รู้สึกกาย รู้สึกใจ 6 มกราคม 2022

“…ข้าพเจ้าจะได้พูดอะไรให้ฟัง บางเรื่อง-บางตอนที่ข้าพเจ้าได้ทำมา

เพราะว่าทุกคนก็มีความสงสัยกัน

เรื่องแสวงหาวิธีที่จะให้พ้นไปจากความสับสนวุ่นวาย

ข้าพเจ้าจะได้พูดเรื่องที่ได้กระทำมา

ทีแรกข้าพเจ้าได้เคยเรียนวิธีกรรมฐาน

เรียกว่าหายใจเข้าพุท-หายใจออกโธ แต่ว่าไม่รู้

สมาธินั่งหลับตาภาวนาอย่างนั้น

แล้วก็มีหลายวิธีที่ข้าพเจ้าได้ทำมา ตัวอย่างเช่น สัมมา-อะระหัง

นี่ก็เป็นวิธีหายใจเข้า-หายใจออกเหมือนกัน

แล้วก็วิธีนับ ๑-๒-๓ อันนี้ก็เป็นวิธีหายใจเข้า-หายใจออก

ให้ถูกต้องกับวิธีนับเหมือนกัน

จากนั้นมาข้าพเจ้าได้ทำ เรียกว่าอานาปานสติ

เวลาหายใจเข้าสั้น-ให้กำหนดรู้ หายใจออกยาว-ให้กำหนดรู้

วิธีนี้-ข้าพเจ้ายังไม่ซาบซึ้งในใจตัวเอง

วิธีเหล่านี้ได้ความสงบ-มันสงบ

แต่ไม่ใช่สงบอย่างที่ข้าพเจ้าปรารถนา ข้าพเจ้าได้ค้นหาวิธีความสงบ

แต่คนส่วนมาก ทุกคนคงจะเข้าใจอย่างที่ข้าพเจ้าเคยเข้าใจ

คือว่า*นั่งสงบนั้นเป็นความสงบ ที่จริงอันนั้นยังไม่สงบ*

ข้าพเจ้ายังได้หาวิธีที่จะให้พบกับสัจธรรม

สัจจะคือของจริง-ของแท้ที่มีอยู่ในคนทุกคน

ทุกชาติ-ทุกภาษา จะนุ่งผ้าสีอะไรก็ตาม

ที่มันมีอยู่ในคนนั้นแหละ ที่ข้าพเจ้าแสวงหา

**จนได้พบ-ได้เห็น-ได้เข้าใจแล้ว จึงว่ามีความสงบ**

คำว่า‘ความสงบ’นี้ จะได้พูดให้ฟังเป็น ๒ ประเด็น

ความสงบแบบที่ยังไม่รู้นั้น

ต้องอาศัยนั่งให้มันสงบเงียบอยู่คนเดียว

อันนี้ไม่ใช่ความสงบอย่างแท้จริง

*ความสงบแบบที่จะนำมาเล่าสู่ฟังในวันนี้คือ สงบโดยไม่ต้องหา

ทำไมจึงไม่ต้องหา ? ทั้งนี้เพราะรู้ว่าถึงที่สุดของทุกข์

เรียกว่าความสงบ คือไม่ต้องไปศึกษากับใครที่ไหนอีกแล้ว*

ตอนนี้ขอให้ทุกคนพยายามตั้งใจฟัง

**เริ่มแรกวิธีที่ข้าพเจ้าได้พบกับความสงบนั้น

ข้าพเจ้าทำความเคลื่อนไหว

ไม่ต้องกำหนดอะไรทั้งหมด ให้มีสติกำหนดรู้ในอิริยาบถทั้ง ๔

เมื่อข้าพเจ้าทำจนรู้สึกทุกส่วนที่กำหนดรู้แล้ว เกิดปัญญาขึ้น

ให้รู้ตัวข้าพเจ้าเอง ไม่ไปรู้ใครที่ไหน

รู้ตัวเอง รู้รูป-รู้นาม รู้รูปทำ-รู้นามทำ รู้รูปโรค-รู้นามโรค**

รูปโรค-นามโรค มี ๒ อย่าง คือ

(๑) โรคทางเนื้อหนัง เรียกโรคทางกาย-เจ็บหัวปวดท้อง

โรคชนิดนี้ต้องไปโรงพยาบาล หาหมอ

หมอจะตรวจดูว่าร่างกายมีโรคอะไร

หมอตรวจดูสมุฏฐาน รู้ว่าโรคอันนั้น-โรคอย่างนี้

หมอจะให้ยารักษาโรคตัวนั้นหายได้

(๒) โรคอีกอย่างหนึ่งคือ **จิตใจมันนึก-มันคิด

พอใจ-ไม่พอใจ ดีใจ-เสียใจ

โรคอันนี้ หมอทางโรงพยาบาลรักษาไม่หาย

ต้องศึกษาตัวเองให้รู้สมุฏฐานของความคิด

โรคอันนี้ต้องศึกษาตัวเองให้รู้**

*เมื่อข้าพเจ้ารู้สมุฏฐานของความคิด

เรียกว่าได้ความสงบมีขึ้นมาเพียงเล็กน้อย

ความสงบนั้นคือหยุดได้ ไม่ต้องวิ่งเต้นหาใครที่ไหนอีกแล้วนั่น

เรียกว่าความสงบ*

ข้าพเจ้าได้ทำความรู้สึกตัวมา เกิดมีปัญญาขึ้นอีก

รู้ทุกขัง-อนิจจัง-อนัตตา แล้วก็รู้สมมติ

สมมติอะไรในโลก-รู้ให้ครบ ให้จบ-ให้ถ้วนทุกสิ่งที่มีในโลก

สิ่งที่เป็นสมมติ เรียกสมมติบัญญัติและปรมัตถบัญญัติ

อรรถบัญญัติ-อริยบัญญัติ บัญญัติขึ้นมา ๔ ข้อนี้

ต้องรู้ให้ครบ ให้จบ-ให้ถ้วนจริง ๆ

เมื่อข้าพเจ้าได้รู้สมมติครบ-จบถ้วนแล้ว

ข้าพเจ้ารู้ศาสนา รู้บาป-รู้บุญ รู้จริง ๆ เรื่องนี้

แต่เราไปติดสมมติ คือศาสนาฮินดู-ศาสนาพุทธ

ศาสนาคริสต์-ศาสนาอิสลาม เรื่องนี้มันเป็นเรื่องสมมติ

*ตัวศาสนาจริง ๆ คือตัวคนทุกคนนั่นแหละเป็นตัวศาสนา

ตัวพุทธศาสนา คือตัวสติ-ตัวปัญญาที่มีอยู่ในคนทุกคนนั่นแหละ

ข้าพเจ้ารับรองได้เรื่องนี้ เมื่อข้าพเจ้ารู้ตัวข้าพเจ้าแล้ว

ทุกคนก็เหมือนกับตัวข้าพเจ้าเอง เพราะทุกคนรู้ได้*…”

หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

————————————————————————————————

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

※ อย่าหลงตน-อย่าลืมตัว ※

※ ※

※ อย่าหลงกาย-อย่าลืมใจ ※

※ ※

※ อย่าหลงชีวิต ※

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

รู้สึกตัว…รู้สึกกาย รู้สึกใจ

_/|\_ _/|\_ _/|\_

ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ


Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *