“…วันนี้จะให้ข้อคิดบางอย่างเกี่ยวกับความกลัว
คนเรามักจะกลัวโดยไม่มีเหตุผล
คนประเภทนี้ เรียกว่า‘คนโง่’
ขาดการศึกษาด้านธรรมะ เป็นคนป่า
‘คนป่า’ ก็หมายถึงคนที่ไม่รู้นั่นเอง
‘คน’ กับ ‘มนุษย์’ ไม่เหมือนกัน
แม้รูปร่างหน้าตาจะเหมือนกัน
แต่มีความแตกต่างกันทางด้านคุณธรรม และภูมิปัญญา
เช่น บางคนนึกอยากทำอะไร-ก็ทำ นึกอยากพูดอะไร-ก็พูด
อยากจะกิน-ก็กิน ได้แก่คนธรรมดานี่เอง
ที่ร้ายไปกว่านั้น ก็เรียกว่า‘เป็นสัตว์’
หน้าตาเป็นคน แต่จิตใจเป็นสัตว์
คือ ไม่มีความละอายเหมือนกับสัตว์เดรัจฉาน
หมายถึงบุคคลที่ไม่เคยพัฒนาจิตใจของตนให้สูงขึ้น
ส่วน**‘มนุษย์’
หมายถึง ผู้มีมานะ-หักห้ามจิตใจไว้ได้
เป็นผู้มีจิตใจสูง มีปัญญามากกว่าคน
พัฒนาจิตใจของตนให้สูงขึ้น จนเลื่อนชั้นขึ้นเป็นมนุษย์**
‘ผี’ หมายถึงคนที่พูดชั่ว-ทำชั่ว
ที่เขาเรียกกันว่า‘ไอ้ผี-คนผี’
แม้แต่พระ-เณรที่มาบวชก็เหมือนกัน
ถ้าไม่เชื่อฟัง ไม่รู้จักพระธรรมวินัย
ก็เรียกว่าเป็นผีได้เช่นเดียวกัน
*ผีในที่นี้ คือภาวะของความชั่ว* เป็นสิ่งที่ไม่มีตัวตน
ดังนั้น บางคน-รูปร่างหน้าตาเป็นคน-แต่จิตใจยังเป็นผี
*ถ้าใครเลื่อนชั้นขึ้นเป็นมนุษย์แล้ว
ย่อมจะต้องรู้จักผี และไม่กลัวผี*
ถ้าหากใครยังกลัวผีอยู่อีก คนนั้นก็เป็นแต่เพียงคน
ผีต้องอยู่กับผี คนจะอยู่กับผีไม่ได้
คนจิตใจต่ำ จึงเป็นผี
ครั้งหนึ่ง เขานิมนต์หลวงพ่อไปเปิดอบรมที่วัดวิเวกธรรมคุณ
วัดนี้มีป่าช้า เขาเอาคนตายไปฝังและเผาที่นั่น
บางครั้งเผาไม่หมด เขาก็เอาส่วนที่เหลือไปฝัง
ถ้าเป็นเด็กตาย เขาก็เอาไปฝังเลย
สุนัขมันไม่เคยกลัวคนตาย มันไม่เคยกลัวผี
มันไปขุดคุ้ยศพที่ฝังอยู่มากิน
นี่แสดงว่าสุนัขไม่กลัวป่าช้า ไม่กลัวความมืด
ดังนั้น ถ้าคนใดยังกลัวผี
ก็เข้าใจได้ว่า จิตใจคงต่ำกว่าสุนัข
เพราะสุนัขไม่เคยกลัวผี ไม่เคยดูฤกษ์งาม-ยามดี
ไม่กลัวว่าวันไหนดี-วันไหนไม่ดี จะไปไหน-ไปเลย
นอนไหน-ก็นอน ไม่ต้องรอฤกษ์-รอยาม
คนที่มีความกลัว…ไปไหน-มาไหน ต้องดูฤกษ์-ดูยาม
แสดงว่า จิตใจสู้สุนัขไม่ได้
พูดความจริงเช่นนี้ คนไม่ชอบ
แต่ก็ต้องพูด
*ถ้าไม่พูดความจริง เขาเรียกว่าคนหลอกลวง*
*ถ้าเป็นมนุษย์แล้ว
ต้องไม่กลัวผี ต้องไม่กลัวเทวดา*…”
หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ
————————————————————————————————
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
※ อย่าหลงตน-อย่าลืมตัว ※
※ ※
※ อย่าหลงกาย-อย่าลืมใจ ※
※ ※
※ อย่าหลงชีวิต ※
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
รู้สึกตัว…รู้สึกกาย รู้สึกใจ
_/|\_ _/|\_ _/|\_


ใส่ความเห็น