคัญ**
อย่างตานี้ เราสามารถจะมองเห็นได้
พระพุทธเจ้าตรัสว่า *‘ตามันไม่รู้
ใจมันออกไปข้างนอก
มันไปรู้ว่าสวย-ว่าไม่สวย มันเป็นทุกข์
ส่วนตา มันไม่รู้ว่าทุกข์’*
บัดนี้ พระพุทธเจ้าว่า
‘เออ! **สภาพของรูปมันต้องขยับอย่างนี้นะ’
(หลวงพ่อเคลื่อนไหวกาย) หน้าที่ของรูปมันเป็นอย่างนี้
แต่ตัวที่รู้ว่ากายมันขยับ คือ ‘ใจ’
เรียกว่า‘นาม’ก็ได้ เรียกว่า‘วิญญาณ’ก็ได้
ก็‘วิญญาณ’แปลว่า‘รอบรู้’นะ** เข้าใจไหม ?…
————————————————————————————————
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
※ อย่าหลงตน-อย่าลืมตัว ※
※ ※
※ อย่าหลงกาย-อย่าลืมใจ ※
※ ※
※ อย่าหลงชีวิต ※
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
รู้สึกตัว…รู้สึกกาย รู้สึกใจ
_/|\_ _/|\_ _/|\_


ใส่ความเห็น